ความพ่ายแพ้แบบหมดหนทางของ อาร์เซน่อล ในนัดล่าสุด ทำให้มีผู้คนตั้งคำถาม ถึงระดับความสามารถของเทรนเนอร์สิงห์อมควันอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ อีกครั้ง

การบุกไปโดนอัดที่ เอมิเรตส์ 2-0 อันที่จริงแล้วไม่ใช่สกอร์ที่แปลกประหลาด แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลส่วนใหญ่คาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าสักเท่าไหร่

นั่นคงเป็นเพราะฟอร์มก่อนเกมของทัพ “ปืนใหญ่” ที่ดูเป็นรองทัพ “สิงห์บลูส์” อยู่ประมาณหนึ่ง

ภาพของฟอร์มการเล่นทั้งหมดนี้ น่าจะทำให้ ซาร์รี่ ปั้มบุหรี่หลังจบแมตช์ไปหมายตัว! แต่มันก็ดูเหมือนจะไม่ได้คลายความหงุดหงิดภายในจิตใจเขาสักเท่าไหร่

บทสัมภาษณ์ของอดีตนายแบงค์ชาวอิตาเลี่ยน มีการระเบิดอารมณ์ด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด เขาจวกลูกทีมในภาพรวมๆ ว่าเป็นกลุ่มผู้เล่นที่สิ้นหวัง ไร้ซึ่งแรงกระตุ้น และไร้ซึ่งหนทางในการกระตุ้นให้ดีขึ้น

มองคลับคล้ายคลับคลา นั่นดูเป็นการแสดงเกมจิตวิทยาที่คล้ายๆ กับสิ่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เคยทำกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงท้ายๆ มาแล้ว

ที่น่าตลก และดูจะเป็นตลกร้ายที่ทำให้เรากลับมาขบคิดกันเล็กน้อย นั่นก็คือความเห็นหนึ่งจากแฟนบอล ที่แขว่ะ ซาร์รี่ คืนกลับไปแสบๆ ว่า “แท็คติกมึงนั่นแหล่ะ! ที่ห่วยแตก”

ตกลงแล้วใครกันนะที่ห่วยแตก – ผู้เล่น หรือกุนซือ ?

บางทีแล้วมันอาจจะทั้ง 2 อย่าง ซาร์รี่ ถูกตั้งคำถามถึงฝีมืออีกครั้ง ภายหลังจากที่เขาเปิดเผยให้เห็นถึงจุดอ่อนที่คล้ายๆ กับสมัยที่คุม นาโปลี และยังถูกแก้ไขไม่ได้

บอลของ ซาร์รี่ เหมือนมีอยู่แค่มิติเดียว การครองบอล, วิธีการบุก และตัวผู้เล่นที่ใช้งาน

การมี 11 ผู้เล่นที่ชัดเจนนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ในเคสของ เชลซี ภายใต้การดูแลของ ซาร์รี่ มันดูจะเป็นขุมกำลังที่เดิมๆ เกินไป จนในที่สุดก็ค่อยๆ โดนจับทางได้

มีคำกล่าวไว้ว่า หากคุณอยากจะหยุด เชลซี คุณต้องหยุดการบงการเกมของ จอร์จินโญ่ นั่นเป็นสิ่งที่หลายๆ ทีมเริ่มทำสำเร็จแล้ว และถ้าวันใด อาซาร์ เล่นไม่ออก เกมรุกของทีมก็จะตีบตันทันที

กองกลางเปลี่ยนกันได้แค่ไม่กี่คน มีแค่ โควาซิช สลับกับ บาร์คลี่ย์ , วันไหนกองหน้าไม่ทำงาน หรือฟอร์ลส์ 9 ที่ใช้ อาซาร์ ไม่เวิร์ค ก็ส่ง ชิรูด์ ลงสนาม

เมื่อทำอะไรไม่ก็จะส่ง ชิรูด์ ลงมาเป็นประจำจนถูกจับทางได้

มันเป็นการเปลี่ยนตัวที่เดาทางได้ง่ายเกินไป และเป็นการเปลี่ยนแท็คติกที่ยังดูไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเกมของทีมได้สักเท่าไหร่

ตอนที่ ซาร์รี่ คุมทัพ “อัซซูร่า” ลุย เซเรีย อา เขาพาทีมลุ้นแชมป์อย่างจริงจังตลอดในช่วง 2 ซีซั่นสุดท้าย แต่ในขณะเดียวกัน นาโปลี ของ ซาร์รี่ ก็แหกโค้งช่วงท้ายฤดูกาลแบบเดิมๆ อยู่เสมอ

นั่นก็เพราะ นาโปลี ของ ซาร์รี่ มีขุมกำลังที่เล็กเกินเหตุ ทั้งๆ ที่ทีมก็มีโอกาสจะเซ็นแข้งฝีเท้าดีๆ เพิ่มเข้ามาในช่วงกลางฤดูกาล แต่ ซาร์รี่ ก็เลือกที่จะไม่ทำมันเอง

การเปลี่ยนตัวของ นาโปลี ในยุคนั้นของเขาก็คล้ายๆ กับสิ่งที่ เชลซี เป็นในตอนนี้ ชื่อของ มาร์โก ร็อค , ปีโอตอร์ ซิลินสกี้ หรือ ดิยาวาร่า คือหมากเดิมๆ ที่เขาใช้

ขุมกำลังที่เล็กเกินไป ได้ส่งผลให้เรี่ยวแรงของทีมกรอบขึ้นในระยะยาว ส่งผลให้ทีม นาโปลี เคยแหกโค้งลุ้นแชมป์ สคูเด็ตโต้ และกำลังทำให้ “สิงห์บลูส์” มีแนวทางการเล่นที่ตีบตันและโดนจับทางได้

ด้วยสถานการณ์ลุ้นอันดับ 4 ที่เข้มข้นขึ้นมาถึงขีดสุด ไม่ว่าจะ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โซลชาร์ ที่แรงกระฉูดขึ้นมาผิดหูผิดตา และ อาร์เซน่อล ที่พยายามเกาะพื้นที่ลุ้นอย่างเหนียวแน่น

หาก ซาร์รี่ ยังหาทางออกให้กับ เชลซี ไม่ได้ในเร็วๆ นี้ เชื่อเถอครับว่าพวกเขามีโอกาสที่จะสวรรค์ล่ม! ร่วงหลุดพื้นที่ ชปล. ไปกองอยู่แถวที่ 6 ก็เป็นได้  

ยอดฝั๋น