ตัดเกรด"ช้างศึก" ทีมชาติไทย ในนัดที่รวมหัวใจเอาชนะ ทีมชาติบาห์เรน 1-0 เก็บ 3 คะแนนแรกในศึกเอเชียนคัพ2019 ชนิดที่สามารถเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมาอีกครั้ง

ผ่านพ้นเกมนัดที่สองไปเป็นที่เรียบร้อยกับการแข่งขันเอเชียนคัพ2019 ของทีมชาติไทย โดยเกมนัดนี้บรรดาผู้เล่นช้างศึกกลับมารวมหัวใจสู้อีกครั้ง จนสามารถผ่านอีกหนึ่งวันที่ยากลำบากไปได้แบบประทับใจแฟนบอลทั้งประเทศ

ผู้รักษาประตู

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (9 คะแนน)
ได้โอกาสลงเฝ้าเสาตัวจริงเป็นนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ และก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง หลังจากโชว์ความนิ่ง ทั้งการออกมาตัดบอลลูกกลางอากาศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะเซฟสำคัญๆในช่วงหลังจากที่ทีมชาติไทยออกนำ 1-0 ถือมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งช่วยให้ทีมไทยเก็บคลีนชีตพร้อมกับชัยชนะนัดแรก
 

กองหลัง

ทริสตอง โด (8.5)
ยังคงลงสนามเป็น 11 คนแรกอย่างต่อเนื่อง โดยเกมนี้ดูเหมือนความมั่นใจของเจ้าตัวจะกลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง ทั้งจังหวะช่วยเกมรับและเติมเกมรุกก็ทำได้อย่างเนียนตา อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการเปิดบอลให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ซัดประตูชัย โดยรวมแล้วการทำหน้าที่ริมเส้นด้านขวาของเขาแทบจะไม่มีข้อผิดพลาด

สุพรรณ ทองสงค์ (8.5 คะแนน)
ได้รับความไว้ใจให้ลงสนามเป็นนัดแรก และมีส่วนสำคัญในแผงเกมรับของทีมชาติไทย ทั้งการอ่านทางบอล รวมถึงการป้องกันลูกกลางอากาศได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะโดนใบเหลืองไวตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก แต่ต้องชมเรื่องสมาธิที่มุ่งมั่นอยู่กับเกมตลอดเวลา ถือเป็นปราการเหล็กให้กับทีมชาติไทยได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนัดนี้

พรรษา เหมวิบูลย์ (8 คะแนน)
ยกระดับตัวเองขึ้นมาจากนัดแรกได้อย่างน่าพอใจ แม้จะเป็นอีกคนที่ต้องมาเสียใบเหลืองตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ก็ไม่ได้ทำในปราการหลังรายนี้ลดประสิทธิภาพลงไป จังหวะเสียบสกัดที่เป็นลูกเก่งยังทำได้อย่างมั่นใจ รวมถึงคอยสอดประสานกับแผงหลังได้อย่างลงตัว

อดิศร พรหมรักษ์ (8 คะแนน)
เป็นอีกคนที่ได้รับโอกาสลงตัวจริงเป็นนัดแรก และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง มีทั้งจังหวะลูกขยันคอยไล่บอลแบบไม่มีหมด ถือเป็นตัวชนชั้นดีในกับแผงกองหลังของไทยในการขัดขวางจังหวะเกมรุกคู่แข่ง ดูรวมๆแล้วเป็นอีกหนึ่งวันที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชมในสีเสื้อช้างศึก

ธีราธร บุญมาทัน (8 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งคนที่ยกระดับฟอร์มของตัวเองขึ้นมาจากนัดแรกได้ดี โดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่แทบจะไม่มีข้อผิดพลาด อีกทั้งยังคอยหุบเข้ามาช่วยเซ็นเตอร์แบ็กสกัดลูกอันตรายได้หลายต่อหลายครั้ง แม้จังหวะเติมเกมรุกอาจจะมีไม่มากนัก แต่ก็คอยหาจังหวะขึ้นเกมในยามที่จำเป็น โดยรวมแล้วถือว่าเจ้าตัวกลับมาอยู่ในมาตรฐานที่ดีของตัวเองอีกครั้ง
 

กองกลาง

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (8 คะแนน)
โชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นจากนัดแรก ทั้งจังหวะตัดเกมแดนกลาง รวมถึงคอยเติมเกมรุก ถือเป็นคนที่ขับเคลื่อนแดนกลาง วิ่งแบบไม่มีหมดด้วยความมั่นใจ ยิ่งได้กองกลางตัวรับธรรมชาติมาช่วงแบ่งเบาภาระ ทำให้เจ้าตัวดูมีอิสระมากขึ้น โดยรวมแล้วถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้แผงกองกลางของทีมชาติไทยยกระดับขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชม

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (7.5 คะแนน)
ได้โอกาสลงสนามเป็นนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ แม้ในช่วงต้นเกมอาจจะยังดูจับจังหวะได้ไม่ดี แต่พอเครื่องเริ่มร้อนก็สามารถคุมจังหวะรักษาสมดุลในแดนกลางให้กับทีมชาติไทยได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยองคอยแบ่งเบาภาระให้กับ ฐิติพันธ์ ในการรักษาทรงแดนกลาง โดยรวมแล้วถือเป็นเกมที่น่าพอใจ

ชนาธิป สรงกระสินธ์ (9 คะแนน)
พอได้อิสระมากขึ้นในการเล่นเกมรุกก็สามารถปลดปล่อยฟอร์มของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการขึ้นเกมรุก จ่ายบอลทะลุช่องตัดแผงหลังคู่แข่งก็ทำได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังสามารถสอดขึ้นมาพังประตูชัยสุดสวยให้กับทัพช้างศึกได้อย่างหมดจด ถือเป็นวันที่กองกลางดีกรีเจลีกรายนี้กลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอลได้อีกครั้ง
 

กองหน้า

อดิศักดิ์ ไกรษร (8 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งคนที่ยกระดับการเล่นของตัวเองได้อย่างน่าประทับใจ และดูไม่อึดอัดเหมือนในนัดแรก โดยเกมนี้เจ้าตัวสามารถปั่นป่วนแผงหลังคู่แข่งได้แทบทุกครั้งที่บอลอยู่กับเท้า น่าเสียดายที่โอกาสหลุดเข้าไปยิงของเจ้าตัวไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูที่สองให้กับทีมชาติไทยได้จากจังหวะที่ยิงไปชนเสาแบบโชคไม่เข้าข้าง แต่โดยรวมแล้วถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่กองหน้ารายนี้สามารถเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมาได้อีกครั้ง

ธีรศิลป์ แดงดา (8 คะแนน)
แม้ในช่วงครึ่งแรกจะมีจังหวะขาดๆเกินๆในการจบสกอร์และจ่ายบอลอยู่บ้าง แต่พอเริ่มจับทางได้เจ้าตัวถือเป็นอีกหนึ่งคนที่คอยพักบอลเก็บบอลให้เพื่อนได้อย่างเนียนตา น่าเสียดายที่จังหวะกระชากหลุดเข้าไปยิ่งเพื่อปิดกล่องในครึ่งเวลาหลังกลับถูกนายทวารคู่แข่งป้องกันเอาไว้ได้แบบหวุดหวิด โดยรวมแล้วจากประสบการณ์ของเจ้าตัว สามารถช่วยให้เกมรุกของทีมชาติไทยยกระดับขึ้นมาและดูไหลลื่นขึ้นจากเกมนัดแรก


ตัวสำรอง

สรรวัชญ์ เดชมิตร (7 คะแนน)
ลงมาแทน ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ได้รับบาดเจ็บในนาทีที่68 ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่อยากจะลงไปเล่น โดยเฉพาะจังหวะการลงมาคอยช่วยเกมรับที่ดูจะขยันขึ้นมาแบบผิดหูผิดตาจากนัดแรก แม้จะอยู่ในสนามไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่ก็สามารถคุมจังหวะแดนกลาง เก็บบอลให้ทีมชาติไทยจนสามารถรักษาสกอร์ที่นำเอาไว้ได้จนจบเกม

ศุภชัย ใจเด็ด (ไม่สามารถให้คะแนนได้)
ลงมาแทนที่ อดิศักดิ์ ไกรษร ในนาทีที่79 เวลาอาจจะดูน้อยไปนิดกับการให้คะแนนความสามารถ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่คอยช่วยรุ่นพี่เก็บบอลในแดนหน้า แม้อาจจะไม่ค่อยได้เล่นเกมรุกมากนัก แต่ก็ถือว่าใช้เวลาในสนามร่วมๆ 10 นาทีได้อย่างคุ้มค่า

มิก้า ชูนวลศรี (ไม่สามารถให้คะแนนได้)
ลงมาแทน อดิศร พรมรักษ์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ด้วยแทคติกเปลี่ยนตัวฆ่าเวลา ทำให้ไม่สามารถตัดเกรดให้กับแนวรับรายนี้ได้ แต่ก็ต้องนับถือหัวใจที่แม้จะมีโอกาสน้อย แต่ก็พร้อมเต็มร้อยทุกครั้ง