เมื่อวันพุธ (9 มกราคม) ที่ผ่านมา เกิดโศกนาฏกรรมที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม หลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเอาจริงเอาจังกับทีมเล็กไม่เลิก ถล่มใส่ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 9-0

นานมาแล้วนะครับ ที่เราไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้กันในเกมฟุตบอล เพราะเรื่องของแท็กติก มันเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน รวมถึงแมตช์ที่มันเกิดการสูสีกันมากขึ้น

เลยทำให้เราไม่ค่อยได้เห็นการยำใหญ่ หรือการยิงประตูมากเกิน 7 ลูกในปัจจุบัน แต่ในซีซั่นนี้ แมนฯ ซิตี้ แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลของพวกเขา คือการบุกเต็มที่ทุกครั้งเท่าที่จะทำได้

คืนวันนั้น ผมได้รายงานสดเกม ลีก คัพ รอบรองชนะเลิศดังกล่าว และก็มีแฟนบอลผู้เสพย์ติดความดราม่า เมนท์ข้อความเข้ามาในไลฟ์เฟซบุ๊ค โดยบอกว่า "เรือใบสีฟ้า" เล่นไม่ให้เกียรติคู่แข่ง!!

ผมนี่ตกใจเลยว่ายังมีคนคิดแบบนี้อีกหรือ ไม่รู้ว่าพี่แกอาจจะคิดสั้นเชียร์ เบอร์ตัน หวังได้ค่าขนมหรืออย่างไร แต่ที่แน่ๆ อ่ะ มันน่าขำตรงที่เรื่องแบบนี้ ยังจะมานั่งดราม่ากันอีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ทีมของเขา จะไม่เล่นแบบขอไปที รวมถึงจะไม่จัดตัวผู้เล่นที่แสนจะน่าเกลียดลงสนาม และจะเน้นทุกรายการที่กำลังได้ลุ้นอยู่ในตอนนี้

แมนฯ ซิตี้ ยำใหญ่ใส่ เบอร์ตัน แบบไม่ฮืออือแม้แต่น้อย

เพราะการส่งผู้เล่นสำรอง มันก็ถือเป็นการเล่นไม่ให้เกียรติคู่แข่งเช่นกัน และการเล่นให้เต็มที่ในทุกๆ นาทีของการแข่งขัน มันก็หมายความได้เหมือนกันว่า พวกเขา "เอาจริง" ในการเจอคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า

ในเมื่อศักยภาพของทีมเขามีพร้อม ตัวผู้เล่นนับตั้งแต่มิดฟิลด์ ไปจนถึงกองหน้า มันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชุด การแข่งขันมีสุดสัปดาห์ กับกลางสัปดาห์ จะสลับชุดกันลงสนาม ก็ไม่เห็นจะเป็นไร เพราะสุดท้ายอย่างที่เราเห็นว่าคุณภาพมันก็ไม่ได้ต่างกัน

นี่คือสิ่งที่ เป๊ป แสดงให้เห็น หลังจากเรียกความมั่นใจกลับมาได้ ในเกมเอาชนะ ลิเวอร์พูล เพราะอีก 2 นัดต่อมา พวกเขาก็กด ร็อตเธอร์แฮม 7-0 และเอาชนะ เบอร์ตัน ไปหวุดหวิด 9-0 นั่นเอง!!

และผมก็ไม่รู้ว่าคนที่ดราม่าเข้ามา เขามีทีมไหนเชียร์อยู่หรือเปล่า ก็เลยจะเอาบรรดาทีมที่เคย "ยำใหญ่" ใส่คู่แข่งในเกมต่างๆ มาให้ดูกัน

1.ลิเวอร์พูล 10-0 ฟูแล่ม (ลีก คัพ เลกแรก, กันยายน 1986)

ทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช เข้าสู่รอบ 2 ของรายการนี้ ซึ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการที่ แมนฯ ซิตี้ ถล่มใส่ เบอร์ตัน เลย เจ้าถิ่นได้ประตูจาก สตีฟ แม็คมาน ถึง 4 ลูก ทำสถิติเป็นการชนะที่ถล่มทลายที่สุดในการแข่งขัน ลีก คัพ ร่วมกับ เวสต์แฮม ที่เคยชนะ บิวรี่ 10-0 ในการเล่นรอบ 2 เหมือนกัน เมื่อปี 1983

2.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 9-0 อิปสวิช ทาวน์ (พรีเมียร์ลีก, มีนาคม 1995)

ลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เล่นฤดูกาล 1994-95 ในฐานะแชมป์เก่า เป็นช่วงเวลากำลังขับเคียวแชมป์ และได้สอย แอนดี้ โคล มาจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนมกราคม ด้วยค่าตัวถึง 6 ล้านปอนด์ ในยุคนั้น เป็นสถิติในอังกฤษเลยทีเดียว และ แอนดรูว์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กดไป 5 ประตูในเกมดังกล่าว และเป็นการชนะถล่มทลายที่สุด อันดับ 2 ร่วม ในสถิติของสโมสร

3.นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 8-0 เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ (พรีเมียร์ลีก, กันยายน 1999)

เปิดฤดูกาล 1999-2000 มาได้ไม่ทันไร นิวคาสเซิ่ล ที่มี อลัน เชียร์เรอร์ ก็โชว์ฟอร์มอันร้อนแรง เปิดรังถล่ม เชฟฯ เว้นส์เดย์ 8-0 ซึ่งเกมนั้น "ฮ็อทช็อต" ก็ซัดไปคนเดียว 5 ลูก ซึ่งวันนั้นเป็นการคุมทีมในบ้านนัดแรกของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ตำนานกุนซือ "สาลิกาดง" ด้วย

4.มิดเดิ้ลสโบรช์ 8-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก, พฤษภาคม 2008)

เห็น แมนฯ ซิตี้ โหดๆ แบบนี้ พวกเขาก็เคยโดนยำเหมือนกัน ซึ่งไม่ได้ถูกบรรดาทีมใหญ่ถล่มใส่ด้วยซ้ำ นัดสุดท้ายของ สเวน โกรัน อิริคส์สัน สมัยคุม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบลงไม่สวยสักเท่าไหร่ เมื่อออกไปเยือน "โบโร่" แล้วโดนกดไปถึง 1-8 ด้วยแฮตทริกของ อฟอนโซ่ อัลเวส

5.ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 9-1 วีแกน แอธเลติก (พรีเมียร์ลีก, พฤศจิกายน 2009)

"ไก่เดือยทอง" ยุคของ แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ เริ่มใต่ตัวเองขึ้นมาอยู่ในทีมชั้นนำอีกครั้ง และในฟุตบอลยุคนั้น เป็นยุคที่เริ่มจะยิงกันได้น้อยลง แต่ด้วยผลงานของ สเปอร์ส โดยเฉพาะวันนั้น เจอร์เมน เดโฟ ก็ขึ้นทำเนียบผู้เล่นที่ยิงได้ 5 ประตูในเกมเดียว ซึ่งในเกมนั้นครึ่งแรก พวกเขายังนำอยู่แค่เพียง 1-0 ทำให้ทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ทำสถิติพ่ายแพ้เละที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย

ไปป์