ตอนที่”แจ็คกี้”อำพร หญ้าผา ได้ประกาศอำลาทีมชาติไทยช่วงต้นปี 2014 มีหลายคนต่างรู้สึกเสียดาย และ ใจหาย เพราะสำหรับแจ็คกี้แล้ว เธอเปรียบเหมือนอีกกำลังหลักที่ขาดไม่ได้ของทีมในช่วงก่อร่างสร้างฐานของทัพวอลเลย์บอลไทยในตอนนั้น

ก่อนจะไปสู่เรื่องราวหลัก ผมขอย้อนเล่าเหตุที่ “แจ็ค” ตัดสินใจลาทีมชาติในตอนนั้นให้ได้ทราบกันคร่าวๆก่อน

 

ซึ่งสาเหตุก็คือ “แจ็คกี้” เธอได้ประเมินร่างกายตัวเองแล้วว่าไม่สามารถลงเล่นได้อย่างเต็มที่เหมือนเดิม การที่ซ้อมไปด้วย รักษาไปด้วย มันไม่ใช่ผลดีต่อทีม และ อีกอย่าง แจ็คกี้ อยากเปิดพื้นที่ตรงนี้ให้กับน้องๆรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในอนาคต 

 

จากเหตุผลทั้งหมดจึงกลายเป็นองค์ประกอบที่ทำให้”ราชินีไหลหลัง”ขอยุติเส้นทางทีมชาติลง 

อำพร หญ้าผา

 

คราวนี้ “เธอ” ก็ได้กลับมาใช้ชีวิตที่ตัวเองตั้งใจไว้ คือการมีเวลาให้กับครอบครัว และ คนใกล้ชิด อีกส่วนที่สำคัญคือ เธอได้”พักร่าง” ซึ่งจุดนี้เราต้องยอมรับจริงๆว่าที่ผ่านมากับทีมชาติ เธอใช้ร่างกายทั้งหมดไปแบบไม่มีกั๊ก “ตบเป็นตบ ตีเป็นตี” จนมันถึงเวลาที่ต้องซ่อมแซม

 

แต่ก็มีความเห็นจำนวนมากบอกว่า “แจ็ค” ไม่ได้ลาทีมชาติเพราะร่างกายหรอก ถ้าเจ็บจริงจะเล่นลีกอินโดนีเซียได้ไง 

อำพร หญ้าผา ช่วงไปเล่นลีกอินโดนีเซีย

ในลีกอินโดนีเซีย อำพร ถือว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ดัง

 

ส่วนนี้ขออธิบายแบบสั้นๆ ลีกอาชีพที่อินโดนีเซียในตอนนั้นไม่ได้มีการเล่นที่ดุดัน เมื่อเทียบกับประเทศไทย หรือ ในระดับทีมชาติ ดังนั้นร่างกายของ “แจ็ค” สามารถลงสนามเล่นได้ อาจจะไม่เต็มร้อย แต่ก็พอประคองให้ร่างกายได้ขยับยืดอยู่ตลอดเวลา

 

ชีวิตของแจ็คในช่วงนั้นใช้ได้คุ้มค่า เธอเล่นลีกอาชีพ มีครอบครัว และ มีตัวเล็กที่เกิดมาเป็นแก้วตาดวงใจโดยมีชื่อว่า”น้องสิงหา” 

 

น้องสิงหา(ลูกชาย) กับ สมพร วรรณประภา ( สามี)

 

ระหว่างที่ฟื้นตัวจากการมีน้อง และ ร่างการที่เคยบาดเจ็บนั้น เธอก็ใช้ชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น ช่วยกันทำกิน เปิดร้านรองเท้าขายทางออนไลน์กับสามี 

 

จนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม....ชีวิตวอลเลย์บอลของเธอก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง

เปิดตัวกับทีมบีจีวีซี

 

ช่วงสองปีให้หลัง แฟนวอลเลย์บอลได้เห็น อำพร ลงสนามกับสโมสรใหญ่อย่าง บางกอก กล๊าส และ นครราชสีมา 

 

ปีล่าสุดกับ “แคทเดวิล” ถือว่าเป็นเชื้อไฟที่ดีของเธอ เพราะแจ็คกี้ได้ร่วมเล่นกับนักกีฬาที่อยู่ร่วมกันมาเกือบทั้งชีวิตอย่าง นุศรา ต้อมคำ,มลิกา กันทอง,อรอุมา สิทธิรักษ์ และ อยู่ใต้ร่มของ โค้ชนา วรรณา บัวแก้ว ที่รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม

 

เท่านั้นยังไม่พอ...บนพื้นสนาม เธอยังได้ประจันหน้ากับสองผู้เล่นอย่าง ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ วิลาวัณย์ อภิญญาพงษ์ ถึงแม้จะไม่ได้เคียงบ่าสู้ แต่การลงสนามในฐานะคู่แข่งก็ทำให้ แจ็คมีรอยยิ้ม และ ความสุขเป็นอย่างมาก

ภาพหายากในรอบหลายปีที่ 7เซียนรวมตัวกัน

 

ที่สำคัญภาพของ 7 เซียนที่ได้อยู่ร่วมสนามเดียวกันมันย้อนกลับมาให้ทุกคนได้เห็นอีกครั้ง 

 

สำหรับแฟนวอลเลย์บอลยุคแรกที่ติดตามทีมมานาน ผมเชื่อว่าทุกคนมีความสุขที่ได้เห็นการกลับมาอยู่ร่วมกันของ 7 นักกีฬาระดับตำนาน แต่จะมีความสุขยิ่งกว่าเดิมถ้า “ราชินีไหลหลัง” กลับมาสู่ทีมชาติอีกครั้ง

 

เอาละคราวนี้มาพูดถึงความเป็นไปได้ว่าการติดทีมชาติของ “อำพร หญ้าผา” จะมีโอกาสหรือไม่กันบ้าง

 

อย่างแรก...จะมีคำถามที่เกิดขึ้นว่า คนอำลาทีมชาติไปแล้ว ถ้าจะกลับมาไม่ถือว่าเป็นการคืนคำเหรอ ?

มารายงานตัว

 

มุมมองส่วนตัวผมคิดว่า การลาทีมชาติในครั้งนั้นสาเหตุเพราะร่างกายไม่เหมาะสมมีอาการเจ็บเรื้อรัง และ ตัวนักกีฬาเองก็ไม่รู้ว่าสภาพจะกลับมาได้เหมือนเดิมหรือไม่ การลาแล้วเปิดทางให้รุ่นใหม่ขึ้นมาถือว่าเป็นการแสดงความมีสปิริตเป็นอย่างมาก และ การกลับมาก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ดูแย่ แต่กลับน่าสนใจเพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันในตำแหน่งนี้สูงขึ้น

 

ส่วนที่สอง การถูกเรียกเข้ามาฝึกซ้อม ไม่ได้ถือว่าเป็นการการันตีที่จะได้ติดทีมชาติชัวร์ๆ แต่มันคือการเปิดโอกาสให้นักกีฬาทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียบกัน ใครที่ทำผลงานในลีกได้ดี ก็มีชื่อติดเข้ามาร่วมเก็บตัวฝึกซ้อม ตามแนวทางการทำทีมของสต๊าฟฟ์ทีมชาติที่วางเอาไว้ในยุคนี้ 

ส่วนที่สาม อันนี้กลับมาเป็นส่วนที่ “แจ็ค” ต้องพิสูจน์ตัวเองว่ามีดีพอที่จะสู้กับนักกีฬาในตำแหน่งเดียวกันที่มีอยู่ในตอนนี้ ดังนั้นหากแจ็คสู้สุดๆ ก็จะทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆต้องสู้เพิ่มขึ้นไปด้วย มันยิ่งทำให้ความเข้มข้นของการคัดเลือกตัวทีมชาติตำแหน่งบอลสั้นยิ่งดุเดือด แน่นอน...ผลดีจะตกอยู่ที่”ทีม”

 

ส่วนที่สี่ อันนี้ขออนุญาตมองไปที่”ความฝัน” มันอาจจะดูแปลกๆ แต่มันเป็นเรื่องที่เหล่านักกีฬาทีมชาติในระดับรุ่นพี่ที่มีความฝันอยากจะไปเล่นโอลิมปิกด้วยกันสักครั้งในชีวิตก่อนที่จะปิดเส้นทางทีมชาติลงพร้อมๆกัน อันนี้เป็นแรงจูงใจที่น่าสนมาก แล้วถ้าทั้ง 7 ได้ไปด้วยกันจริง มันคงเป็นการปิดฉากอะไรหลายๆอย่างของยุคสมัยวอลเลย์บอล 7เซียนลงได้อย่างสวยงามที่สุดจริงๆ

 

แต่ทั้งหมดจะเป็นไปได้ จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ก็อยู่ที่แจ็คแล้วละว่าจะพาตัวเองไปได้สุดแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สำหรับผมแล้วการที่เธอได้กลับมาร่วมซ้อมกับแคมป์ทีมชาติครั้งนี้ก็เป็นเรื่องดีของวงการวอลเลย์บอลที่ทำให้มีเป้าหมายใหม่ๆเกิดขึ้น แฟนๆมีอะไรให้ติดตามมากขึ้น ถัดจากนั้นจะติดหรือไม่ติดก็เป็นหน้าที่ของทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช

โชติวัฒนา ยุทธพิชัย ได้แสดงความเห็นเอาไว้ในเพจได้อย่างน่ารักน่าลุ้น

แต่......ถ้ามีการประกาศรายชื่อนักกีฬาทีมชาติเมื่อไร แล้วมีชื่อ “อำพร หญ้าผา” ติดจริงๆขึ้นมา นอกจากแฟนๆจะมีความสุขแล้ว เราจะได้ดูการแก้บนของแฟนวอลเลย์บอลที่ชื่อ “โชติวัฒนา ยุทธพิชัย” ที่ได้แสดงความเห็นในแฟนเพจ SMM Volleyball ว่าได้บนเอาไว้ว่า “ ถ้าแม่(อำพร)กลับมาติดทีมชาติชุดใหญ่ จะตีลังกาข้าม 5 แยกลาดพร้าว “

 

เอาละ...เรามาลุ้นว่าจะได้ดูการแก้บนครั้งนี้กันหรือไม่

รับรองว่าทีมข่าวพร้อมเดินทางไปเก็บภาพอย่างแน่นอนครับ ฮ่าๆ

 

เอก ประวิตร