หลังจบศึกไทยลีก1 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยผลงานที่น่าผิดหวังของทัพ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ไม่ได้ถ้วยแชมป์รายการใดติดมือเลย

หนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เมืองทองฯไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา คือการเสียนักเตะตัวหลักออกไปทุกตำแหน่งตั้งแต่กองหน้ายันผู้รักษาประตู นับเป็นการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่

ธีรศิลป์ แดงดา(กองหน้า), ชนาธิป สรงกระสินธ์(กองกลาง), ธีราทร บุญมาทัน(กองหลัง) และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู) ล้วนเป็นนักเตะดีกรีระดับทีมชาติไทยและเป็นตัวหลักของสโมสรทั้งสิ้น แต่ทีมเลือกที่จะตัดสินใจปล่อยตัวออกไปในรวดเดียว


ชนาธิป สรงกระสินธ์ กำลังสำคัญที่ย้ายไปหาความท้าทายในศึกเจลีก

หนึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมคือความใจกล้าของบอร์ดบริหาร ที่กล้าได้กล้าเสียยอมให้นักเตะตัวหลักของทีมออกไปหาประสบการณ์ในต่างแดน เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ บางทีมันอาจจะเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตการค้าแข้งของพวกเขา

แต่หนึ่งสิ่งที่ต้องแลกมาและเป็นสิ่งสำคัญคือคุณภาพของทีมจะลดลงไป และต้องไม่ลืมว่าการจะหานักเตะเข้ามาแทนที่เพื่อลดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ทำกันง่ายๆในระยะเวลาอันรวดเร็ว นี่จึงเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาของทัพกิเลนผยอง

มาถึงในซีซั่นนี้ พวกเขารู้ดีว่าความผิดหวังที่เกิดขึ้นในฤดูกาลที่ผ่านมา จากเป็นทีมที่ลุ้นแชมป์จนหยดสุดท้าย กลับกลายเป็นโดนคู่แข่งอย่าง บุรีรัมย์ฯเล่นงานชนิดหมดรูปทั้งไปและกลับ ก่อนที่สุดท้ายจะโดนทิ้งห่างด้วยคะแนนที่ขาดลอย

แน่นอนว่าบอร์ดบริหารทีมไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ก่อนจะตัดสินใจยกเครื่องใหม่ สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการแต่งตั้ง "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก กุนซือที่พร่ำหวอดในวงการฟุตบอลไทยเข้ามารับบทบาทเฮดโค้ช

การตัดสินใจเลือก "โค้ชเบ๊" ตามมาด้วยคำถามมากมายจากแฟนบอลที่มีต่อกุนซือรายนี้ ว่าจะดีพอทำทีมในระดับลุ้นแชมป์ให้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าตลอดเวลาที่ผ่านมากุนซือผู้นี้มักจะทำทีมในระดับกลางตารางหรือค่อนไปในโซนหนีตาย และแทบจะไม่มีประสบการณ์ในการทำทีมระดับลุ้นแชมป์เลย


ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก กุนซือผู้ถูกเลือก

แต่อย่างไรก็ตามบอร์ดบริหารยังคงยืนยันในการตัดสินใจครั้งนี้ ขณะเดียวกันมันก็ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของ "โค้ชเบ๊" ที่จะได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีดีพอคุมทีมในระดับสูง ไม่ใช่แค่โซนหนีตายหรือทีมในลีกพระรอง

เสร็จสิ้นเรื่องกุนซือคนใหม่ ทัพกิเลนผยองจัดการเดินหน้าเสริมทัพแบบจัดเต็ม ชนิดที่ทุ่มแหลกเพื่อลบล้างความผิดหวังในปีที่ผ่านมา และนี่คือรายชื่อ 6 นักเตะใหม่ของทัพกิเลนผยอง
- มาริโอ ยูรอฟสกี้
- วีระเทพ ป้อมพันธ์
- อ่อง ธู
- ศุภนันท์ บุรีรัตน์
- ดัง วาน ลัม
- โอ บัน ซอก


เดินหน้าเสริมทัพแบบจัดเต็ม!

แม้ดูจากปริมาณตัวผู้เล่นที่เข้ามาอาจจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ถือว่าล้วนเป็นนักเตะคุณภาพทั้งสิ้น โดยเฉพาะแข้งในโควต้าต่างชาติที่แทบจะเป็นการโมเครื่องใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูยันกองหน้า

รวมถึงการกลับมาของ ธีรศิลป์ แดงดา ที่เหมือนได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมแกร่ง เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าบอร์ดบริหารทีมพยายามอุดรูรั่วที่เกิดขึ้น เพื่อพาทีมกลับไปทวงบัลลังก์อีกครั้ง


ได้นักเตะฝีเท้าดีเข้ามาผนึกกำลัง

แม้ผลงานในช่วงปรีซีซั่นอาจจะยังไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจสาวกกิเลนผยอง หลายเกมที่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากแถบอาเซียน ทั้ง ฮานอย เอฟซี รวมถึง ออลสตาร์ของลีกกัมพูชา แต่มันก็ยังคงวัดอะไรได้ไม่มาก

สไตล์การทำทีมของ "โค้ชเบ๊" อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับจูน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเวลาของเขานั้นมีจำกัด เพราะการคุมทีมในระดับลุ้นแชมป์จำเป็นจะต้องออกสตาร์ทด้วยผลงานที่คงเส้นคงวา ซึ่งมันก็แตกต่างจากการคุมทีมในโซนกลางตารางหรือกลุ่มหนีตายอย่างสิ้นเชิง


ภาจกิจทวงบัลลังก์แชมป์ของทัพกิเลนผยอง

บทสรุปสุดท้ายทุกอย่างจะตัดสินกันด้วยผลงวานในสนามเมื่อถึงเวลาเปิดฤดูกาล หากในช่วงออกสตาร์ท 5 เกมแรก โค้ชเบ๊ สามารถพาทีมทำผลงานติดลมบน ก็ถือว่าสอบผ่านในบทที่1

แต่ในทางกลับกัน หากผลงานในช่วง 5 เกมแรก ทีมยังเป๋แบบไม่มีทิศทาง ผลงานการเล่นก็ยังไม่ดีขึ้น ถึงเวลานั้นบอร์ดบริหารของทัพกิเลนผยองคงจะต้องกลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง ว่าจะตัดสินใจอย่างไรเพื่อที่จะนำพาสโมสรแห่งนี้กลับไปอยูในจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จอีกครั้ง...

'''Biggy'''