ชัยชนะเหนือ ฟูแล่ม 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา มองเผินๆ ก็ดูเป็นชัยชนะที่หรูหราของ เลสเตอร์ ซิตี้ นอกเหนือจากจะเป็นการเก็บ 38 แต้ม ทำให้ทีมใกล้รอดจากการตกชั้นเต็มทีแล้ว นี่ยังถือเป็นการเปิดหัวเก็บ 3 แต้มครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อีกด้วย

อย่างไรก็ดี ถ้าหากใครได้มีโอกาสนั่งดูวิเคราะห์เกม ก็จะเห็นได้ว่า เลสเตอร์ ยังมีจุดอ่อนและเรื่องให้ต้องปรับปรุงอีกโคตรเยอะ

เกมเปิดฉากอย่างเร้าใจ โดยเป็นทาง “สุนัขจิ้งจอก” ที่ไล่บุกขยี้ “เจ้าสัวน้อย” อยู่ข้างเดียว จนสุดท้าย ก็มาได้ประตูขึ้นนำจาก เจมี่ วาร์ดี้ ที่ได้บอลแทงทะลุช่องจากเพื่อนหลุดเดี่ยวเข้าไป ก่อนจะแตะบอลเบาๆ ออกข้างให้ ยูริ เตเลม็องส์ ได้ล่อเป้าแบบเหนือชั้น

แฟนบอลทั้งสนามต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับการประสานงานอันยอดเยี่ยมนี้ รอยยิ้มเผยออกมาจากใบหน้าของ บีร็อด และทีมสตาฟฟ์

หลังจากนั้น เลสเตอร์ ยังคงเดินหน้าโขยกไม่ยั้ง! แต่ก็ยังขาดความเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นจาก เจมส์ แมดดิสัน หรือ ฮาร์วี่ บาร์นส์ ทำให้ต้องจบครึ่งด้วยการนำอยู่แค่ประตูเดียว

หากมองแค่ 45 นาที เราสามารถพูดได้ว่ามันดูไม่มีมุมไหนที่ ฟูแล่ม จะกลับมาได้สักนิด ไม่ว่าจะในแง่แท็คติก , ทีมเวิร์ค หรือคุณภาพผู้เล่นรายตัว

แต่ฟุตบอลเป็นกีฬา 90 นาที และมันไม่มีอะไรที่แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนั้น!

ฟูแล่ม แก้เกมครึ่งหลังมาได้ดีขึ้น ประกอบกับ เลสเตอร์ ที่แผ่วประมาทไปเอง ความผิดพลาดเพียงแค่ “น้อยนิดมหาศาล” ของ เบน ชิลเวลล์ เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ประตูตีเสมอแบบไม่น่าเชื่อ

หลังจากนั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของสภาพจิตใจล้วนๆ เพราะ เลสเตอร์ ไม่สามารถเล่นตามเกมธรรมชาติของตัวเองได้อีกต่อไป จังหวะขาดๆ เกินๆ ร้อนรนเกือบตลอด

เป็นช่วงเวลาราวๆ เกือบ 20 นาทีเลยด้วยซ้ำ ที่ทัพ “เจ้าสัว” สร้างจังหวะลุ้นประตูได้เหนือกว่า แต่ด้วยคุณภาพของทีมที่ไม่มากพอ มันจึงไม่มีประตูพลิกขึ้นนำ

เท่านั้นยังไม่พอ ฟูแล่ม ยังแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของทีมที่พร้อมจะตกชั้นให้เราเห็นอีกครั้ง ภายหลังจากที่ก่อความผิดพลาดเองในแนวรับ จ่ายบอลขึ้นหน้าไปยัดใส่ผู้เล่น เลสเตอร์ แล้วแทงบอลเร็วให้ วาร์ดี้ จบสกอร์

จังหวะขึ้นนำ 2-1 แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของ เลสเตอร์ ลูกนี้ แทบถอดแบบมาจากลูกขึ้นนำ 1-0 เปี๊ยบ! นั่นก็คือ การจ่ายบอลไดเร็ค เข้าโจมตีด้วยความรวดเร็วทันที

ลูก 3 ไม่มีอะไรให้พูดถึงมาก มันเกิดขึ้นจากการที่ ฟูแล่ม ท้อแท้ยกธงไปแล้ว

มันคือการฉวยโอกาสความผิดพลาดจากเกมรับอันอ่อนหัดของคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ เลสเตอร์ จะไม่มีทางได้รับโชค 2 ชั้นแบบนี้จากคู่แข่งรายอื่นบ่อยๆ แน่

เลสเตอร์ ยังโชคดีที่พวกเขามีกองหน้าระดับคุณภาพอย่าง เจมี่ วาร์ดี้

แม้จะอยู่ในช่วงใกล้โรยราเต็มที แต่หัวหอกรายนี้ยังคงมีพิษสงเหลือร้าย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว , ความขยันทุ่มเท และทักษะการจบสกอร์ที่เฉียบขาด

ในวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ฟูแล่ม บอกได้เลยว่า เลสเตอร์ อาจทำได้แค่เสมอหรือแพ้ไปแล้ว   

สิ่งที่ เลสเตอร์ เป็นในตอนนี้ก็คือ ขาดความสม่ำเสมอ บางจังหวะก็เล่นดีใจหาย แต่บทจะช็อตก็ช็อตไปดื้อๆ แต่ความไม่แน่นอนทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับ วาร์ดี้ ที่ยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

เพราะฉะนั้น นอกเหนือจาก ร็อดเจอร์ส จะต้องคิดพัฒนาสร้างทีมสำหรับฤดูกาลหน้าแล้วนั้น

บางทีเขาคงต้องเริ่มคิดล่วงหน้าไว้ด้วยว่า ในวันใดที่ เลสเตอร์ ไม่มี วาร์ดี้ แล้ว พวกเขาจะเดินหน้าต่อไปให้สวยงามได้อย่างไร