6 เดือนเต็มๆที่วอลเลย์บอลลีกหมุนอยู่รอบตัวเรา ทุกสัปดาห์จะได้ชมการแข่งขัน ทุกวันจะมีคอมเม้นเด็ดๆมาปะทะกันในกลุ่มวอลเลย์บอล วิเคราะห์ พูดถึงทีมนั้น เชียร์ทีมนี้ แต่เมื่อถึงเวลาไทยลีก และ ไทย-เดนมาร์คซูเปอร์ลีกจบลงก็ทำให้ภาพที่คุ้นตาเงียบหายไป

ปีนี้เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ทั้งการจัดแข่งขันแบบใหม่ของลีก และ ความระห่ำของไทย-เดนมาร์คซูเปอร์ลีก มันทำให้แฟนวอลเลย์บอลได้ชิดติดการแข่งขันแบบพลาดไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ปีนี้มีรสชาติอร่อยเหาะตามความเห็นผมก็จะมีดังต่อไปนี้

 

การแข่งขันลีกแบบใหม่จัดสนามเดียว

มีระบบแข่งสองรอบ ลีก-ไฟน่อลโฟร์

ถ่ายทอดสดทุกคู่ หาดูไม่ยาก

สโมสรชายเติมกันหนัก ความสามารถไม่ห่าง

ประเภทหญิงทีมชาติอยู่กันเกือบครบ

ซูเปอร์ลีกเป็นสถานที่ล้างตา ตี5วันรับเงินรางวัล

นักกีฬาต่างชาติถูกเสริมเข้ามาเพิ่ม

คนดูเต็มสนาม เกมสนุก นักกีฬาเล่นมันส์

แฟนโซเชียลโต้ตอบกันสนุก มีเรื่องให้ติดตามทุกวัน

 

จากข้างบนถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ใกล้ความสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว จนมันทำให้ปีนี้ได้รับเสียงสะท้อนด้านบวกจากแฟนวอลเลย์บอล,ผู้สนับสนุน ตลอดจนนักกีฬา และ เจ้าของทีม ที่มองไปทางเดียวกันว่าปีนี้วงการวอลเลย์บอลไทยดีขึ้นมาก

 

อย่างซูเปอร์ลีกที่เพิ่งจบไป ก่อนแข่งขันก็มีหลายคนคาดการณ์เอาไว้ว่าคนจะน้อยลง เพราะคนติดตามลีกไทยช่วงไฟน่อลโฟร์มาแล้ว อาจจะถึงจุดสุดยอดของการชมที่สนุก จนทำให้ซูเปอร์ลีกดร็อปลง

 

แต่มันกลับตรงกันข้าม ความนิยมของรายการยังคงอยู่ และ แฟนที่ติดตามก็ยังทะลักกันเข้ามาเหมือนกับ 6ปีที่การแข่งขันนี้เกิดขึ้น

ส่วนการแข่งขันก็ยังระอุกว่าเดิมขึ้นไปด้วย ซึ่งในปีนี้มันมีอะไรเยอะแยะเต็มไปหมดที่ทำให้การแข่งขันมีเรื่องราวในระยะเวลาเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น ผมขอใช้โอกาสนี้ย้อนไล่เรียงให้ได้ติดตามกันครับ

 

การหายไปของโค้ชลอราชของสโมสรไดม่อนฟู้ด

ข้อความของโค้ชลอราช ทนทองคำ

 

เรื่องนี้เป็นประเด็นอยู่พอสมควร เมื่อการแข่งขันซูเปอร์ลีกไม่มีเฮดโค้ชใหญ่อย่าง “ลอราช ทนทองคำ” ยืนคุมทัพข้างสนาม จนทำให้แฟนคลับของทีมอยากจะทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่เขาเชียร์อยู่ 

"โค้ชแชมป์" วีระเมธร์ เพลิงสงเคราะห์ มาคุมทีมชั่วคราว

นักกีฬาไดม่อนฟู้ดทุกคนยังสู้เต็มที่

จนในวันที่ 20 มีนาคม โค้ชลอราช ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุคประมาณว่าขอรับผิดชอบต่อผลการแข่งขันในลีกที่ไม่สามารถทำให้ทีมคว้าแชมป์ได้ จึงขอยุติบทบาทลง ซึ่งทางสโมสรฯก็มอบหน้าที่นี้ให้กับ "โค้ชแชมป์วีระเมธร์ เพลิงสงเคราะห์ มายืนสั่งการข้างสนาม และ ทุกคนในทีมก็ยังเดินหน้าทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะจบอันดับ 3 ของการแข่งขันในรายการนี้

 

 

“เดอะจูน” กับเหล่านักสู้พลังหนุ่มแห่งแดนพิษณุโลก 

ภาพที่แฟนวอลเลย์บอลทำให้อมรเทพ คนหาญ

ถ้าถามว่าทีมไหนมีคนเชียร์เยอะที่สุด คงไม่มีใครตอบได้ แต่ยามใดที่ทัพ”ราชมงคลล้านนา พิษณุโลก”ลงสนามรับรองได้เลยว่าจะมีกองเชียร์ทั่วสารทิศส่งกำลังใจให้แบบรัวๆ 

 

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะทีมชุดนี้แสดงให้เห็นถึงใจที่สู้ไม่ถอย และยังมีความเด็ดเดียวของ “เดอะจูน” อมรเทพ คนหาญ ที่กระหน่ำตีทำคะแนนให้กับทีมเป็นกอบเป็นกำ ส่วนเพื่อนร่วมทัพก็เป็นแรงหนุนที่ดี ทำให้ส่วนผสมของทีมชุดนี้มันออกมาลงตัว

จูน อมรเทพ คนหาญ ผู้เล่นของทีมพิษณุโลก

ทีมพลังหนุ่ม พิษณุโลก

เรื่องผลการแข่งขัน ส่วนนี้ทุกคนทำใจเอาไว้อยู่แล้ว เพราะพิษณุโลกไม่ใช่ทีมที่เป็นต่อ เขาคือมวยรองที่พร้อมเปิดหน้าแลกหมัด ศักยภาพทีมเป็นรองจริง แต่เรื่องใจอันนี้ชัดเลยว่าเขาไม่ยอมใครเลย 

 

ในเกมที่ พิษณุโลกต้องการชัยชนะเพื่อเข้ารอบ โดยมีวิสาขาที่เป็นต่อยืนขวางอยู่ แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าสถานการณ์ที่เขาเป็นรอง และ มีโจทย์คือต้องชนะ และ ห้ามเล่นถึง 5 เซต แต่พวกเขาก็ช่วยกันลุยจนในที่สุดก็ประสบผลความสำเร็จ เอาชนะวิสาขาได้ และ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ 

 

แม้จะทีมพิษณุโลกจะจบด้วยอันดับ 3 ของรายการ แต่พวกเขาประสบผลความสำเร็จในแง่ภาพลักษณ์ที่ทำให้รู้ว่า “ความพ่ายแพ้ก็สามารถถูกยกย่องเทียบเคียงกับชัยชนะได้” 

 

“มินิฮาร์ท” หัวใจดวงน้อยของยามีน

กฤษฎา นิลไสว ผู้เล่นทีมแอร์ฟอร์ซ วีซี

อาการดีใจของ”ยามีน” กฤษฎา นิลไสว ผู้เล่นของแอร์ฟอร์ซ วีซี กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในโซเชียลมีเดีย ด้วยการแสดงออกทางใบหน้าที่นิ่ง แต่ท่าทางนั้นทำเอาหลายคนหมั่นไส้เหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการแกว่งมือคนไปมา หรือ โชว์มินิฮาร์ท 

 

เรื่องนี้มองได้หลายมุม ถ้าเป็นแฟนคลับทีมแอร์ฟอร์ซ ก็จะรู้สึกอีกแบบ แต่ถ้าเป็นคู่แข่งก็อาจจะทำเอาหัวเสียไปบ้าง ซึ่งทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงออกมา เพียงแต่อย่าเป็นการยียวนคู่ต่อสู้จนเสียมารยาท 

 

แต่ที่”ยามีน”ทำออกมานั้น เขาไม่เคยไปแสดงออกต่อผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเลย เมื่อทำคะแนนได้ก็จะมาดีใจกับเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น 

 

อีกอย่างช่วงที่ภาพจับไปที่ยามีนตอนดีใจ มันจะเป็นช่วงตัดจากผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่เสียแต้ม หากใครดูทางทีวีก็จะมีความรู้สึกว่า”ทำไมไอ้หมอนี่มันไปกวนTEENใส่คู่ต่อสู้” แต่จริงๆแล้วในสนามเขาจะวิ่งมาดีใจกับเพื่อน แล้วก็กองเชียร์ของแอร์ฟอร์ซ ยังไม่เคยเห็นยามีนไปแสดงออกใส่คู่แข่งเลย

 

จะว่าไปแล้วเรื่องนี้เป็นอะไรที่พูดยากมากๆ เพราะมันอยู่ที่มุมมองของคน บางคนชอบเพราะเป็นการระบายออก และ ทำให้มีสีสันความสนุก แต่บางคนก็อาจจะมองว่าน่าหมั่นไส้จริงๆ ส่วนนี้ก็สุดแล้วแต่จะเลือกมอง

 

เกมเดือด เชือดกันมันส์

อาการสะใจของ ดักลาส บูลเอโน จากทีมโคราช

 

ปีนี้แต่ละทีมไม่มีใครยอมกันเลย จบจากลีกก็เสริมตัวผู้เล่นกันรัวๆ เพราะอย่างที่เคยบอก ซูเปอร์ลีก คือสถานที่เอาไว้ล้างตากัน. ใครที่มีอะไรติดใจกันในลีก ก็จะมีระบายออกทางนี้กันทั้งนั้น

 

อย่างประเภทชาย โคราชที่ช้ำใจในเกมไฟน่อลโฟร์ของลีก พวกเขาแพ้แอร์ฟอร์ซไปอย่างน่าเสียดาย จนไม่สามารถเข้าสู่รอบชิงได้ตามเป้าหมาย และ จบอันดับ 4 ของลีก

ภูษิต โพธิ์นรินทร์ ดาวตบจากแอร์ฟอร์ซ

โคราชแชมป์สมัยที่ 3 ของซูเปอร์ลีก

แต่ในรอบชิงชนะเลิศซูเปอร์ลีก สองทีมนี้อัดกันชนิดที่แฟนวอลเลย์บอลแทบไม่ได้หายใจ มีช่วงที่โคราชแผ่วเหมือนจะมอบตัว แต่อยู่ๆทุกคนก็กลับมาสู่เกมได้ และ ยิ่งในเซตที่ 5 นครราชสีมาแสดงให้เห็นถึงความเก๋า และ เป็นฝ่ายที่คุมเกมได้ จนในที่สุดก็เอาชนะแอร์ฟอร์ซพร้อมกับคว้าแชมป์สมัยที่ 3 มาครองได้สำเร็จ และ ยังทำให้รายการนี้มีมนต์ขลัง นั้นก็คือ หากทีมไหนได้แชมป์ลีก จะไม่สามารถสัมผัสแชมป์ซูเปอร์ลีกได้

เจเนอราลี่สุพรีมชลบุรีอีเทค

นครราชสีมา เดอะมอลล์วีซี

ส่วนทีมหญิง การเจอกันของสองทีมใหญ่อย่าง นครราชสีมา เดอะมอลล์ วีซี กับ เจเนอราลี่ สุพรีมชลบุรี อีเทค เป็นเกมที่หลายคนมองว่าโคราชที่เต็มไปด้วยนักกีฬาชั้นแนวหน้า ไม่น่าจะพลาดแชมป์

 

อย่างที่บอก...นี่คือซูเปอร์ลีก อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เกมนี้ถือว่าทางสุพรีมฯเตรียมตัวมาดีไม่น้อย รายละเอียดในเกมสู้กันได้สนุก โคราชเองก็ไม่ได้ยอม แม้จะตามในแต่ละเซต แต่ก็แสดงให้เห็นว่าไม่ปล่อยง่ายๆ เมื่อทุกอย่างจัดเต็มก็มาวัดกันที่จังหวะ ซึ่งเกมนี้สุพรีมฯพลาดน้อยกว่า เก็บรายละเอียดได้ดี และ เป็นฝ่ายที่เอาชนะไปได้ในที่สุด

 

จากสองเกมในรอบชิง แฟนวอลเลย์บอลที่ชมการแข่งขันก็สนุกไปกับการต่อสู้ที่ดุเดือด และ ได้ชมการแข่งระดับลีกที่มีคุณภาพระดับ 5 ดาวจริงๆ

 

“อินโดนีเซีย”กับสองรางวัลอันทรงคุณค่า

ริวาน  นูร์มัลกี ผู้เล่นทีมชาติอินโดนีเซีย

 

ปีนี้รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหรือว่า MVP กลายเป็นของนักกีฬาจากประเทศอินโดนีเซียทั้งสองรางวัล

 

ริวาน  นูร์มัลกี ผู้เล่นทีมชาติอินโดนีเซียที่เติมเข้ามาช่วงซูเปอร์ลีกของนครราชสีมา เดอะมอลล์วีซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม การลงสนามในแต่ละเกมสร้างความประทับใจให้กับคนดูเป็นอย่างมาก การเสิร์ฟที่ดี การตีบอลที่คม และ สามารถช่วยจังหวะบล็อคได้หลายครั้ง 

 

การลงสนามทุกเกมของเขาจะเป็นผุ้เล่นที่ทำคะแนนสูงสุดให้กับโคราชอยู่ตลอด และ เกมรอบชิงชนะเลิศ ช่วงที่เหล่าแคทเดวิลกำลังแผ่ว ริวาน ยังคงรักษามาตรฐานตัวเองเอาไว้ได้ และ ส่งผลให้ทีมกลับเข้ามาสู่เกมอีกครั้ง การเล่นของเขาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โคราชประสบผลความสำเร็จในรายการนี้ รางวัลMVPจึงคู่ควรกับเขามากที่สุด

“เอพริว แมงกานัง” ของทีมสุพรีมฯ

สำหรับ “เอพริว แมงกานัง” ดาวตบพลังข้อเท้าสูง ผู้เล่นทีมชาติอินโดนีเซียของทีมสุพรีมฯก็เป็นอีก 1 คนที่คู่ควรกับรางวัลนี้ เพราะการลงสนามทุกเกมของเธอชัดเจนมากกับการเข้าทำแต้ม หลายจังหวะที่ต้องแก้ไขเธอกลับเปลี่ยมมันเป็นคะแนนได้ และ ช่วงแต้มสำคัญเธอก็ไม่พลาดที่จะปิดเกม

 

เอพริว แมงกานัง คือหนึ่งในผู้เล่นที่คนไทยอยากจะเห็นฟอร์มกับตาตัวเองสักครั้ง เพราะส่วนใหญ่จะได้ชมผ่านทางทีวีในยามที่ทีมชาติอินโดนีเซียลงแข่งขัน ซึ่งการมาเล่นในไทยครั้งนี้ของเธอทำให้การแข่งขันสนุกขึ้น เกมมีสีสัน และ ที่สำคัญเธอตอบโจทย์ของทีมสุพรีมที่ต้องการหาตัวแปรที่ทำให้ทีมสามารถสู้กับโคราชได้ รางวัลMVPนี้จึงคู่ควรกับ “เอพริว แมงกานัง”

 

 

แฟนวอลเลย์บอลนั่งชมยาวจากเช้าถึงค่ำ

ถ้าใครเป็นแฟนวอลเลย์บอลไทย-เดนมาร์คซูเปอร์ลีกมาตั้งแต่ครั้งแรกจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีมาก เพราะคนที่เข้ามาชมการแข่งขันรายการนี้มาตั้งแต่ห้างเปิด แล้วดูจนห้างปิด พื้นที่บนที่นั่งแทบไม่มีที่ว่าง ต้องบอกเลยว่ากองเชียร์อึดสุดๆ และ ในครั้งนี้ก็ยังเป็นเช่นเคย แต่ที่น่าประทับใจคือคนเข้ามาดูเยอะตั้งแต่ทีมชายลงแข่ง นั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าประเภทชายเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

ล่าสุดที่ผมได้มีโอกาสคุยกับแฟนวอลเลย์บอลที่ไปดูการแข่งขัน ได้รับฟังความเห็นที่สะท้อนมาให้ฟังว่า “คนเยอะแบบนี้ควรไปจัดแข่งที่ใหญ่กว่านี้ได้แล้ว” 

 

เรื่องนี้ผมจะบอกยังไงดี...

 

คือการแข่งขันวอลเลย์บอลลีกยังไม่พร้อมที่จะเอาไปไว้ในสนามแข่งขันแบบตายตัวที่เป็นสนามกีฬาจริงๆ เพราะผมยังคิดว่าการดูกีฬาชนิดนี้ของคนไทยคือ”ส่วนใหญ่”ไม่มีทีมเชียร์แบบทีมเดียว พวกเขาจะมีทีมที่ชอบมากกว่าหนึ่ง หรือ ไม่ก็เชียร์เป็นบุคคลๆไป บางเกมก็ดูเพราะน่าสนใจ มันยังไม่ใช่แบบฟุตบอลที่จังหวัดใครจังหวัดมัน

อีกอย่างการจัดที่ห้าง ผมมองว่ามันเป็นสถานที่ครบวงจรที่สุด เดินเล่นได้ มีที่จอดรถ อาหารการกินไม่ลำบาก สามารถขลุกตัวอยู่ที่สนามได้ทั้งวัน 

 

แต่ถ้าจัดแข่งที่สนามกีฬาจริงๆสามารถทำได้ไหม ผมก็เชื่อว่าทำได้ แต่แฟนวอลเลย์บอลจะไม่ได้รับความสะดวกแบบในห้าง อย่างการแข่งขันที่ผ่านมาของลีกไทย เวลาไปแข่งที่ไหนคนดูก็จะเยอะเฉพาะเกมที่เจ้าบ้านลงเท่านั้น น้อยคนที่จะอยู่ลากยาวได้ถึง 4 คู่ ดังนั้นผมคิดว่าช่วง 2-3 ปีจากนี้การแข่งขันก็น่าจะอยู่ในห้างเหมือนเดิม เพียงแต่จะเป็นต่างจังหวัดบ้างหรือไม่เท่านั้น

 

ยังไงก็ตามสิ่งที่น่าชื่นชมมากๆคือความตั้งใจของแฟนวอลเลย์บอลที่เข้ามาชมในสนาม มีหลายคนมาตั้งแต่คู่แรก ผมนั่งมองรอบๆแล้วบางคนแทบไม่ขยับไปไหนเลย ดูครบทุกคู่ไม่ขาด บางคนเข้ามาไม่ได้ก็นั่งดูจอใหญ่ข้างนอก ขอบคุณมากๆครับที่ทุกคนช่วยกันผลักดันวงการอาชีพบ้านเราให้มีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ 

 

 

ลีกไทยกับซูเปอร์ลีกจะมีอะไรเปลี่ยนไปไหมในปีหน้า

 

สำหรับผมแล้ว หลังจากที่ได้เดินคุยกับแฟนวอลเลย์บอล ฝ่ายจัดการแข่งขัน และ ผู้สนับสนุน ทุกคนยอมรับว่าปีนี้วงการลีกดีมาก และ ทำให้ต้องทำการบ้านกันหนักขึ้นเพื่อจะคิดต่อยอดจากกระแสตรงนี้

 

ลีกรูปแบบอาจจะไม่เปลี่ยนไปมาก แต่เรื่องเอ็นเตอร์เทรนน่าจะมีสีสันมากขึ้น แสงสีเสียงคงจะจัดหนักกว่าเดิม

 

ซูเปอร์ลีกอาจจะมีเปลี่ยนไปบ้างเช่นกัน รูปแบบยึดหลักเดิมที่แข่งมา 7 ปี แต่ที่เปลี่ยนอาจจะเป็นทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน โควต้าในไทยอาจจะลดลงไปบ้าง เพราะเท่าที่ทราบมามีต่างชาติติดต่อขอเข้ามาร่วมแข่งขันรายการนี้บ้างแล้ว 

 

————————————————

 

เรื่องราวข้างต้นก็เป็นมุมมองที่ผมรู้สึก จริงๆมีอีกหลายอย่างที่อยากจะเขียนถึง ทั้งคุณภาพของนักกีฬาที่เห็นได้ชัดว่าดีขึ้น หลายคนมีพัฒนาการ ความทุ่มเทของสโมสรต่างๆที่ทำงานอย่างหนัก หากพี่น้องคอวอลเลย์บอลมีอะไรอยากจะเสนอ ชม หรือ ติติง สามารถแจ้งได้เลยครับ ผมยินดีที่จะเป็นคนกลางรับฟัง

 

สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นตัวแทนของทุกฝ่ายขอบคุณแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยที่ติดตามชมและเชียร์ทั้งในสนามรวมถึงดูผ่านหน้าจอเป็นอย่างมาก บอกเลยว่าคนจัดแข่งทั้งไทยลีกและซูเปอร์ลีกจะเดินต่อไม่ได้เลย ถ้าไม่มีภาพคนดูเต็มสนามที่เป็นการยืนยันได้ว่า “จากนี้วอลเลย์บอลลีกไทยพร้อมจะเดินหน้าแล้ว” 

 

 

“ขอบคุณทุกท่านที่เดินทางมากับซูเปอร์ลีกตลอด 7ปีที่ผ่านมาครับ”

เอก ประวิตร