อาจารย์ชาญหรือ "บิ๊กติ๋ม" เผยมุมมองน่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางสู่เป้าหมายโอลิมปิกเกมส์ ชี้ชัดไทยควรเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคัดเลือกโซนทวีป

เป็นทราบกันดีว่า ปี 2019 เป้าหมายหลักของ วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย คือการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบคัดเลือก ซึ่งทีมชาติไทยจะมีคิวได้ลงแข่งขัน 2 รอบ คือ รอบคัดเลือกโซนระดับโลก และ รอบคักเลือกโซนทวีป (ทวีปเอเชีย)

โดย รอบคัดเลือกโซนระดับโลก ทาง สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) กำหนดแข่งขัน วันที่ 2-4 สิงหาคม โดย ทีมชาติไทย อยู่ กลุ่ม เอ. กับ เซอร์เบีย, เปอร์โต ริโก และ โปแลนด์ ที่ประเทศโปแลนด์ ซึ่งหากพลาดหวังในรอบนี้ ไทยจะได้มาลุยต่อรอบคัดเลือกโซนทวีป

เมื่อวันที่ 6 กุมพาพันธ์ ที่ผ่านมา "บิ๊กติ๋ม" ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ รองประธานและเลขาธิการสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย เปิดเผยเพิ่มเติมว่าในการแข่งขัน รอบคัดเลือกโซนทวีป ทาง FIVB กำหนดช่วงเวลาแข่งขันออกมาแล้ว โดยวางโปรแกรมไว้เดือนมกราคม ปี 2020 พร้อมกันทุกทวีป

ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อการแข่งขัน วอลเลย์บอลลีกอาชีพ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะดันมาตรงกับช่วงเวลาแข่งขันเดียวกันพอดี แถมโปรแกรมช่วงปลายปีนี้ ก็ยังมีการแข่งขัน ซีเกมส์ 2019 ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. - 11 ธ.ค.2562 ที่ ฟิลิปปินส์ รออยู่อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รวมถึง “โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่จะต้องวางแผนงานเพื่อเตรียมทีม เตรียมความพร้อมในการรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันรายการต่างๆที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน

ส่วนมุมมองของ "บิ๊กติ๋ม" ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ หรือที่หลายท่านจะเรียก อาจารย์ชาญฤทธิ์ ก็ยอมรับถึงผลกระทบของโปรแกรมดังกล่าวเช่นกัน โดยได้เผยมุมมองถึงแนวทางของไทยออกมาสองเรื่องหลักๆ 

1.ไทยควรเป็นเจ้าภาพคัดโอลิมปิกโซนเอเชีย

“ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการแข่งขันภายในประเทศหลายประเทศ เพราะผมคิดว่าสมาคมเองก็คงไม่ยอมให้การแข่งขันลีกของปี 2019/2020 เริ่มก่อนที่การแข่งขันรอบคัดเลือกโอลิมปิกจะเสร็จ ตอนนี้สมาคมต้องเตรียมสู้ เพื่อเอารายการนี้ (รอบคัดเลือกโซนทวีปเอเชีย) มาแข่งที่ประเทศไทย เพื่อให้มันเกิดความได้เปรียบ”

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าจีนเขาผ่านไปได้ตั้งแต่รอบคัดเลือกโซนระดับโลก ก็จะทำให้เราเบาขึ้น หรือยิ่งถ้าเกาหลีใต้ผ่านไปได้อีกทีม เพราะเขาอยู่กลุ่มเดียวกับรัสเซีย ซึ่งในสายตาผม ผมคิดว่ารัสเซียเขาไม่หนักเท่าไหร่ ผมคิดว่าเกาหลีใต้มีโอกาสชนะรัสเซียได้เหมือนกัน”

“คือถ้าเป็นแบบนั้น จะทำให้โอกาสของไทยเรามีเพิ่มมากขึ้น เพราะคู่แข่งเราจะเหลือ ก็มี คาซัคสถาน, ไต้หวัน หรือ เวียดนาม”

2.สมาคมวอลเลย์บอลไทยต้องมีความชัดเจนเรื่องตัวนักกีฬา

“สมาคมต้องชัดเจนเรื่องตัวนักกีฬา หรืออย่างเช่นคนไหนติดสัญญาลีกที่อื่น ก็คงต้องตัดทิ้งเลย เพื่อเตรียมจะสร้างคนเอาไว้ตั้งแต่เสร็จการแข่งขันลีกในประเทศ ถ้าหากเราไม่ชัดเจนเรื่องตัวนักกีฬา เราจะไปเสียเวลาปรับใหม่ ฉะนั้นขึ้นอยู่กับนักกีฬาด้วย ขึ้นอยู่กับการเตรียมการของสมาคมด้วย ว่าเราจะรวมดีที่สุดได้แค่ไหน”

จากสองมุมมองของ อาจารย์ชาญฤทธิ์ จะเห็นว่าตัวนักกีฬาทีมชาติ บรรดามือตบจอมเก๋าทั้ง ปลื้มจิตร์ ถินขาว, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, มลิกา กันทอง, อรอุมา สิทธิรักษ์ หรือแม้แต่ นุชรา ต้อมคำ เล่นอยู่ในไทยกับ วอลเลย์บอลลีกไทยแลนด์ลีก 2018/2019

ขณะที่ไปเล่นต่างประเทศคือ พรพรรณ เกิดปราชญ์, อัจฉราพร คงยศ, พิมพิชยา ก๊กรัมย์ กับ อินโดนีเซีย โปรลีกา ฤดูกาล 2018-19 ที่จะจบวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ และจะกลับมาช่วยต้นสังกัดทันลุยไทยแลนด์ลีก และ ไทย-เดนมาร์ค ซูเปอร์ลีก ซึ่งไม่กระทบต่อการเตรียมตัวทีมชาติแน่นอน

ด้าน ชัชชุอร โมกศรี ที่ไปเล่นอาชีพกับ พีเอฟยู บลูแคทส์ ใน วี.ลีก ดิวิชั่น 1 ประเทศญี่ปุ่น หลังจบภารกิจ มีกำหนดจะเดินทางกลับมาไทย วันที่ 9 เมษายน ซึ่งคงได้เข้าแคมป์เก็บตัวทีมชาติต่อเนื่องไปเลย

ส่วนการเป็นเจ้าภาพนั้น ถ้าถามว่าดีไหม แน่นอนว่ามันดีอยู่แล้ว เพราะนั่นคือความได้เปรียบทั้งเรื่องเสียงเชียร์ ความเคยชินกับสภาพแวดล้อม และการเดินทาง แต่ก็ต้องรอลุ้นกันอีกครั้งว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะกว่าจะได้ข้อสรุป อาจต้องรอจบการแข่งขันรอบคัดเลือกโซนระดับโลกเสร็จก่อน