ฟอร์มจากนัดล่าสุดที่เปิดบ้านเชือด ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-1 เป็นหลักฐานอีกครั้งที่ตอกย้ำให้เห็นว่า โม ซาล่าห์ กำลังอยู่ในช่วงที่ความมั่นใจหล่นหลายวูบอย่างแท้จริง

อดีตปีกพระกาฬผู้สังหารประตูให้ ลิเวอร์พูล เมื่อซีซั่นก่อนจนเกือบจะคว้าบัลลงดอร์! แทบควานหาความเฉียบขาดในการจบสกอร์ไม่เจอเลยในฤดูกาลนี้

ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ ซาล่าห์ มีโอกาสครั้งสำคัญในครึ่งหลังจากจังหวะหลุดเดี่ยว 1 ลูก และจังหวะได้ง้างยิงโล่งๆ แถวพื้นที่หัวกะโหลกอีก 1 ลูก แต่กลับสอยบอลไปอย่างไร้ทิศทาง

นั่นคงไม่เท่ากับเสียงก่นด่าที่หลายๆ คนเริ่มตำหนิ ซาล่าห์ ว่า “ทำไมเล่นบอลเห็นแก่ตัวจัง”

ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ มีเหมือนพยายามเล่นฝืนจังหวะในหลายๆ ครั้ง ในขณะที่ลูกสวนกลับหลุดเดี่ยว เจ้าตัวก็มีทางเลือกที่จะสามารถจ่ายเข้าช่องให้ ซาดิโอ มาเน่ ปิดสกอร์โล่งๆ ได้

แต่ ซาล่าห์ เลือกที่จะไม่ทำ สีหน้าของเขาดูหม่นหมอง ไม่สดใสเหมือนกับที่เคยเป็นมา

ถึงแม้จะมีส่วนร่วมกับการได้ประตูชัยของ “เร้ด แมชชีน” ในช่วงนาทีสุดท้าย แต่ถึงกระนั้น อดีตดาวเตะคนเก่งของ โรม่า ก็มีภารกิจที่ต้องพยายามปลดแอกตัวเองต่อ

นั่นคือมุมมองที่คนภายนอกอย่างเราๆ ใช้วิเคราะห์สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล แต่ความจริงแล้ว สถานการณ์ภายในแคมป์ของทีมดังแห่ง แอนฟิลด์ อาจไม่ได้กดดัน ซาล่าห์ อะไรขนาดนั้น

ในความดื้อของ ซาล่าห์ ที่ไม่ค่อยจ่าย เล่นบอลฝืน และยิงไม่ได้ในตอนนี้ เราจะสังเกตเห็นได้เช่นกันว่า ไม่มีเพื่อนร่วมทีม “หงส์แดง” คนไหนเลยที่ตะโกนด่า ซาล่าห์ ในความผิดพลาดของเขา

ในจังหวะที่หลุดเดี่ยวไปแล้วยิงไม่เข้า ทุกคนก็แค่เดินกลับไปเตรียมจะตั้งรับกันใหม่ เฉกเช่นเดียวกับ มาเน่ ที่ไม่มีโวยวายหรือชักสีหน้าใส่ ซาล่าห์ ใดๆ ทั้งนั้น

นี่อาจเรียกได้ว่าคือ “ความสามัคคี” เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของแข้ง ลิเวอร์พูล และพยายามที่จะช่วยเหลือสนับสนุนกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

จริงๆ แล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ซาล่าห์ ปีนี้ ก็แทบไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เคยวเกิดขึ้นกับ มาเน่ เมื่อฤดูกาลก่อน

นั่นก็เพราะ มาเน่ เองก็เคยถูกมองเป็นผู้ร้าย เล่นบอลชายเดี่ยวเหมือนกับ ซาล่าห์ มาแล้วเช่นกัน แต่ทุกอย่างกลับตารปัตรไปหมดในฤดูกาลใหม่

กลับกลายเป็นว่าปีนี้ มาเน่ ทำอะไรก็ถูกก็ดี ขณะที่ ซาล่าห์ จังหวะแค่นิดๆ หน่อยๆ ยังไม่เป็นใจ

ทั้งหมดเหล่านี้คือประสบการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างก็เคยได้รับมา และมันก็ดูจะเป็นผลดีต่อบรรยากาศรวมๆ ของทีมในตอนนี้

ซาล่าห์ อาจยิงไม่ได้ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยังชนะ แถมยังชนะในแบบที่เรียกได้ว่ามีสตอรี่อีกต่างหาก อีกทั้งความสัมพันธ์ภายในทีมก็ยังคงดูดีอยู่เสมอ

กับจำนวนเกมลีกที่เหลือ 6 นัด แล้วไหนจะแมตช์ แชมเปี้ยนส์ลีก อีกรายการ เชื่อได้เลยว่า ซาล่าห์ จะยังได้รับการสนับสนุนให้กำลังใจจากเพื่อนร่วมทีมต่อไป

หากปลดแอก กลับมายิงได้อีกครั้งเมื่อไหร่ รับรองได้เลยว่า ลิเวอร์พูล จะเหมือนได้อาวุธติดปีกเพิ่มความอันตราย และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จไปอีกหลายเท่าครับ    

ยอดฝั๋น