4 แต้มหฤหรรย์ อันที่จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ความห่างที่มากมายอะไรเลย สำหรับ ลิเวอร์พูล ที่นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่

ไม่ต้องมองอะไรมากมาย เอาแค่ในสถานการณ์ปกตินั้น ไม่ว่าทีมไหนกำลังไล่ล่าทีมไหนอยู่ นี่ก็ย่อมเป็นช่องว่างที่แคบโดยทั่วไปอยู่แล้ว

แต่ผู้ไล่ล่าของ “หงส์แดง” คือ “เรือใบสีฟ้า” ผู้เป็นปรากฏการณ์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั่นยิ่งโหดร้ายเข้าไปใหญ่

มีคำถามหนึ่ง เกิดขึ้นในหมู่แฟนๆ หงส์แดง ว่าปีนี้ แมนฯ ซิตี้ กำลังทำผลงานได้ตกต่ำลงกว่าเมื่อซีซั่นก่อนจริงหรือเปล่า ?

ประเด็นก็คือ ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ สามารถยกมาตรฐานขึ้นไปสูงกว่าปีก่อนได้อีก มันก็คงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ท้าชิงอย่าง ลิเวอร์พูล จะแย่งชิงอำนาจมาได้

อย่างไรก็ตาม ผลจากการแข่งขันนัดล่าสุดที่ “เรือใบ” พ่ายคาบ้านให้แก่ คริสตัล พาเลซ อย่างไม่น่าเชื่อ มันก็ยิ่งเปิดโอกาสให้ “เร้ด แมชชีน” มีความหวังมากขึ้นไปอีก

มันเหมือนกับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าซีซั่นก่อน

การที่ พาเลซ บุกไป ชนะ แมนฯ ซิตี้ เท่ากับจุดความหวังของ หงส์แดง ให้สว่างอีกครั้ง

เอาจริงๆ แล้วก็คือ แมนฯ ซิตี้ แค่ทำได้แค่เท่าๆ กับมาตรฐานของเมื่อซีซั่นที่แล้ว มันก็น่าจะเพียงพอที่ทำให้พวกเขารักษาแชมป์ลีกเอาไว้ได้

ฉะนั้น โจทย์ของ ลิเวอร์พูล จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างชัดเจนสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว

การแพ้ไปแล้ว 2 เกมในลีก ไม่ได้ทำให้โลกของ แมนฯ ซิตี้ แตกเป็นเสี่ยงๆ ขนาดนั้น มันเป็นหน้าที่ของ ลิเวอร์พูล ต่างหากที่จะต้องเดินหน้าโรมรันฟันแทงให้ทะลุ

ไม่มีทฤษฏีใดๆ ที่สามารถระบุได้แน่นอนได้ แต่มันค่อนข้างมีความเป็นไปได้ว่าถ้า ลิเวอร์พูล ทำได้เทียบเท่ากับที่ แมนฯ ซิตี้ ทำเมื่อซีซั่นก่อน พวกเขาน่าจะได้เอาถ้วยแชมป์มากอดจริงๆ เสียที

แต่ถ้าในกรณีที่มาตรฐานของ แมนฯ ซิตี้ ไม่ตกลงไป – ลิเวอร์พูล ก็ไม่มีทางใดทั้งสิ้นสำหรับ ลิเวอร์พูล

นั่นก็คือ พวกเขาจะต้องสร้างฟอร์มที่โหดเหี้ยมพิเศษสุดๆ จริงๆ เท่านั้นในซีซั่นนี้!

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะคืออะไร บางทีมันอาจเป็นการไร้พ่าย , การไล่ทุบ แมนฯ ซิตี้ ได้ในเกมเลค 2 หรือสิ่งใดก็ตาม ลิเวอร์พูล จำเป็นจะต้องสร้างปรากฏการณ์ที่อัศจรรย์จริงๆ เท่านั้น

โอกาสจะเป็นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล นั่นอยู่ในมือของพวกเขาเอง

โชคดีอย่างหนึ่งของ ลิเวอร์พูล ก็คือ เงื่อนไขของพวกเขามีโอกาสง่ายขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย นั่นก็คือพวกเขาสามารถคิดถึงการเสมอกับ “เรือใบสีฟ้า” ได้ในเกมเยือน เอติฮัด

นั่นต่างกับ แมนฯ ซิตี้ ที่ไม่มีทางเลือกใดๆ ทั้งสิ้นนอกเหนือจากต้องชนะ “หงส์แดง” ให้ได้เท่านั้น ถ้าหากต้องการพลิกสถานการณ์

นับเป็นการดวลกึ๋นที่คงจะดุเด็ดเผ็ดมันสุดๆ สำหรับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่คงได้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง

ช่องว่างมีโอกาสถูกถ่างออกไป และอาจโดนบีบให้แคบลง

อีกไม่นานเราคงได้ทราบกันครับ

ยอดฝั๋น