วันพุธที่ 5 ธันวาคมนี้ จะเป็นเกมที่โคตรสำคัญของ ทีมชาติไทย ในการล่าแชมป์อาเซียนสมัยที่3ติดต่อกัน โดยด่านสำคัญคือ ทีมชาติ มาเลเซีย คู่แข่งในรอบรองชนะเลิศ หลังจากที่เกมแรกเสมอกันไป 0-0

หลายคนน่าจะได้ดูเกมระหว่าง มาเลเซีย กับ ไทย วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาที่สนามบูกิต จาลิล ซึ่งก็ต้องยอมรับตามตรงว่า มาเลเซีย ทำได้ดีกว่าชัดเจน ขาดแค่ประตูเท่านั้นทำให้ไม่สามารถกุมความได้เปรียบเกมแรกได้ โดยเกมที่สนามราชมังคลากีฬาสถานวันที่ 5 ธันวาคมนี้ของแค่ ช้างศึก เก็บชัยชนะได้ไม่ว่าจะสกอร์เท่าไหร่ก็จะผ่านเข้าชิงชนะเลิศทันที

วันนี้ผมจะพาไปเช็กสถิติความพร้อมก่อนเกมว่า ไทย จะมีโอกาสเข้าลุ้นแชมป์ในปีนี้ได้หรือไม่ โดยสถิติที่ทั้สองชาติเคยพบกันในชิงชิงแชมป์อาเซียนทั้งหมด 14ครั้ง เป็น ไทย ที่ชนะได้ 7 ครั้ง มาเลเซีย ชนะได้ 3 ครั้ง และอีก 4 ครั้งเสมอกัน

อย่างไรก็ตามถ้านับแค่สถิติในการพบกันที่รังเหย้าของทีมชาติไทยปรากฎว่า ช้างศึก ทำได้ดีกว่า เสือเหลือง ชัดเจนเพราะสามารถเก็บชัยชนะได้ทุกครั้ง เริ่มจาก ชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 2000 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน , ชนะ 1-0 ในรอบแรก เมื่อปี 2007 ที่สนามศุภชลาศัย , ชนะ 3-0 ในรอบแรก เมื่อปี 2008 ที่สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต 

จากนั้นก็ชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อปี 2012 ที่สนามศุภชลาศัย และล่าสุดชนะ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก เมื่อปี 2014 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน 

สถิติที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่า ไทย ทำได้ดีกว่าชัดเจนในการพบกับ มาเลเซีย โดยเฉพาะการเล่นในบ้าน แต่อย่างไรก็ตามเราคงไม่สามารถเอาสถิติมาบอกได้ว่าเกมวันพรุ่งนี้(5 ธ.ค.) ไทยจะสามารถเอาชนะได้ง่ายๆ เพราะจากที่ดูฟอร์มในเกมล่าสุด มาเลเซีย ไม่ธรรมดาเลย

เกมทีมชาติไทยผมได้มีโอกาสดูทุกนัดที่แข่งขันตั้งแต่เกมแรกถึงเกมล่าสุด จุดเด่นของเราชัดเจนคือจังหวะจบสกอร์  มิโลวาน ราเยวัช ทำทีมที่มีสไตล์ชัดเจนคือไม่ได้เล่นเกมบุกสวยงามแต่เน้นเกมรัดกุมอาศัยจังหวะสวนกลับเล่นงานคู่แข่ง โดยมี สรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นคนที่ควบคุมทุกอย่างในเกมรุก แล้วมี อดิศักดิ์ ไกรษร จบสกอร์ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำได้ดี จะมีขัดใจก็แค่เกมล่าสุดที่ต่ำกว่ามาตราฐานไปเยอะ

ส่วนคู่แข่งของเราอย่าง มาเลเซีย ได้มีโอกาสดูสองนัดคือเกมที่บุกไปแพ้ เวียดนาม 0-2 และเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่เปิดบ้านถล่ม เมียนมาร์ 3-0 สิ่งที่เห็นชุดเจนของ เสือเหลือง ชุดนี้คือเป็นทีมที่มีทักษะความสามารถเฉพาะตัวดีมากๆ และชอบครองบอล โดยสถิติตั้งแต่เกมแรกของพวกเขาครองบอลมากกว่าคู่แข่งทุกเกม ไม่เว้นแม้แต่เกมที่บุกไปแพ้ เวียดนาม พวกเขาก็ครองบอลบุกเยอะกว่าเจ้าถิ่นชัดเจน

เปรียบเทียบจุดแข็งของ ไทย และ มาเลเซีย ทั้งสองทีมมีสไตล์ต่างกันชัดเจน อีกทีมเน้นเกมรัดกุมและอาศัยการจบสกอร์ที่หวังผลได้จากเกมสวนกลับเล่นงานคู่แข่ง อีกทีมใช้การครองเกมเปิดเกมบุกเข้าหาคู่แข่งแล้วยิงประตูเพื่อชัยชนะ เปรียบเทียบง่ายๆก็คือเป็นการดวลกันของเกมรับกับเกมรุก

จะให้บอกว่าทีมใดจะเป็นฝ่ายชนะในการดวลกันวันพรุ่งนี้ ถ้าถามผมในฐานะที่เป็นคนไทยเป็นแฟนบอลไทย แน่นอนต้องเชียร์ให้ไทยเอาชนะพร้อมทั้งผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศอยู่แล้วครับ ส่วนจะทำได้หรือไม่ก็อยู่ที่นักเตะทั้ง11คนรวมถึงการวางแผนของโค้ช

เกมวันพรุ่งนี้เป็นนัดที่มีความสำคัญของแฟนบอลไทย และวันที่ 5ธันวาคม ยังถือว่าเป็นวันสำคัญของคนไทยทุกคนด้วย เพราะฉนั้นอย่าลืมไปรวมตัวกันที่ราชมังคลากีฬาสถานนะครับ ผมเชื่อว่านักเตะทุกคนต้องการกำลังใจจากพวกเขาในการออกศึกครั้งนี้ แล้วเจอกันครับ...