ในที่สุด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็สามารถนำ แมนฯ ซิตี้ กลับมาคว้าชัยชนะได้อีกครั้งตามคาดนะครับ ชัยชนะเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-1 ไม่ใช่สกอร์ที่เหนือความคาดหมาย และย่อมเป็น 3 แต้มที่พวกเขาต้องการ ภายหลังจากที่สะดุดแพ้มารัวๆ 2 เกมติดกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองถึงรูปแบบการเล่นและระดับความมั่นใจภายในทีม เราอาจพูดได้เหมือนกันว่า แมนฯ ซิตี้ กำลังมีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจที่ค้างคาอยู่ข้างในไม่น้อย

ภายใต้ชัยชนะของพวกเขา มันยังมีเรื่องการเสียประตูอีกครั้งจากความผิดพลาดง่ายๆ จนก่อให้เกิดการเพลี่ยงพล้ำต่อไปอีกราวๆ 10 นาทีหลังจากนั้น

ในช่วงที่เกมเสมอกัน 1-1 แมนฯ ซิตี้ ยังโชคดีที่ไม่เสียลูกจุดโทษในจังหวะที่ เจมส์ วอร์ด เพราส์ ร่วงลงไปกองในกรอบเขตโทษ แต่ยังดีที่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้

หากสกอร์เปลี่ยนเป็น “เรือใบ” ตามหลัง 1-2 งานนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อในครึ่งหลังเหมือนกัน

พอไม่เสียประตู….ซิตี้ ฉวยโอกาสรวมรวมสติ สวนทางกับเหล่าแข้งของ “นักบุญ” ที่ธาตุไฟแตกซ่าน จนต้องเสีย 2 ลูกซ้อนๆ ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีก่อนพักครึ่ง

หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงระดับความมั่นใจของ แมนฯ ซิตี้ อย่างชัดเจน คือรูปเกมและแนวทางการเล่นของพวกเขาในครึ่งหลัง!

แมนฯ ซิตี้ กลับมาคืนฟอร์มเก่งของตัวเองอีกครั้ง

เป๊ป ได้บทเรียนราคาแพงจากเกม 2 นัดก่อนหน้านี้ ที่พวกเขาประมาทต้องแพ้จากการยิงนำก่อน ซึ่งได้ทำให้ทีมเล่นด้วยแนวทางที่แตกต่างไปจากเดิม

มันชัดเจนว่า เป๊ป สั่งให้ แมนฯ ซิตี้ ลงมาเน้นเก็บผลการแข่งขัน ไม่ใช่เดินหน้าเอาประตูเพิ่มต่อ   

พลพรรค “เดอะ ซิตี้เซน” เน้นครองบอลเหนียวแน่น บีบให้ผู้เล่นของ “นักบุญ” อึดอัดจากการแย่งบอลคืนกลับมาไม่ได้ พวกเขาทำทุกอย่างด้วยความรัดกุม และรักษาสกอร์แบบนั้นไปจนจบเกม

หากแต่ในแง่ของวิธีการเล่นเกม มันเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กำลังขาดความมั่นใจอย่างล้นหลาม ไม่กล้าจ่ายไม่กล้าเล่นเหมือนกับที่เคยเป็น

ก็น่าสนใจว่าในเกมนัดถัดไปที่จะเปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล ระดับความเชื่อมั่นของแข้ง แมนฯ ซิตี้ จะมีมากน้อยแค่ไหน

เมื่อ ซิตี้ ชนะนักบุญ จึงทำให้ เกมกับ หงส์แดง ในวันพฤหัสบดีนี้ มีความหมายมากๆ

เพราะถ้ายังกล้าๆ กลัวๆ เหมือนกับเกมล่าสุดนี้ มันก็น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าพวกเขาจะรับมือกับความร้อนแรงของ “หงส์แดง” ได้หรือเปล่า

ในเกมแรกที่คู่นี้พบกัน เราทุกคนได้เห็นแล้วว่า แมนฯ ซิตี้ ไม่กล้าบุกใส่ “หงส์แดง” ที่ แอนฟิลด์ ขณะที่เหล่าแข้ง “เร้ด แมชชีน” ก็ไม่กล้าแลกใส่เช่นกัน

แต่ในแมตช์เดิมพันนัดต่อไปนี้ ด้วยสถานการณ์ที่ แมนฯ ซิตี้ ตามหลังอยู่ 7 แต้ม พวกเขาไม่มีทางเลือกใดๆ ทั้งสิ้น นอกเหนือจากต้องเปิดหน้าคว้าชัยชนะให้ได้เท่านั้น

การบุกใส่ ลิเวอร์พูล ชั่วโมงนี้ ย่อมไม่ใช่งานที่ง่ายๆ ยกเว้นว่าเกมรุกของ ซิตี้ จะวางมาได้เฉียบคมจริงๆ แถมในอีกด้านหนึ่ง ก็ต้องหาทางรับมือเกมโต้กลับสปีดจรวดของ “หงส์แดง” เช่นกัน

ก็คงต้องถามต่อไปว่า ชัยชนะของพวกเขาเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน ในเกมล่าสุดนี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้พวกเขาได้มากพอถึงขั้นยัดเยียดความปราชัยให้ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกได้หรือเปล่า

ยอดฝั๋น