หลังจากที่ฝันมโนกันมานานกว่าครึ่งฤดูกาล ในที่สุด เชลซี ก็เติมเต็มความต้องการของทั้งจากตัวเอง และแฟนๆ ด้วยการเซ็นสัญญาคว้าตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน มาร่วมทัพได้สำเร็จ

มันเคยเป็นจุดที่เราพิจารณาว่าคือ “จุดอ่อน” หลักๆ เพียงเรื่องเดียว พวกเขาไม่มีศูนย์หน้าตัวความหวังในการถล่มประตู ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยหาได้จาก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หรือ อัลบาโร่ โมราต้า

หลังจากประเดิมสนามไป 2 นัดแบบไร้ประตู โดยมีเพียงแค่เสียงชื่นชมจากการปล่อยให้เพื่อนเป็นคนยิงจุดโทษ! ในที่สุด อิกวาอิน ก็เปิดซิงได้อย่างงดงามในเกมลีกนัดล่าสุดนี้

ชัยชนะเหนือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 เป็นอะไรที่เข้าใจได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะคู่แข่งรายนี้แทบไม่มีพิษสงอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว และเป็นตัวเต็งเบอร์ต้นๆ ที่จะร่วงตกชั้น

มันจึงเป็นการเก็บ 3 แต้ม ที่วัดพัฒนาการของ “สิงห์บลูส์” ในระยะยาวไม่ได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ขุนพลของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ประกาศให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจนก็คือ พวกเขาไม่ได้เล่นไล่โค้ชอย่างที่หลายๆ ฝ่ายคาดเดากัน

แน่นอนว่า กอนซาโล่ อิกวาอิน เป็นอีก 1 รสชาติแปลกใหม่ที่ถูกพูดถึงในวงกว้างกับฟอร์มการเหมา 2 ประตูของเขาที่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดและมีสไตล์

ประตูเบิกร่อง 1-0 เกิดจากจังหวะวิ่งเข้าช่องซัดตามน้ำมุมแคบ ที่ลูกพุ่งแหวกอากาศเสยตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบคม ขณะที่อีก 1 ลูกครึ่งหลังก็เกิดจากการยิงนอกกรอบเขตโทษ

ทั้ง 2 ลูกนี้ หากเปลี่ยนคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็น ชิรูด์ หรือ โมราต้า เชื่อเหลือเกินว่าพวกเราทุกคนคงแทบนึกภาพไม่ออกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนจังหวะแบบนั้นให้เป็นประตูได้ยังไง ?

ด้วยเสียงค่อนขอดก่อนมาลุยลีก อังกฤษ ที่ครหากันว่า อ้วนเกินไป! แก่เกินไป! และมีสไตล์เชื่องช้าไม่เหมาะกับ พรีเมียร์ลีก – ตอนนี้เราได้เห็นกันแล้วว่า อิกวาอิน ไม่ได้หมดสภาพขนาดนั้น

มันเป็นอีกครั้งด้วยซ้ำที่ “เอล ปิปิต้า” แสดงให้เห็นว่าทำไมเขาถึงได้รับการยกย่องว่าคือศูนย์หน้าตัวท๊อประดับโลกตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

อีก 1 ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ เซนต์การเล่นบอลระหว่างเขากับ เอแด็น อาซาร์ ที่ดูจะกลมกลืนลื่นไหลเป็นอย่างดี มันคือความเข้าใจระหว่างผู้เล่นระดับสูงเท่ากันเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้

ก็น่าเสียดายถ้าหาก อาซาร์ จะเก็บข้าวของย้ายออกไปอยู่ เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่อย่างน้อยที่สุด พวกเขาจะได้ทำงานร่วมกันช่วย เชลซี ไปจนจบฤดูกาล

ฉะนั้น อย่างน้อยแฟนๆ “สิงโตน้ำเงินคราม” ก็ยังอุ่นใจได้ว่าพวกเขาจะสามารถลุ้นความสำเร็จไปได้จนถึงที่สุด

อีก 1 เรื่องที่น่าสนใจพอๆ กับฟอร์มของ อิกวาอิน ก็คือ ความหวังที่แฟนๆ จะได้เห็น จอร์จินโญ่ ในเวอร์ชั่นที่ทำผลงานได้เต็มศักยภาพยิ่งขึ้น

อย่างที่เราทราบๆ กันว่า อิกวาอิน และ จอร์จินโญ่ เคยมีช่วงเวลาที่สวยงามร่วมกันภายใต้สโมสร นาโปลี ในยุคของ ซาร์รี่ พ่นควันบุหรี่ปุ๋ยๆ อยู่ที่ เซเรีย อา

การทำงานกันระหว่างคนคุ้นเคย มีโอกาสที่จะทำให้เราได้เห็นแผนการที่ได้ผลลัพธ์ของ ซาร์รี่ อย่างจริงจังอีกครั้ง บางทีเราอาจได้เห็น “ซาร์รี่บอล” ที่เป็นของจริงในอนาคตอันใกล้

หากแก้ปัญหาเรื่องศูนย์หน้าตัวจบสกอร์ไปได้ และสามารถทำให้ จอร์จินโญ่ กลับมาเป็นตัวเชื่อมเกมขั้นเทพเหมือนเดิมได้ มันก็อาจเหลือแค่การหาบทบาทที่ ก็องเต้ จะงัดศักยภาพออกมาได้เต็มร่างที่สุด

เมื่อวันนั้นมาถึง บางทีเราอาจได้เห็น เมาริซิโอ ซาร์รี่ ต่อชีวิตการทำงานในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ออกไปได้อีกอย่างน้อยก็ 1 ฤดูกาลครับ 

ยอดขวัญ