พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 18.35 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย จะลงทำศึก ไชน่าคัพ 2019 พบ ทีมชาติจีน

แน่นอนว่าแฟนบอลชาวไทย คงจะอารมณ์ค้าจากศึกเอเขียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ไทย แพ้ให้กับ จีน 1-2 ที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด อัล ไอน์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อ วันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา

ซึ่งเกมนั้น ช้างศึก ออกนำไปก่อน 1-0 จาก ศุภชัย ใจเด็ด ในครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลัง จีน มาได้ 2 ประตู จาก เซียว จื้อ และจุดโทษของ เก้า หลิน พลิกกลับมาเอาชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจะไปแพ้ให้กับ อิหร่าน 0-3 

ปัจจุบัน ทีมชาติจีน มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ แต่ก็ยังเป็นคนชาติเดิม จากที่ใช้ มาร์เซโล่ ลิปปิ้ วัย 70 ปี มาเป็น ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ตำนานกองหลังทีมชาติอิตาลี วัย 45 ปี 

ขุนพลแดนมังกร ในชุดนี้ อาจจะไม่ใช้ชุดที่เราคุ้นหูมากนัก เพราะตัวหลักจากชุดเอเชียนคัพ 2019 หลงเหลืออยู่ในทีมชุดนี้เพียงแค่ 8 รายเท่านั้น รวมถึง อู๋ เล่ย กองหน้าตัวเก่งจากสโมสร เอสปันญอล ในลาลีก้า สเปน ก็ไม่ได้ติดทีมมา   

แถมยังมีแข้งหน้าใหม่ซิงๆที่ติดทีมชาติครั้งแรก 3 คนคือ หลี เหล่ย กองหลังจาก ปักกิ่ง กั๋วอัน รวมถึง สองกองหน้าอย่าง หลู่ เหวินจุน จาก เซียงไฮ เอสไอพีจี และ เซี่ย เผิงเฟย จาก เจียงซู ซูหนิง

สำหรับตัวหลักของ จีน ในชุดนี้คือ อู๋ ซี , เฝิง เซียวถิง, เฮา จวิ้นหมิ่น และ หยาน จุ้นหลิง

ฝั่ง "ช้างศึก" มี "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย คุมทัพ ผนึกกำลังกับผู้ช่วยอย่าง "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ สภาพทีมอาจจะไม่ใช่นักเตะชุดที่ดีที่สุดเพราะผู้เล่นอย่าง กวินทร์์ ธรรมสัจจานันท์ ก็ไม่มีชื่อแต่แรก ส่วนที่เรียกมาใช้งานแต่ถอนตัวไปก็มี สุมัญญา ปุริสาย,สุรชาติ สารีพิมพ์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ศศลักษณ์ ไหประโคน, กรกช วิริยอุดมศิริ และ ธีรศิลป์ แดงดา

ที่สร้างความฮือฮาคือ สารัช อยู่เย็น และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ กลับมามีชื่อติดทีมชาติอีกครั้ง เช่นเดียวกับ ชนานันท์ ป้อมบุปผา, พิชา อุทรา, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, จิตปัญญา ทิสุด และ ศนุกรานต์ ถิ่นจอม ที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้

แต่ตัวหลักๆที่น่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงจะเป็นผู้เล่นจากชุดเอเชียนคัพ 2019 นำโดย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, พรรษา เหมวิบูลย์ , ธีราทร บุญมาทัน, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , ชนาธิป สรงกระสินธิ์ และ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่จะได้เป็นกองหน้าหมายเลข 1 แทนที่ ธีรศิลป์ ที่บาดเจ็บ 

ขณะที่ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่กลับมาติดที่มชาติอีกครั้ง ก็มียึดตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวา หากทีมตัดสินใจดัน ทริสตอง โด ขึ้นไปยืนเป็นปีกขวา

สถิติที่เคยพบกันทั้งสองทีม
– 26 ครั้ง ที่พบกัน ทีมชาติจีนมีสถิติที่ดีกว่า โดยชนะ 18 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 5 นัด 

ลิงค์ข่าวสถิติการพบกันทั้ง 26 นัดของ ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติจีน

https://www.smmsport.com/reader/news/238916

การพบกันนัดล่าสุด

20 มกราคม 2019 เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ไทย 1-2 จีน

ไทย ชนะ จีน ครั้งล่าสุด

15 มิ.ย.2556
กระชับมิตรฟีฟ่าเดย์ ที่เหอเฝ่ย์ ประเทศจีน : ไทย ชนะ จีน 5-1

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม (4-2-3-1)
ศิวรักษ์ 
นฤบดินทร์ อดิศร พรรษา ธีราทร
ฐิติพันธ์ ธนบูรณ์
โด ชนาธิป เกริกฤทธิ์ 
อดิศักดิ์ 

การวิเคราะห์ : แน่นอนว่า ทีมชาติไทย เป็นรองทีมชาติจีน เนื่องจากต้องไปเล่นเป็นทีมเยือน แต่จากตัวผู้เล่นแล้ว นักเตะจีนชุดนี้ถือเป็นสายเลือดใหม่ มีตัวหลักไม่กี่ตัว และก็ไม่ใช่ตัวที่โดดเด่นมากนัก ยังไงเชื่อว่าแนวรุกอย่าง ชนาธิป และ อดิศักดิ์ ไกรษร ค่อนข้างถูกโฉลกกับการเจอทีมชาติจีน และนี่ก็อาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ช้างศึก สร้างความสุขให้กับแฟนบอล ด้วยการบุกไปเฉือนชนะได้ 

โปรแกรมการแข่งขันอีกคู่ ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 อุรุกวัย พบ อุซเบกิสถาน เวลา18.35น.(ตามเวลาประเทศไทย)

โดยผู้แพ้ของทั้งสองคู่จะไปเล่นนัดชิงที่สาม เวลา 14.30น. และผู้ชนะจะไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ เวลา18.35น. ในวันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562  ถ่ายทอดสดทางช่อง ไทยรัฐทีวีช่อง 32