จุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล เดินทางมาถึงกันอีกครั้ง ภายหลังจากที่ ลิเวอร์พูล ทำได้แค่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 0-0

มีเหตุผลและตัวแปรหลายๆ อย่างที่ทำให้ “หงส์แดง” สะดุดปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ พลิกขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ณ เวลานี้ ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องลมแรงอย่างที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวอ้างหลังแมตช์

โอเคล่ะว่า เรื่องสภาพอากาศมันก็คงมีผลต่อการเล่นนิดหน่อย ซึ่งนั่นส่งผลกระทบต่อทั้ง 2 ทีม แต่มันน่าจะมีปัจจัยอื่นที่กระทบมากกว่านั้น

จากทรงบอลในนัดล่าสุด เราจะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล ยังคงมีเกมรับที่ยอดเยี่ยม ทำสถิติเก็บคลีนชีตอีก 1 เกม ฟอร์มของ ฟาน ไดค์ , มาติป รวมไปถึง อลิสซง ยังคงสุดยอด

ปัญหาตอนนี้ของ ลิเวอร์พูล กลับเป็นเรื่องเกมรุกมากกว่า

หากย้อนเวลากลับไปแถวๆ 3-4 เดือนก่อน ใครที่บอกว่า “เร้ด แมชชีน” ที่นำโดย ซาล่าห์ , มาเน่ และ ฟีร์มีโน่ จะเผชิญกับภาวะปืนฝืด คนๆ นั้นคงต้องถูกหาว่าบ้าแน่ๆ

อย่างไรก็ดี ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้วเรียบร้อย พลพรรค “หงส์แดง” คลำเป้าไม่เจอเป็นเกมที่ 3 ในลีกซีซั่นนี้

ถามว่า ลิเวอร์พูล ยังคงสร้างสรรค์โอกาสได้มั้ย ? เราก็ต้องตอบว่าพวกเขายังทำได้อยู่ แต่คราวนี้สิ่งที่ต่างไปจากช่วงต้นๆ ซีซั่นและฤดูกาลก่อนก็คือ ความเด็ดขาดในการจบสกอร์

สื่อต่างประเทศหลายเจ้า จี้จุดไปที่ โม ซาล่าห์ ที่ยิงไปแค่ 1 ประตู จากการลงสนาม 6 นัดหลังสุด

ในแง่ของฟอร์มรวมๆ ซาล่าห์ ไม่ได้เล่นแย่อะไร มิหนำซ้ำ ยังแสดงให้เห็นถึงความวูบวาบสร้างประโยชน์ให้กับเพื่อนได้อยู่เรื่อยๆ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

สิ่งที่ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ เจอมาตลอดฤดูกาลนี้ก็คือ การเริ่มโดนคู่แข่งจับทางได้ และใช้การรุมกินโต๊ะ การบังมุมยิงเท้าซ้ายต่างๆ นาๆ

มันก็เป็นหน้าที่ๆ ซาล่าห์ ต้องแก้ไข สื่อเจ้าหนึ่งของแดน “ผู้ดี” ระบุว่า ซาล่าห์ สูญเสียความมหัศจรรย์ในสัมผัสสุดท้ายไป

หากเป็นเมื่อก่อน อดีตดาวเตะของ โรม่า จะส่งลูกผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูของ เอฟเวอร์ตัน เมื่อคืนวันอาทิตย์ได้อย่างแน่นอน

คือนอกเหนือจาก ซาล่าห์ จะยิงได้ไม่ดีพอแล้ว เขายังต้องเจอคู่แข่งทุกรายที่ศึกษาวิธีสไตล์การเล่นของเขามาเป็นอย่างดี ซึ่งเขาก็ต้องพยายามหาทางแก้ลำให้ได้

นี่คือสิ่งที่สุดยอดแข้ง เวิลด์คลาสส์ ทั้งหลายเคยเจอกันมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , ลีโอ เมสซี่ หรือแม้กระทั่งลูกตัดเข้าในปั่นโค้งๆ ของ อาร์เยน ร็อบเบน

นักเตะชั้นอ๋อง จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้ว่าพวกเขาสามารถแก้ไขสถานการณ์ เปลี่ยนจังหวะเพิ่มความหลากหลาย เพื่อให้คู่แข่งเริ่มเดาทางไม่ถูกอีกครั้ง

มันเป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงหลังๆ ลิเวอร์พูล ถึงได้ประตูจาก มาเน่ หรือ ฟีร์มีโน่ มากกว่า ในข้อดีล้วนมีข้อเสีย แต่ ลิเวอร์พูล ที่ยังไม่สมบูรณ์พร้อม ก็ยังต้องการลูกเหนือความคาดหมายของ ซาล่าห์ อยู่

กับจำนวนเกมที่เหลือ ก็ต้องมารอดูกันครับว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพา ลิเวอร์พูล เข้าเส้นชัยแบบไหน ยังไงทั้งเรื่องประสิทธิภาพเกมรุกเกมรับ และแนวทางการเล่นฟุตบอลของพวกเขา

นั่นก็รวมไปถึงอาวุธที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสำคัญในการแบกทีมชุดนี้อยู่อย่าง ซาล่าห์ เช่นกันครับ