หลังจากโดนกระแสเล่นงานไปพักหนึ่ง ในที่สุด เชลซี ก็กลับมาเก็บชัยชนะในสนามได้อีกครั้ง เกมบุกเชือด ฟูแล่ม 2-1 ไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบอะไรมากมาย แต่ถึงกระนั้น มันก็มีสัญญาณหลายๆ อย่างที่ดี และมองว่าสามารถนำไปพัฒนากันได้ต่อ

หากมองกันก่อนที่จุดอ่อน เราต้องยอมรับว่าทรงบอลของ “สิงห์บลูส์” ยังขาดความเหนียวแน่น ยังเล่นได้ขาดๆ เกินๆ อยู่บ้าง เช่นเดียวกับกองหลังที่ทำพลาดกันง่ายๆ หลายครั้ง

แต่ถ้ามองความเปลี่ยนแปลงที่ดีแล้วนั้น เชลซี ก็มีเรื่องให้หวังกันได้มากมาย

ในตำแหน่งแบ็คซ้าย เมาริซิโอ ซาร์รี่ ยังคงตัดสินใจส่ง เอเมอร์สัน พัลเมรี่ ลงสนามอย่างต่อเนื่อง พร้อมดร็อป มาร์กอส อลอนโซ่ เป็นสำรองไปยาวๆ

อดีตดาวเตะของ โรม่า ตอบแทนความไว้วางใจนี้ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม โดดเด่นทั้งเกมรุกและรับ

ตำแหน่งผู้รักษาประตู ซาร์รี่ เลือกที่จะดึงเด็กเจ้าปัญหาอย่าง เกป้า กลับมาเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ท่ามกลางคำถามว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือเหมาะสมแค่ไหน

ไม่มีใครรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ เกป้า ตอกกลับเสียงวิจารณ์ทั้งหมดด้วยฟอร์มอันยุดยอด มีชอตเซฟจังหวะสำคัญช่วยทีมไว้นับครั้งไม่ถ้วน

นั่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจของผู้เล่น – เกป้า สามารถรับมือกับมันได้ในช่วงที่เจ้าตัวกำลังถูกความกดดันเล่นงานมากที่สุดในชีวิต

นอกเหนือจากเรื่องผู้รักษาประตูแล้ว การเปลี่ยนตัวของ ซาร์รี่ ยังมีนิมิตหมายอันดีเพิ่มเข้ามา นั่นก็คือการลองเปลี่ยนหมากส่ง รูเบน ลอฟตัส ชีค ลงมาบ้าง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนอยู่แค่ โควาซิช หรือไม่ก็ บาร์คลี่ย์ อยู่แค่นี้

อดีตดาวเตะร่างยักษ์ของ คริสตัล พาเลซ ทำผลงานได้โอเคเลยทีเดียว แต่ถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป มันก็ยากที่เขาจะพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว

นั่นรวมไปถึงวันเดอร์คิดอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ด้วย

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่สถานการณ์ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ที่มีโอกาสจะหมดสิทธิ์ซื้อแข้งในตลาดซื้อขาย 2 ครั้งซ้อน นั่นก็อาจเป็นโอกาสให้ ซาร์รี่ ได้ทดลองใช้งานแข้งดาวรุ่งเหล่านี้

3 แต้มล่าสุดที่คว้ามาได้ ทำให้ เชลซี กลับไปอยู่ในจุดที่ดีของการลุ้นท๊อปโฟร์อีกครั้ง โดยถ้าหากเก็บชัยนัดตกค้างได้ พวกเขาจะก้าวขึ้นไปนั่งแท่น 4 อันดับแรกทันที

นี่ขนาดมีปัญหาเยอะแยะมากมาย แต่ เชลซี ก็ยังถูกมองว่าเป็นเต็ง 1 หรือ 2 บนเวทีของศึก ยูโรป้า ลีก นั่นเป็นเพราะผู้สันทัดกรณีคงมองเห็นอะไรดีๆ บางอย่างจากทีมของ ซาร์รี่

ก็เป็นหน้าที่ของ เชลซี ที่คงจะต้องก้มหน้าทำผลงานในสนามให้ดีต่อไป แล้วบางทีบทสรุปของฤดูกาลมันอาจไม่ได้มีอะไรแย่อย่างที่คิดกันครับ