ออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรง สำหรับ การท่าเรือ เอฟซี ในฤดูกาล 2019 หลังจากเปิดลีกมา 7 เกม ก้าวไปขึ้นไปรังตำแหน่งจ่าฝูงของศึกไทยลีก 1 อยู่ในตอนนี้ ด้วยผลงาน ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 1 มี 14 คะแนน

ด้วยฟอร์มที่จัดจ้าน จนขึ้นไปรั้งจ่าฝูง ทำไม "สิงห์เจ้าท่า" ถึงได้มีผลงานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ จนแฟนบอลของทีมหลายคนเริ่มมีความคิดเข้ามาในหัวบ้างแล้วว่าปีนี้อาจถึงเวลาแล้วที่จะก้าวขึ้นมามีลุ้นแชมป์ลีกกับเขาเหมือนกัน

การที่ทีมฟุตบอลจะประสบความสำเร็จนั้น มันต้องมีปัจจัยหลายๆอย่าง และนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มีส่วนสำคัญให้ การท่าเรือ เอฟซี ขึ้นมานำจ่าฝูงในเวลานี้

มีผู้นำที่ดี

ขึ้นชื่อว่า "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ใครๆก็รักและนับถือในความเป็นผู้หญิงแกร่ง จากเดิมที่คอยสนับสนุนวงการฟุตบอลหญิง ให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับต้นๆของเอเชีย พาทีมไปลุยฟุตบอลโลกครั้งแรกได้ แต่การเข้ามารับงานประธานสโมสรทีมฟุตบอลชาย ถือว่าสร้างความฮือฮามาก ขนาดผู้ชายแท้ๆที่มีประสบการณ์ในด้านนี้ ยังถอดใจและบริหารทีมไม่ถึงฝั่งมาหลายราย แต่กับผู้หญิงยอดนักสู้คนนี้ไม่มีความกลัว ใช้ใจเข้ามาบริหาร ตั้งใจพาทีมในตำนานประสบความสำเร็จให้ได้ พร้อมลุย พร้อมต่อสู้เพื่อทีม อย่างล่าสุดก็เพิ่งไปยื่นหนังสือประท้วงและร้องเรียนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในนัดที่ การท่าเรือ บุกแพ้ สุโขทัย 3-1 โดย "มาดามแป้ง" เชื่อว่ามาตรฐานการตัดสิน และการทำหน้าที่ของกรรมการ มีปัญหาและไม่ทันเกม

แม้ปีแรกที่เข้ามาทำทีมจะต้องร่วงตกชั้น แต่ก็ใช้เวลาปีเดียวพาทีมกลับคืนสู่ลีกสูงสุดได้ ตามที่เคยหลั่งน้ำตาสัญญาที่แพท สเตเดี้ยม และปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ 5 "มาดามแป้ง" ก็ให้คำสัญญาเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเป้าหมายคือ "ขอมีแชมป์ติดมือ" ไม่ว่าจะเป็นบอลลีกหรือบอลถ้วยซักรายการ

การเปลี่ยนแปลงทีมถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนแปลงภายในทีมปีนี้  ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะ "มาดามแป้ง" ประธานสโมสรหญิงแกร่ง ได้ทุ่มงบประมาณก้อนโต คว้านักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีมหลายราย และที่เข้ามานั้นเรียกได้ว่า บิ๊กเนม นำโดย โก ซุล กิ อดีตกองกลาง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สุมัญญา ปุริสาย ดาวเตะทีมชาติไทย ของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เจ้าของรางวัลนักเตะทรงคุณค่า ไทยลีก 2018, สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ ดาวรุ่งทีมชาติไทยชุดยู 23 จาก ทรู แบงคอก ยูไนเต็ด, เออร์เนสโต้ ภูมิภา แบ็กซ้ายลูกครึ่งไทย - สเปน อีกหนึ่งนักเตะเก่า แข้งเทพ และ ภิญโญ อินพินิจ ที่กลับคืนถิ่นเก่าอีกครั้ง ส่วนที่เหลืออย่าง อนนต์ สมากร, จิรัฐติกาล วาพิลัย, และ ณัฐชนน สร้อยจิตร เป็นดาวรุ่งจากโครงการ ฟ็อกซ์ ฮันท์ ที่รอวันเฉิดฉายในอนาคต

เมื่อมาผนึกกำลังกับตัวหลักอย่าง ดราแกน บอสโควิช, เซอร์จิโอ ซัวเรส, นูรูล ศรียานเก็ม, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, เควิน ดีรมรัมย์, ศิวกร จักขุประสาท และ ดาบิด โรเชล่า ทำให้ สิงห์เจ้าท่า เวอร์ชั่น 2019 มีความแข็งแกร่ง น่ากลัว และอันตราย มากขึ้นเป็นทวีคูณ

ความเชื่อใจ

ความเชื่อใจในที่นี้ หมายถึงตัวกุนซือของทีมอย่าง "เซอร์เด็จ" จเด็จ มีลาภ ที่ตอนนี้ราศีจับสุดๆ เดินไปไหนมาไหนมีแต่คนรุมล้อม แถมให้สัมภาษณ์แต่ละที่ก็ดูสีหน้ามีความสุข ต้องบอกว่า มาดามแป้ง คิดถูกที่ยังคงใช้บริการกุนซือรายนี้คุมทีมต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ มาดามแป้ง ลองผิดลองถูกมาเยอะ เริ่มตั้งแต่เข้ามาทำทีมในปี 2015 ก็มี "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม คุมทัพ ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็น อ.ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์, แกรี่ สตีเวนส์, สมชาย ทรัพย์เพิ่ม และ มาซาฮิโร วาดะ ก่อนจะตกชั้นสูู่ดิวิชั่น1 แต่ วาดะ ก็ได้อยู่ทำทีมในลีกรองก่อนโดนปลด และเป็น จเด็จ มีลาภ เข้ามารับงานพร้อมพาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก

และคนที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือทีมชาติไทย ที่ถูกดึงเข้ามาคุมทัพแบบสายฟ้าแลบ แต่ก็อยู่ได้ไม่ยืด ทำให้ "เซอร์เด็จ" ได้กลับมาคุมทีมอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวก็ทำทีมได้ยอดเยี่ยมตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วที่พาทีมจบในอันดับ 3 ของตารางคะแนนไทยลีก ลงสนาม 34 นัด ชนะ 19 เสมอ 4 แพ้ 11 ยิงได้ 73 เสีย 45 มี 61 คะแนน จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งทุกคนก็คงรู้แล้วว่า ใครคือคนที่เหมาะสมกับเก้าอี้ตัวนี้ที่สุด

แฟนคลับเหนียวแน่น

แฟนคลับมีส่วนสำคัญจริงๆ โดยเฉพาะแฟน "สิงห์เจ้าท่า" ถ้าจะนับจำนวนผู้ชมคงจะเทียบกับ บุรีรัมย์, เมืองทอง ไม่ได้ เพราะสนามที่เล็กกว่า แต่ด้วยความที่สนามเล็กนี่แหละ มันคือเสน่ห์ และทำให้เกิดคำว่า "นรกแห่งทีมเยือน" ที่แท้จริง

ภาพกองเชียร์ที่เข้ามาชมเกมในแต่ละสัปดาห์ไม่ต่ำกว่า 4-5 พันคน ร้องเพลงเชียร์ ตะโกนกดดันคู่แข่ง กระโดดดีใจเมื่อได้ประตู ปรบมือให้กำลังใจเมื่อทีมพลาด ความจริงก็ไม่แตกต่างจากกองเชียร์ทีมอื่นมาก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในถิ่นคลองเตย เราจะได้เห็นถึงความพิเศษซึ่งตราตึงใจแบบสุดๆ แม้จะไม่ใช้แฟนการท่าเรือ แต่ต้องยอมรับว่าบรรยากาศที่นี่ยอดเยี่ยมที่สุด และความยอดเยี่ยมนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพาทีมประสบความสำเร็จ

สุดท้ายเราต้องมารอดูกันต่อไปว่า "สิงห์เจ้าท่า" จะรักษาระดับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ไว้ได้นานแค่ไหน หากสามารถยืนระยะได้ ก็มีลุ้นเบียดแย่งแชมป์กับทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกทีมอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ผ่านไป 7 นัด เป็นช่วงพักเบรกเทศกาลสงกรานต์ ซึ่ง "เซอร์เด็จ" ได้แสดงความมั่นใจหลังเกมลีกนัดล่าสุดที่เปิดบ้านถล่ม พีที ประจวบ เอฟซี 5-0 เองว่า พลพรรค "สิงห์เจ้าท่า" จะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมแน่ เนื่องจากจะได้ขุมกำลังชุดที่ดีที่สุดกลับมาจากอาการบาดเจ็บและการติดโทษแบน แฟนการท่าเรือ รอติดตามความน่ากลัวนี้ได้เลยครับ...

ขอบคุณภาพ : การท่าเรือ เอฟซี Port FC