จบลงไปแล้วสำหรับศึกนัดที่ 2 ของ ทีมชาติไทย ในเอเชียนคัพ 2019 ซึ่งเกมนี้ ช้างศึก ไม่ทำให้แฟนบอลไทยต้องผิดหวัง เพราะสามารถเอาชนะ บาห์เรน ได้ 1-0 จากประตูชัยของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นาทีที่ 58

ทำให้โอกาสการเข้ารอบที่ 2 ของ ทีมชาติไทย เปิดกว้างขึ้นทันที เพราะนัดสุดท้ายกับ ยูเออี ในวันที่ 14 มกราคม เวลา 23.00 น. อาจจะขอแค่เพียงผลเสมอ ก็จะได้ลอยลำสู่รอบ 16 ทีม

วันนี้ผมจะขอวิเคราะห์ถึง 5 เหตุผล ที่ทำทีม ทีมชาติไทย เอาชนะ บาห์เรน ได้

1 ) เปลี่ยนโค้ช ทุกอย่างเปลี่ยน

หลังจากที่ ทีมชาติไทย ปลด มิโลวาน ราเยวัช ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช ดูเหมือนอะไรๆจะดีขึ้น โดยเฉพาะบรรยากาศในทีม การได้ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กับ โชคทวี พรหมรัตน์ มาคุมทีมแทน ทำให้การสื่อสารต่างๆ และรวมถึงการปลุกใจ มันง่ายขึ้น

เพราะตอน ราเยวัช ยังอยู่ ต้องให้ล่ามแปลภาษาถึง 2 ต่อ จาก เซอร์เบีย มาเป็น อังกฤษ แล้วค่อยมาเป็น ไทย ซึ่งมันดูยุ่งยาก แต่คราวนี้ คนไทย คุมเอง การพูดจา การสั่งการ หรือการปลุกใจ มันเลยง่ายกว่า

2 ) ระบบเซ็นเตอร์ 3 คน มีความลงตัว

เกมนี้ "โค้ชโต่ย" จัดทัพให้ ทีมชาติไทย ลงเล่นด้วย เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ 3 คนคือ พรรษา เหมวิบูลย์, อดิศร พรหมรักษ์ และ สุพรรณ ทองสงค์ โดยเลือกดร็อป เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว เป็นตัวสำรอง

ข้อดีอย่างแรกเลยคือ ทำให้เกมรับของ ทีมชาติไทย มีผู้เล่นมากขึ้น ซึ่งมันง่ายกว่าที่จะป้องกันเกมบุกของฝ่ายตรงข้าม

อย่างที่สอง เฉลิมพงษ์ ดูจะช้าเกินไปสำหรับบอลถ้วยเอเชีย ดังนั้นการให้ สุพรรณ และ อดิศร ลงมาเล่นแทน จึงเป็นอะไรที่เหมาะสมกว่า

อย่างที่ 3 คือ กองหลังทั้ง 3 คน เล่นเข้าขากัน ช่วยกันซ้อน ช่วยกันเข้าบอล สอดประสานกันได้ดี แทบไม่มีจังหวะผิดพลาดให้เห็น

3 ) ศิวรักษ์ คือคนที่ใช่

เกมนี้ "โค้ชโต่ย" ให้โอกาส ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทน ฉัตรชัย บุตรพรหม ซึ่งเห็นได้ชัดว่า นายทวารจากบุรีรัมย์คนนี้ คือคนที่ใช่

ทั้งการเซฟ การอ่านเกม และตัดบอล และการเปิดบอล แทบไม่มีข้อผิดพลาดเลย ซึ่งชัยชนะเกมนี้ ความดีความชอบส่วนหนึ่งต้องยกให้ ศิวรักษ์ ไปแบบเต็มๆ และดูท่า ศิวรักษ์ น่าจะขึ้นมายึดตัวจริงไปแบบยาวๆจนจบทัวร์นาเม้นท์

4 ) บาห์เรน ไร้จินตนาการในเกมรุก

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า บาห์เรน แทบไม่มีเกมบุกมิติอื่นเลย นอกจาก "โยนยาว" ไม่ว่าจะเป็นโยนจากหลังไปหน้า หรือโยนจากด้านข้าง เพราะตลอดทั้งเกม บาห์เรน จะบุกด้วยรูปแบบนี้อย่างเดียว ไร้การจ่ายตามช่อง ไร้การเลี้ยงจี้กดดัน ไร้การยิงไกล ไร้การทำชิ่ง

มันจึงทำให้เกมรับของไทยเล่นได้ง่าย และจัดการกับเกมรุกของ บาห์เรน ได้ตลอด 90 นาที

5 ) เรามี ชนาธิป สรงกระสินธ์

ข้อนี้ถือว่าสำคัญ เพราะเกมนี้ ชนาธิป เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ต้นเกมจะดูเงียบๆ และมีโอกาสสัมผัสบอลน้อย

แต่ครึ่งหลัง ชนาธิป โคตรอันตราย ทุกครั้งที่ได้บอล เขาจะปั่นป่วนเกมรับ บาห์เรน ได้เยอะมาก ทั้งการเลี้ยง การจ่ายบอล และการจบสกอร์

ซึ่งประตูชัย ก็ต้องยอมรับว่ามีโชคช่วยเล็กน้อย เพราะจังหวะเปิดบอลของ ทริสตอง โด มันแฉลบผู้เล่น บาห์เรน แต่โชคดีที่ไปเข้าทาง ชนาธิป ที่วิ่งมาพอดี ซึ่ง "เมสซี่เจ" ก็โชว์คลาส ไม่ต้องจับ ไม่ต้องแต่งบอลให้เสียเวลา วิ่งมาตะบันทีเดียวแสกหน้าผู้รักษาประตูไปเลย