การต่อสัญญาของ โจ โกเมซ เป็นอะไรที่ค่อนข้างปุปปัปพอสมควร ในห้วงที่เพิ่งจะรับทราบข่าวร้ายว่าได้รับบาดเจ็บ ต้องพักยาว 6 สัปดาห์ แต่ในขณะเดียวกับ บอร์ดบริหารทัพ “หงส์แดง” ก็ถือโอกาสนี้ จับดาวเตะวัย 21 ต่อสัญญายาวเหยียดถึงปี 2024

นับได้ว่าเป็นกลยุทธที่แยบยลของการซื้อใจนักเตะสักคนหนึ่ง นั่นก็คือยังมั่นใจในศักยภาพอยู่เสมอแม้ในยามที่มีอาการเดี้ยงรบกวน

ชีวิตของ โจ โกเมซ ที่ ลิเวอร์พูล ไม่เคยได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ตั้งแต่วันที่เก็บข้าวของย้ายจาก ชาร์ลตัน มาอยู่ที่ถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2015 ดาวเตะผิวสีชาวอังกฤษ ได้รับบาดเจ็บหนักๆ มาแล้วถึง 3 ครั้ง

โจ โกเมส สมัยอยู่กับชาร์ลตัน

สำหรับดาวรุ่งคนหนึ่ง นี่ย่อมเป็นเรื่องเสียหายในแง่ของพัฒนาการฝีเท้าที่ควรจะได้ฝึกปรืออย่างต่อเนื่อง

การย้ายมาสวมเสื้อสีแดงเพลิงที่ “เมอร์ซี่ไซต์” แบบเงียบๆ ทำให้แฟนๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจหรือคาดหวังในตัวของ โกเมซ มากนัก เขาเริ่มต้นในฐานะแบ็คที่ไม่มีใครชื่นชอบอยากให้ลงเซิ้งแข้งสักเท่าไหร่

ไม่ค่อยมีใครเชื่อใจในฝีเท้าของ โกเมซ หลายๆ คนถึงขั้นลงความเห็นว่า เขาคงมีอนาคตไม่ต่างอะไรกับดาวรุ่งของสโมสรอย่าง จอห์น อ็อตเซโมบอร์ หรือ มาร์ติน เคลลี่ ที่สุดท้ายก็สูญดับไป

แม้กระทั่งฤดูกาลที่แล้วที่ “หงส์แดง” ตีปีกทำผลงานกันได้ดี – โกเมซ ก็ไม่ใช่แข้งที่มีความสำคัญต่อทีมอะไรขนาดนั้น เขายังดูเป็นรอง เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ในบทบาทของฟูลแบ็คอาชีพที่เชี่ยวชาญในเรื่องการเติมเกมรุกและเปิดบอลมากกว่า

กลายเป็นคู่ปรากรหลังตัวกลางที่ "เดอะ ค็อป" ไว้ใจมากที่สุดในขณะนี้

ทันทีที่เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ไม่มีใครเหลียวมอง “หนูโจ” ว่าจะสามารถสอดแทรกเป็นแข้งคนสำคัญในทีมชุดใหญ่ได้ เนื่องด้วยตัวเลือกปัจจุบันอย่าง ฟาน ไดค์ , มาติป หรือแม้กระทั่งปราการหลัง “รองแชมป์โลก” อย่าง ลอฟเรน ที่ล้วนดีกรีดีกว่าเขาทุกอย่าง

เหมือนดั่งว่าจะมี เจอร์เก้น คล็อปป์ คนเดียวกระมัง ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ โกเมซ

ด้วยจังหวะจะโคนที่ ลอฟเรน และ มาติป ร่างกายไม่สมบูรณ์พร้อมๆ กัน นั่นทำให้ โกเมซ ได้โอกาสสำแดงฝีเท้าตั้งแต่ในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล และก็ทำได้ดีมาตลอด

มันไม่ใช่แค่ โกเมซ ประคองตัวเองทำได้ดี หากแต่เขาแสดงให้เห็นว่าเขาอัพเลเวลของตัวเองขึ้นมาแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคล่องแคล่วปราดเปรียว , ทักษะการอ่านเกม , ความแข็งแกร่งทางร่างกาย , การป้องกันทั้งภาคพื้นดินและกลางอากาศ

และการมีพี่ใหญ่อย่าง ฟาน ไดค์ นั่นก็ช่วยเขาได้มากในแง่ของพี่เลี้ยงชั้นดี

การต่อสัญญาครั้งล่าสุดของเขากับ “เร้ด แมชชีน” จึงสร้างความปลื้มปริ่มให้กับตัวนักเตะเป็นอย่างมาก เขายังดูมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นต่อไปอีก และมีความเชื่อว่าเขาจะสามารถทำมันได้สำเร็จที่นี่ ที่ ลิเวอร์พูล เท่านั้น

ฟอร์มดีกับ สิงโตคำราม เช่นกัน

ด้วยอายุที่กำลังหนุ่มแน่น และฝีเท้าที่ประจักษ์แล้วว่าโดดเด่นเกินวัย แฟนๆ หลายคนต่างก็คาดหวังว่า โกเมซ จะสามารถก้าวขึ้นไปแตะในระดับ เวิลด์คลาสส์ ได้สำเร็จดั่งรุ่นพี่ร่วมชาติอย่าง เฟอร์ดินานด์, เทอร์รี่, แคมป์เบลล์ หรือ โทนี่ อดัมส์

เป็นจังหวะพอดิบพอดีที่ อังกฤษ เองก็ไม่ได้มีกองหลังดีกรีชั้นยอดมานานพอสมควรแล้ว พวกเขาย่อมมีความหวังกับ โกเมซ

รุ่นพี่หลายๆ คนแสดงความเชื่อในตัวเขาออกมาให้เห็น แต่สิ่งที่สำคัญเลยก็คือเจ้าตัวจะต้องรักษาฟอร์มของตัวเองให้สม่ำเสมอต่อไป และมันควรจะต้องเกิดขึ้นทันทีที่เขากลับมาจากอาการบาดเจ็บ

กองหลังดาวดวงใหม่ดวงนี้ที่ อังกฤษ ขาดแคลนมานานแสนนาน จะเกิดหรือดับ เดี๋ยวเราคงได้รู้กันครับ

ยอดฝั๋น