ผลสกอร์ 0-0 คงไม่สำคัญเท่ากับรูปเกมที่ ลิเวอร์พูล แสดงออกมาในศึก “แดงเดือด” หนล่าสุด การเก็บ 1 แต้ม ฟังดูไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะยังไงพวกเขาก็พุ่งขึ้นไปรั้งเป็นจ่าฝูงของตารางเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 คะแนน กับเกมการแข่งขันที่เหลืออีกเพียง 11 นัด

“หงส์แดง” ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงเป็นฝ่ายกุมชะตาของตัวเองไว้! เพียงแต่ปัญหาที่น่ากังวลก็คือ พวกเขาช่างดูเล่นแบบกล้าๆ กลัวๆ เหลือเกินในช่วงหลายเกมหลังสุด

ในเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โอเคล่ะว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อาจวางหมากมาได้ค่อนข้างดีในการรับมือเกมรุกทีมเยือน แถมยังมีจังหวะตอบโต้ที่น่ากลัวหลายๆ ครั้ง

แต่ถึงกระนั้น แมนฯ ยู ในเวอร์ชั่นคิดใหม่ทำใหม่ ก็ยังมีจุดอ่อนให้เล่นงานในหลายๆ พื้นที่มาก ไม่ว่าจะเป็นแบ็คขวาอย่าง แอชลี่ย์ ยัง ที่หลุดตำแหน่งและจ่ายมั่วตลอดเวลา ขณะที่แนวรุกอย่าง ลูกากู และ อเล็กซิส ก็เล่นได้ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

นี่ยังไม่นับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เจ็บต้องฝืนเล่นแบบไม่สมบูรณ์เกือบทั้งเกม พ่วงด้วยแข้งอีก 3 รายที่เดี้ยงถูกถอดออกไปจนเกลี้ยงก่อนจบครึ่งแรก

สถานการณ์ทุกอย่างโคตรเอื้อให้ “หงส์แดง” เดินหน้าไปคว้า 3 แต้ม! แต่ในช่วงที่ทุกอย่างเป็นใจสุดๆ พวกเขากลับไม่สามารถสร้างความลำบากใจให้ “ปีศาจแดง” ได้เลย

ในเกมล่าสุดนี้ แมนฯ ยู ไม่จำเป็นต้องส่ง ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาก็ได้ เพราะเจ้าตัวไม่มีงานหนักอะไรให้ต้องทำทั้งสิ้น บางทีการใช้ตัวสำรองอย่าง ลี แกรนท์ ก็น่าจะเพียงพอ

เราไม่ปฏิเสธกับความจริงที่ว่า ถ้าหากมองในแง่ทรงการเล่นแล้ว โซลชาร์ เป็นฝ่ายชนะ คล็อปป์ ในแง่แท็คติกอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ในทางกลับกัน มันก็ไม่ได้แปลว่าจริงๆ แล้วกุนซือชาวนอร์เวย์ วางหมากได้สมบูรณ์แบบหมดจด เพราะส่วนหนึ่งมันก็เป็นเพราะ คล็อปป์ ไม่สามารถกระตุ้นทีมให้เล่นได้เต็มศักยภาพของตัวเองด้วยต่างหาก

นักเตะอย่าง จีนี่ ไวนัลจ์ดุม , เจมส์ มิลเนอร์ , ซาดิโอ มาเน่ หรือ โม ซาล่าห์ มีฟอร์มการเล่นที่ดร็อปไปเฉยๆ อย่างน่าใจหาย ไม่ต่างอะไรกับเกมที่หลุดเจ๊า เวสต์แฮม

นักเตะ ลิเวอร์พูล ขับเคลื่อนเกมด้วยความเกร็ง ไม่เล่นตามธรรมชาติอย่างที่เคยเป็น ทุกอย่างจึงดูไม่ลื่นไหล ขาดความเฉียบขาด ไม่มีการสร้างสรรค์โอกาสจะๆ

ไม่มีใครรู้สาเหตุความจริงนี้ที่แน่ชัด แต่หลายๆ คนก็กำลังกังวลว่า บางทีแข้งของ “หงส์แดง” ตอนนี้ อาจกำลังโดนความกดดันของการลุ้นแชมป์เล่นงาน

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ขุนพล “เร้ด แมชชีน” ยังเป็นฝ่ายกุมอนาคตตัวเอง หากชนะได้หมดในเกมที่เหลือ พวกเขาก็ยังเป็นแชมป์

ปัญหาก็คือ ตอนนี้พวกเขามีความมั่นใจกับการคว้าแชมป์ลีกแค่ไหน ?

นั่นตรงกันข้ามกับ แมนฯ ซิตี้ ที่ความมั่นใจค่อยๆ พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ต่อเนื่องมาจนถึงนัดชิง คาราบาว คัพ ที่เก็บชัยชนะเหนือ เชลซี จากการดวลจุดโทษ

เทียบหมัดต่อหมัดตอนนี้ ดูเหมือนว่า “เรือใบสีฟ้า” จะอยู่ในจุดที่มีความมั่นใจภายในทีมมากกว่า

ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ในช่วงอีกไม่กี่นัดที่เหลือของฤดูกาลหลังจากนี้ ใครจะเป็นฝ่ายที่ทำแต้มหล่นผิดพลาดได้มากกว่ากันเท่านั้น!