การหลุดเสมอ 2 เกมซ้อนของ ลิเวอร์พูล คงไมใช่สัญญาณที่น่ารื่นรมย์อะไรอย่างแน่นอน

มีคำถามเกิดขึ้นมากมายนะครับหลังจบเกมที่พวกเขาบุกไปเสมอ เวสต์แฮม 1-1 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าพลพรรค “หงส์แดง” ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเจอความเครียดของการลุ้นแชมป์เล่นงานจนเป๋หรือไม่

ในแง่ของประสบการณ์ ลิเวอร์พูล เป็นรองทีมที่เคยผ่านสมรภูมิคว้าแชมป์มาแล้วอย่าง “เรือใบสีฟ้า” อย่างแน่นอน แต่นั่นคงไม่ใช่ข้อแก้ตัว เพราะทุกๆ ทีมย่อมต้องเคยมีครั้งแรก

ในแง่ของรูปเกมการแข่งขัน เราคงต้องยอมรับว่าสิ่งที่นักวิเคราะห์มองถึงสภาพจิตใจผู้เล่น ลิเวอร์พูล นั้นดูจะมีเหตุผล มันเหมือนพวกเขาไม่สามารถเล่นได้ตามศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองมากกว่า

หากเป็นในช่วงเวลาปกติที่ไม่ได้มีเดิมพันหนักหนาอะไร ลิเวอร์พูล อาจชนะ “ขุนค้อน” ไปแล้วด้วยทรงบอลที่ดีกว่า ไม่ใช่เล่นแบบตุปัดตุเป๋อย่างที่เป็นอยู่ การขาด ไวจ์นัลดุม ก็มีส่วน , การไร้แบ็คขวาที่ดีก็มีส่วน

อย่างไรก็ตาม นั่นคงไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับทีมที่ต้องการจะเป็นแชมป์

กับโปรแกรมที่รออยู่หลังจากนี้ ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่หนักหนาสุดๆ เพราะนอกเหนือจากโปรแกรมลีกแล้ว พวกเขายังต้องเตรียมที่จะรับมือกับ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก

อาการสะดุดของ ลิเวอร์พูล ช่วงนี้ ไม่ใช่เรื่องของการขาดนักเตะ ไม่ใช่เรื่องการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ซื้อใคร ไม่ใช่ว่าเพราะพวกเขาขาดโชคเกื้อหนุนเหมือนครึ่งซีซั่นแรก  

พลพรรค “เร้ด แมชชีน” ต้องกลับไปถามตัวเองว่าพวกเขากำลังเล่นได้เต็มศักยภาพเหมือนที่ควรเป็นหรือเปล่า

ก็เป็นหน้าที่ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งก็เคยผ่านประสบการณ์คุมทีมระดับ แชมเปี้ยนส์ อย่าง ดอร์ทมุนต์ มาก่อน ว่าจะกระตุ้นเสริมสร้างหัวใจให้ผู้เล่นกลับมามีความเชื่อมั่นได้มากน้อยแค่ไหน

ในความผิดพลาดของ ลิเวอร์พูล อันที่จริงแล้วสถานการณ์ของพวกเขามันก็ยังไม่ได้แย่ขนาดนั้น พวกเขายังมีแต้มที่บี้กับ แมนฯ ซิตี้ ได้สนุก และจงเชื่อเถอะว่าหลังจากนี้ มันจะมีทีมที่หลุดพลาดทำแต้มหกอีก

ใครจะรู้ว่าบางที สเปอร์ส อาจเป็นทีมขึ้นมาผงาดคว้าพุงปลาชิ้นโตไปกินในบทสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ

คราวนี้ ก็ต้องมานับถอยหลังกันล่ะครับว่า “ม้า 3 ตัวหลัก” ที่ว่านี้ ลิเวอร์พูล จะเป็นทีมที่พลาดเยอะสุดหรือว่าน้อยที่สุด