ถ้าพูดถึง ”อุ๊” จุฑารัตน์ มูลตรีพิลา อย่างแรกที่เราคิดถึงคืออะไร

เชื่อว่าหลายคนจะเห็นภาพความมั่นที่ลอยมาแต่ไกล อาการสะใจหลังจากทุบทำคะแนนได้ และ ก็ตามด้วยคำถามที่ตามมาคือ “ทำไมไม่ติดทีมชาติสักที”

 

สำหรับ ”อุ๊” จุฑารัตน์ ถ้าใครได้รู้จักก็จะรู้ว่าเธอเป็นคนตรงไปตรงมา รู้สึกอะไรก็แสดงออกมาอย่างนั้น ชอบคือชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะเห็นอาการสะใจแบบสะเด่าเวลาเธอตบได้คะแนน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีทั้งคนชอบ และ ไม่ชอบ 

 

“ดีสิ จะได้ระบายออกมา”

“ไม่ดีเลย เหมือนไม่ให้เกียรติคู่แข่ง”

“ชอบมาก ตบเลิศ เชิดสวยๆ”

“ไม่ชอบ โอเวอร์แอคติ้งเกินไป”

 

นานมาแล้ว..ผมเคยถามอุ๊เรื่องนี้ว่ารู้สึกอย่างไรกับความเห็นของคนที่ไม่โอเคกับอาการดีใจของเรา คำตอบที่ได้คือ หนูคิดว่ามันเป็นการระบายออกมาค่ะ บางทีมันก็ลดความกดดันลงได้ ส่วนใครจะชอบหรือไม่ชอบอันนั้นมันคือสิทธิ์ของพวกเขาค่ะ

 

ส่วนนิสัยส่วนตัวของอุ๊อาจจะดูแรง แต่จริงๆเธอแค่ห้าว ตรงไปตรงมา มันเลยดูออกจากบู๊ๆหน่อย แต่สำหรับความเป็นเพื่อนพี่น้องแล้ว อุ๊ เต็มที่และจริงใจมากๆ ส่วนมุมออกหวานสาวใสเธอก็มีอยู่เหมือนกันนะ  (แต่รู้สึกว่าตอนนี้หัวใจอาจจะมีหม่นๆไปแล้ว แซวววว)

 

โอเค...วนออกมาประเด็นที่จะพูดถึงหน่อยดีกว่า

จุฑารัตน์ เข้าทดสบร่างกาย

การก้าวเข้ามามีชื่อรายงานตัวเข้าทดสอบสมรรถภาพ และ ร่วมฝึกซ้อมกับทีมชาติในครั้งนี้ถือว่ามีเซอร์ไพส์พอสมควร เพราะนอกจากจะมีชื่ออดีตทีมชาติอย่าง”แจ็คกี้”อำพร หญ้าผาให้แฟนได้เฮแล้ว ก็มีชื่อของ “อุ๊”จุฑารัตน์ มูลตรีพิลา ดาวตบสาวจากค่าย3BBนครนนท์นี่ละ ที่ทำให้เกิดความน่าสนใจในการเลือกทีมชาติในครั้งนี้

 

ทำไมถึงน่าสนใจ ?

ผมขออนุญาตพูดถึงส่วนนี้หน่อย การเลือกตัวนักกีฬาของสต๊าฟฟ์ทีมชาติยุคนี้ไม่ได้เน้นแต่จะปั้นเด็กอย่างเดียว แต่ยังเปิดโอกาสออกกว้างๆให้กับคนที่มีความสามารถ หรือ โชว์ฟอร์มได้อย่างดีในการลงสนามระดับสโมสร มันจึงทำให้ลีกบ้านเรามีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม และ ผู้เล่นก็มีเวทีได้แสดงความสามารถของตัวเองออกมาเพื่อให้ไปเตะตาบรรดาสต๊าาฟฟ์ทีมชาติ มันเลยทำให้เกิดความน่าสนใจขึ้น

 

แต่ที่ผมรู้สึกประทับใจมากกว่านั้นคือ “อุ๊เข้ามารายงานตัวเพื่อร่วมคัดเลือกทีมชาติในครั้งนี้”

 

หลายคนอาจจะถามว่ามันน่าแปลกตรงไหนที่เขาจะมารายงานตัว นี่มันเป็นโอกาสและความฝันของนักกีฬาเลยนะเนี้ย

 

งั้นขออนุญาตเล่าเรื่องนึงให้ฟัง ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้ผมไม่เคยเขียนออกมา ตั้งใจเก็บไว้เพื่อหวังว่าวันหนึ่งมันจะเหมาะสมกับเวลาของมัน

ทีมชาติไทยชุดวีทีวีคัพ2014

เมื่อ 5 ปีก่อนผมเดินทางไปทำข่าวที่ประเทศเวียดนาม ตอนนั้นทีมชาติไทยต้องการเพิ่มตัวผู้เล่นเข้ามาซ้อม และ ใช้ส่งแข่งขัน  เพราะว่ามีรายการที่แข่งชนกันอย่างชิงแชมป์โลกกับเอเชียนเกมส์ แน่นอนทีมชาติต้องแบ่งออกเป็นสองทีมเพื่อส่งแข่งขัน

ปีนั้นอุ๊สวมใส่เบอร์ 11

ในปีนั้น “อุ๊” จุฑารัตน์ มีชื่อเข้ามาร่วมซ้อม และ ได้เดินทางไปแข่งขันรายการ วีทีวี คัพ 2014  ในนามทีมชาติไทย ซึ่งก็ทำให้หลายคนที่อยากเห็นเธอลงเล่นในนามทีมชาติได้รู้สึกดีใจไปกับเธอด้วย ส่วนผลงานของ อุ๊ ที่ออกมานั้น “สำหรับเธอแล้วไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจเอาไว้”

 

ก่อนเข้านอนในคืนที่การแข่งขันเสร็จสิ้น นักกีฬาทั้งทีมมาคุยกันบริเวณทางเดินของห้องพักที่โรงแรม นั่งเล่นฟังเพลงกันไปเรื่อยเปื่อย แต่ผมรู้สึกว่าเจ้าอุ๊แลดูไม่ค่อยแฮปปี้ จนเราได้มีโอกาสเปิดใจคุยกัน

 

“พี่เอก หนูคิดว่ามันบ่แม่นที่ของหนูเลยเด่ะอ้าย” 

 

ประโยคเปิดของอุ๊ก็ยิงตรงประเด็นเลย จากนั้นสาวเจ้าก็เล่าความในใจออกมาจนหมด ซึ่งเนื้อหาก็คือ อุ๊รู้สึกว่าเวทีทีมชาติมันไม่เหมาะกับเธอ ด้วยฝีมือแล้วเธอคิดว่าตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้มาก เลยตัดสินใจขอเล่นแค่ลีก ได้ใช้ชีวิตกับวอลเลย์บอลเธอก็รู้สึกดีใจมากแล้ว

 

ในตอนนั้นผมได้แต่ให้กำลังใจแล้วก็บอกไปว่า “อุ๊สู้ๆนะ” 

 

นี่คือเรื่องราวที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ และ รู้สึกยินดีไปกับการเข้าไปรายงานตัวทีมชาติของเธอในครั้งนี้ เพราะมันหมายความได้ว่าเธอพร้อมกลับมาพิสูจน์อีกครั้ง 

 

จากวันนั้นถึงตอนนี้กินเวลาไปแล้ว5ปี เรามาดูว่าการมาครั้งนี้ของเธอจะเป็นอย่างไร จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อีกไม่นานเดี๋ยวก็ได้รู้กัน 

 

แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปจาก 5 ปีที่แล้ว ก็คือกำลังใจจากผมและแฟนวอลเลย์บอลที่ยังพูดคำเดิมว่า "อุ๊สู้ๆ”

 

เอก ประวิตร