ในอดีต ทีมชาติไทย เคยมียุคทองหลายสมัย 

ตั้งแต่ยุค 80 ที่มี ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, เฉลิมวุฒิ สง่าพล, วรวรรณ ชิตะวณิช เป็นตัวชูโรง

ยุค 90 ที่มี "ดรีมทีม" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ตะวัน ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน เป็นซูเปอร์สตาร์

ยุค 2000 ที่มี เทิดศักดิ์ ใจมั่น, สุธี สุขสมกิจ, เศกสรรค์ ปิตุรัตน์ เป็นกำลังสำคัญ

จนมาถึงยุคปัจจุบัน ที่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน เป็นขวัญใจแฟนบอล

เรียกว่า ทีมชาติไทย ไม่เคยขาดนักเตะเก่งๆ ที่ขึ้นมาทดแทนรุ่นเก่าที่โรยราลงไป

แต่กระนั้น ก็ยังไม่เคยมีใคร ที่จะสามารถพา ทีมชาติไทย ให้ประสบความสำเร็จในระดับสูงของเอเชียได้ และ ทีมชาติไทย ก็ยังไม่เคยเข้าใกล้กับคำว่า ฟุตบอลโลก เลยสักครั้ง

จนกระทั่งเด็กหนุ่มชาวอีสานคนหนึ่ง ถือกำเนิดขึ้น เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2541 ประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย ก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป

เขาคือเด็กมหัศจรรย์ ที่เล่นฟุตบอลได้เหนือกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน จนเป็นดาวเด่นของ บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ โรงเรียนฝึกฝนทักษะลูกหนังของเขา

ชื่อของเขาคือ "เช็ก" ศุภโชค สารชาติ

จากฝีเท้าที่เอกอุ ทำให้ ศุภโชค ถูกดันขึ้นสู่ทีม บุรีรัมย์ ชุดใหญ่ ด้วยวัยเพียง 17 ปี เมื่อปี พ.ศ.2558 และมีชื่อติด ทีมชาติไทย U19 ในเวลาต่อมา

เขามีทักษะที่ไม่ธรรมดา จับบอลนิ่มนวล จ่ายบอลเหนือชั้น แถมยังมีสปีดต้นที่รวดเร็ว ยากที่ใครจะตามทัน

ด้วยวัยยังไม่ถึง 19 ปีเต็ม เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมชั้นนำอย่าง บุรีรัมย์ ได้สำเร็จ และพาทีมกวาดแชมป์ต่างๆไปมากมาย พ่วงด้วยรางวัล "นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม"

ด้วยวัย 20 ปี เขาติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่

และในวัยย่าง 21 ปีในปีนี้ ดูเหมือนว่า ศุภโชค สารชาติ จะยิ่งโชว์ฟอร์มได้โคตรโหดกว่าเก่า

เขายิงไปแล้ว 3 ประตูในไทยลีก 3 นัดแรก บวกกับซัลโวประตูชัยให้ บุรีรัมย์ เอาชนะ ชุคบุค ฮุนได แชมป์จากเกาหลีใต้ได้อีก

ณ เวลานี้ ไม่มีนักเตะไทยคนไหน จะผลงานดีไปกว่า ศุภโชค อีกแล้ว

จนแฟนบอลบุรีรัมย์ รวมถึงแฟนบอลชาวไทยหลายคน ต่างคาดหวังว่า ศุภโชค สารชาติ จะเป็นซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของ ทีมชาติไทย

อย่างไรก็ตาม ศุภโชค ไม่ได้ลุ่มหลงไปกับคำเยินยอเหล่านั้น

เขายังก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมอย่างหนักต่อไป พร้อมกับถ่อมตนว่า ยังต้องพัฒนาฝีเท้าตัวเองอีกเยอะ

"ช่วงต้นฤดูกาลนี้ ผมไม่ได้มองว่าตัวเองแบกทีมหรืออะไร เพราะฟุตบอลเล่นกัน 11 คน หน้าที่ของแต่ละคนก็คือทำหน้าที่ของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด"

"ตอนนี้เราไม่มีซูเปอร์สตาร์ในทีม และผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะก้าวไปที่จุดนั้น" 

ศุภโชค ถ่อมตน แม้ผลงานที่เขาทำได้จะโดดเด่นที่สุดในหมู่เพื่อนๆ

"กว่าผมจะมาได้ขนาดนี้ ผมต้องเสียน้ำตาไปเยอะ ผมพยายามพัฒนาตัวเองเสมอ ยามที่ผมไม่มีชื่อติดทีมชาติ หรือได้รับบาดเจ็บ ผมพยายามทำงานให้หนัก หนักขึ้น หนักกว่าคนอื่น เพื่อที่จะทำให้ตัวเองทำผลงานออกมาได้ดี "

"ตอนนี้ผมยังพูดไม่ได้หรอกว่าผมดีแล้ว เก่งแล้ว ผมยังต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะเส้นทางในสายลูกหนัง ยังอีกยาวไกล" ศุภโชค พูดด้วยสายตาที่มุ่งมั่น

อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะประสบความสำเร็จมากมายในระดับสโมสร แต่ในระดับชาติ เขายังมีภารกิจที่สำคัญยิ่งยวด นั่นก็คือ พาทีมชาติไทย ไปโอลิมปิก ที่โตเกียว

ตอนนี้ ศุภโชค สารชาติ ถูก อเล็กซานเดอร์ กามา เรียกติดเป็น 1 ใน 23 นักเตะ ทีมชาติไทย U23 ที่จะไปลงแข่ง ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ที่ประเทศเวียดนาม ในเดือนมีนาคมนี้

แม้ ทีมชาติไทย U23 จะไม่ต้องลุ้นอะไรมากมายกับรอบคัดเลือก เพราะเราได้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแล้ว เนื่องจาก ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพในต้นปีหน้า

แต่รอบคัดเลือกครั้งนี้ ก็เหมือนกับการเตรียมทีม หรือการอุ่นเครื่อง ฉะนั้น ทีมชาติไทย ยังต้องจริงจังอยู่

ศุภโชค ได้เผยว่า เขาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะความสำเร็จในระดับชาติ เขายังไม่เคยได้สัมผัส

และเป้าหมายใหญ่ที่สุด ที่ ศุภโชค ตั้งไว้ก็คือ การพา ทีมชาติไทย U23 ผ่านเข้าไปเล่น โอลิมปิกเกมส์ ที่โตเกียว ในปีหน้านั่นเอง...


สำหรับทีมชาติไทย U23 จะทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี โดยโปรแกรมการแข่งขันมีดังนี้

ไทย พบ อินโดนีเซีย ที่สนาม มีดินห์ สเตเดียม วันที่ 22 มีนาคม 2562 เวลา 17.00 น.

บรูไน พบ ไทย ที่สนาม มีดินห์ สเตเดียม วันที่ 24 มีนาคม 2562 เวลา 17.00 น.

เวียดนาม พบ ไทย ที่สนาม มีดินห์ สเตเดียม วันที่ 26 มีนาคม 2562 เวลา 20.00 น.