อาร์เซน่อล เปิดบ้านสั่งสอน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาขยับตัวเองขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตารางแทนที่เรียบร้อยแล้ว

แฟนๆ ของทั้งสองทีมน่าจะเห็นอะไรๆ จากเกมนี้ ว่ามันมีข้อผิดพลาดอะไร และมีความยอดเยี่ยมอยู่ที่ตรงไหน

เกมนี้จุดแข็งคือแนวรับของ อาร์เซน่อล ที่แข็งแกร่งเอามากๆ จนทำให้คู่แข่งไม่สามารถพังประตูได้เลย รวมถึงความขยันของแข้ง "ปืนใหญ่" ที่ช่วยกันอุดรอยรั่วต่างๆ ตลอดแมตช์

ความยอดเยี่ยมของ อเล็กซองเดร ลากาแซ็ตต์ ที่เมื่อใดก็ตามได้ครองบอล เขาก็มักจะสร้างความอันตรายใส่คู่ต่อสู้อยู่เสมอ

หรือจะเป็นแท็กติกของ อูไน เอเมรี่ ที่ศึกษาคู่แข่งมาอย่างดี ว่าจะเล่นอย่างไรให้ทีมเอาชนะในบ้านของตัวเอง

ส่วนจุดอ่อนในเกมนี้ มีอยู่ 4 อย่างหลักๆ ด้วยกัน ดังนี้

1.ดาบิด เด เคอา

ต้องยอมรับว่าการเสียลูกแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มันทำให้ทุกอย่างดูยากขึ้นไป ซึ่งประตูของ กรานิต ชาก้า มันเกิดขึ้นจากการยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ สบโอกาสที่กองหลังคู่แข่งเปิดช่องโหว่เอาไว้มาก เจ้าตัวตะบันซัดติดไซด์ก้อยด้วยเท้าซ้าย บอลจากที่พุ่งเข้าเสาแรก เลี้ยวไปทางเสาไกลเข้าประตู

แต่จุดที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เด เคอา ดักจังหวะพลาด ไม่ได้คำนึงว่าลูกมันจะเปลี่ยนทิศไปทางนั้น ซึ่งมาตรฐานของนายทวารที่ชื่อว่าดีที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ น่าจะทำได้ดีกว่านั้น ไม่ใช่ยืนขาตายมองบอลเข้าประตูไป

ยังไม่นับไปถึงการยิงจุดโทษของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ที่ยิงบอลไม่ได้แรง และแทบจะกลางประตู ซึ่งก็ไม่ได้มีการหลอกหน้าเท้าที่แยบยลถึงขึ้นจะไม่ไหวตัวทันแต่อย่างใด บอลที่ยิงของ "โอบา" แค่หลอกด้วยร่างกายเท่านั้น และบอลเกือบจะกลางประตู แต่สุดท้ายก็ยังพุ่งผิดทาง

2.เนมานย่า มาติช

ไม่ได้เป็นวันที่ดีนักของ มาติช หลังจากหายเจ็บกลับมา มันทำให้นึกไปถึงตอนต้นฤดูกาล ที่เขากลับมาจากอาการบาดเจ็บใหม่ๆ ก็คล้ายๆ แบบนี้ คือเชื่องช้าลงไปกว่าเดิมมากๆ จ่ายบอลเสียบ่อย และเข้าสกัดบอลในจังหวะที่ทีมไม่ได้เปรียบ และมักจะเสียฟาวล์ทุกครั้ง

เข้าใจว่าเพิ่งหายเจ็บกลับมา ฉะนั้นเรื่องนี้ก็อาจจะมองได้ว่าเป็นความผิดพลาดของ สตาฟฟ์โค้ช นำมาโดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ตัดสินใจส่งแข้งชาวเซิร์บ ลงสนาม ทั้งๆ ที่ 2-3 เกมก่อนหน้านี้ก็ใช้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงเล่นมาตลอด ซึ่งนักเตะเองก็กำลังมีความมั่นใจจากที่เพิ่งไปชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ตัดสินใจส่งนักเตะที่เพิ่งหายเจ็บ กลับมาลงเล่นในเกมสำคัญ

3.มาร์คัส แรชฟอร์ด

เป็นอีกหนึ่งเกมที่เขาทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนัก ตัดสินใจจะทำอะไรก็มักจะผิดพลาดไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นการยิง, การจ่ายบอล หรือการเลี้ยงบอล แถมการประสานงานกับ โรเมลู ลูกากู ที่ทำได้น่าสนใจ ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับไม่มีให้เห็นเลยในเกมนี้

และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ คือความอันตรายในกรอบเชตโทษ จริงอยู่ว่าเขามักจะถ่างตัวเองออกไปเล่นริมเส้นอยู่บ่อยครั้ง แต่การเข้าไปในกรอบเขตโทษของเขา มันก็ไม่ได้สร้างความอันตรายใดๆ เช่นกัน เหมือนกับที่ โซลชา ได้บอกไว้ก่อนเกม ว่า แรชฟอร์ด เองต้องจบสกอร์ในกรอบเขตโทษให้มาก และเฉียบคมกว่านี้

4.โจนาธาน มอสส์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตัดสินใจให้จุดโทษของ โจนาธาน มอสส์ มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถนำแม้แต่ 1 คะแนนกลับสู่ถิ่นของตัวเองได้ จังหวะที่ เฟร็ด ตัดสินใจเข้าไปสกัด ลากาแซ็ตต์ ในกรอบเขตโทษ ถ้ามองกันตามความเป็นจริง มันก็เบาเกินไป ที่จะให้เป็นการฟาวล์ โดยเฉพาะเป็นการฟาวล์ที่จะต้องจบลงด้วยการยิงลูกโทษ แม้ว่าสุดท้ายจะต้องยอมรับคำตัดสินที่ออกมาก็ตาม

การโดนนำ 0-2 ขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 20 นาที มันทำให้การเล่นของ "ปีศาจแดง" ยากขึ้นไปอีก จากตอนแรกที่ตามลูกเดียว ก็ใช่ว่าจะหาประตูตีเสมอกันได้ง่ายๆ มาเจอลูกจุดโทษเข้าไป แถมยังเป็นจุดโทษปัญหา ก็ทำให้สร้างแรงกดดันให้กับผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นไปอีก สุดท้ายก็คว้ามือเปล่ากลับบ้าน ไม่ได้ทั้งแต้มและประตู