ศึกฟุตบอลไทยลีก2 ผ่านพ้นสัปดาห์ที่ 6 จ่าฝูงของตารางมีการเปลี่ยนแปลง หลังความพ่ายแพ้นัดแรกของทัพ"บลูแมชชีน" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด...

ย้อนกลับไปในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2สโมสรที่ทำผลงานเริ่ดหรูตีคู่กันมาด้วยการเดินหน้าเก็บชัยชนะ 5 เกมติด ประกอบไปด้วย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ อาร์มี่ ยูไนเต็ด

แต่หลังจากเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในทีมเต็งเลื่อนชั้นอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็เริ่มมีสะดุดให้เห็น หลังพวกเขาบุกไปพ่าย โปลิศเทโร เอฟซี 1-2 ส่วนทางฝั่ง อาร์มี่ ยูไนเต็ด ยังคงร้อนแรงเดินหน้าเก็บชัยชนะเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน พร้อมทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตารางแต่เพียงผู้เดียว

เราจะไปส่องกันดูว่าเพราะเหตุใด? เหล่าขุนพลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่เพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กลับเริ่มมีผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจากที่ดูๆไปก็มีประมาณ 5 เหตุผลหลักๆดังต่อไปนี้

- ไทยลีก2 ไม่มีคำว่าง่าย!
เป็นที่ทราบกันดีว่าศึกฟุตบอลลีกพระรองของบ้านเราในชั่วโมงนี้ ไม่มีคำว่าง่าย! ผิดกับหลายๆซีซั่นก่อนที่แต่ละทีมยังมีความห่างชั้นกันพอสมควร แต่ในช่วง 3-4 ฤดูกาลหลัง ศึกฟุตบอลไทยลีก2 ต่างยกระดับขึ้นมาอย่างน่าชื่นชม

โดยเฉพาะในปีนี้ที่หลายๆทีมมีการเสริมทัพนักเตะฝีเท้าดีเข้ามามากมาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นที่ให้ลงเล่นในลีกสูงสุดมีจำกัด ด้วยจำนวนสโมสรที่ลดลง ทำให้บรรดานักเตะจากลีกสูงสุดที่ไม่มีสังกัด ต่างก็จำเป็นจะต้องลดชั้นลงมาวาดลวดลายในไทยลีก2 เพราะมิเช่นนั้นก็อาจจะไม่มีที่ยืนในเวทีลูงหนังไทย

ด้วยปัจจัยนี้จึงทำให้บรรดาทีมในศึกไทยลีก2 มีพาวเวอร์ในการคว้าตัวนักเตะดีกรีระดับลีกสูงสุดเข้าสู่ทีม มันจึงทำให้การแข่งขันในลีกรองที่มีความเข้มข้นอยู่แล้ว กลับยิ่งมีมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว เพราะฉะนั้นเลิกหวังที่จะเก็บชัยชนะแบบง่ายๆในแต่ละเกม...

- คุณภาพตัวผู้เล่นไม่ต่างกันมาก
ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาในข้างต้น ทำให้แต่ละทีมมีคุณภาพตัวผู้เล่นไม่ต่างกันมากนัก อย่างในเกมที่ บีจีฯพ่ายแพ้เป็นนัดเรกให้กับโปลิศเทโรฯ เมื่อลองเจาะไปที่ขุมกำลังของทั้งสองทีมก็แทบจะไม่ได้แตกต่างกัน เพราะต้องไม่ลืมว่าทีมอย่างเทโรฯเองก็เพิ่งจะตกชั้นลงมาจากลีกสูงสุด และโครงสร้างของทีมก็แทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย

อีกอย่างเป้าหมายของโปลิศเทโรฯก็มีความชัดเจนมาตั้งแต่ก่อนออกสตาร์ท คือการกลับเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดให้ได้ภายในปีเดียว ถึงแม้จะมีบางเกมที่สะดุดไปบ้าง แต่การเจอกับทีมในกลุ่มลุ้นตั๋วด้วยกันแล้ว พวกเขาจำเป็นจะต้องมุ่งมั่นที่จะเก็บชัยชนะให้ได้ หากยังหวังที่จะไล่ล่าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก เพราะมิเช่นนั้นก็อาจจะเป็นการลดโอกาสของตัวเองลง

- จุดเปลี่ยนในเกม เสีย 2 ลูกติดๆ
สกอร์แรกที่เกิดขึ้นของเกมนัดดังกล่าว เป็นทางฝั่งบีจีฯที่ได้ประตูออกนำไปก่อนจากลูกโทษที่จุดโทษ และดูเหมือนว่าความได้เปรียบจะตกไปอยู่ที่พวกเขา แต่จุดเปลี่ยนสำคัญมาเกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อเจ้าถิ่นอย่างโปลิศเทโรฯ มาอาศัยช่วงชิงจังหวะยิง 2 ประตูรวด ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที จากตามหลัง พลิกกลับมาแซงนำ ทำให้โมเมนตัมของเกมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

แม้การตามหลังของบีจีฯในเกมนัดนี้จะมีเวลาอีกมากให้ได้แก้ไขในช่วงครึ่งหลัง แต่มันก็มีความยากกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว เพราะแน่นอนว่าการลงสนามในครึ่งหลังฐานะผู้นำกับผู้ตามมันช่างแตกต่างกันซะเหลือเกิน เทโรฯลงมาด้วยความรัดกุมและมุ่งมั่น บีบให้คู่แข่งต้องเดินหน้าบุกเข้าใส่ ซึ่งการบุกของบีจีฯก็เต็มไปด้วยความกังวล เพราะต้องไม่ลืมว่าขุมกำลังในเกมรุกของเทโรก็พร้อมที่จะเล่นงานได้ทุกเมื่อจากจังหวะสวนกลับ ทำให้เกมบุกของบีจีฯดูจะไม่เป็นธรรมชาติเหมือนอย่างที่เคย

- เกมรับที่แข็งแกร่งของเทโรฯ+ไม่ใช่วันของบีจี
ความมุ่งมั่นของโปลิศเทโรฯที่จะโค่นบีจีในเกมนี้มีอยู่เต็มเปี่ยม ในหลายๆจังหวะนักเตะของทีมต่างทุ่มสุดตัวที่จะสกัดกั้นเกมรุกของบีจีฯที่พยายามถาโถมเข้าใส่ และพร้อมที่จะรอความผิดพลาดของคู่แข่งเพื่อทำเกมสวนกลับ

นอกจากความมุ่งมั่นในเกมรับของเจ้าถิ่นแล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็ต้องยอมรับว่าเกมนัดนี้ไม่ใช่วันของบีจีฯ จังหวะเกมรุกที่เคยไหล่ลื่นกลับทำไม่ได้อย่างใจคิด รวมถึงโอกาสยิงเหน่งๆก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่กลับกลายเป็นการยิงทิ้งยิงขว้างไปซะดื้อๆ อะไรๆมันก็เลยดูแย่ไปหมด จนสุดท้ายไม่สามารถกลับมาสู่เกมของตัวเองได้ และพ่ายแพ้ไปในที่สุด

- หลายทีมจ้องจะล้มบีจี
ด้วยความร้อนแรงของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แน่นอนว่าเวลาเจอกับทีมไหน ต่อให้ไม่ใช่โปลิศเทโรฯก็ตาม พวกเขาก็จะต้องเจอกับความยากลำบากในทุกๆเกม เพราะคู่แข่งต่างก็จ้องที่จะโค่นล้มความแข็งแกร่งของบีจีฯลงให้ได้

อย่างที่ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือใหญ่ของทีมได้กล่าวเอาไว้หลังจบเกม ว่าทุกทีมที่เจอบีจีฯต่างมุ่งมั่นเกินร้อยในการลงสนาม เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญจากนี้ที่บีจีควรจะทำ คือเล่นด้วยความมุ่งมั่นที่เกินร้อยเช่นเดียวกัน เพื่อผ่านพ้นความยากลำบากในแต่ละนัดไปให้ได้

แม้บีจีฯจะพลาดท่าเสียสถิติพ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลพร้อมกับจำแหน่งจ่าฝูง แต่ก็ยังไม่ถึงกับส่งผลกระทบมากนัก เพราะเวลานี้พวกเขายังคงรั้งรองจ่าฝูง เกาะกลุ่มหัวตารางได้อย่างเหนียวแน่น จากชัยชนะ 5 นัดที่เกิดขึ้น

น่าสนใจว่าภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการพาทีมขึ้นชั้น จะสามารถพาต้นสังกัดกลับสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งในช่วงพักเบรกทีมชาติก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้พวกเขาได้กลับไปทบทวนถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก่อนจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง

มองในแง่ดีความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นในนัดนี้ยังมีข้อดีอยู่บ้าง ที่เป็นการแพ้ในช่วงต้นซีซั่น เพราะหนทางยังคงเหลืออีกยาวไกล ดีกว่าไปแพ้ในช่วงโค้งสุดท้ายที่เป็นช่วงเวลาสำคัญของฤดุกาล เพราะถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีเวลาให้แก้ตัว

อีกอย่างความพ่ายแพ้เกมนี้มันอาจจะเป็นสิ่งที่มากระตุ้นย้ำเตือนทัพบีจีฯว่าจากนี้ไปต้องห้ามประมาทในทุกๆเกม และต้องใส่แบบเกินร้อยในทุกๆนัดที่ลงสนาม...

"บิ๊ก กิโล10"