ทำไปทำมา ลิเวอร์พูล กำลังจะกลายเป็นทีมที่ตกรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซะอย่างงั้น

แฟน "หงส์แดง" อย่าเพิ่งเครียดไป เพราะถ้าตราบใดที่ยังแข่งไม่ครบ และแต้มยังไม่ขาด ลิเวอร์พูล ยังคงมีโอกาสเข้ารอบเสมอ

หลังล่าสุดบุกไปแพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ในกลุ่มซี กลายเป็น นาโปลี มี 9 แต้ม เปแอสเช 8 และ ลิเวอร์พูล 6 ส่วน เร้ด สตาร์ เบลเกรด 4 คะแนน ตกรอบไปก่อนใคร

เกมดังกล่าว ถือเป็นการแพ้เป็นนัดที่ 4 ของฤดูกาลนี้แล้ว เมื่อรวมทุกรายการ และเป็นการแพ้ในรายการนี้ไปถึง 3 เกม

และเมื่อไปดูสถิติย้อนหลัง พบว่า "หงส์แดง" ที่เคยเป็นรองแชมป์รายการนี้นี่แหละ แพ้เกมเยือนมาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน ในถ้วยบิ๊กเอียร์ เริ่มตั้งแต่พ่าย โรม่า 2-4, แพ้ มาดริด 1-3 (สนามกลาง), และการแพ้ในฤดูกาลนี้ 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม

รูปเกมของทั้งสองทีม ต้องยอมรับว่าเจ้าถิ่นมาเหนือกว่า เน้นบุกอย่างหนัก เพื่อให้ได้ประตูขึ้นนำ และพวกเขาก็ทำสำเร็จ จากการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจส่ง เดยัน ลอฟเรน ยืนเป็นตัวจริง

กองหลังที่เก่งที่สุดในโลกต้องปวดกบาลเมื่อเจอความจี๊ดของ เอ็มบั๊ปเป้

แน่ล่ะ มันไม่ใช่ความผิดของแข้งชาวโครแอต เพียงคนเดียว แต่เมื่อเขาถูกส่งลงสนาม หน้าที่แบ็กขวาเลยกลายเป็นของ โจ โกเมซ แทนที่ของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์

แต่ผมมองว่ามันกลายเป็นบ่อ ให้ทั้ง เนย์มาร์ และ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ลงไปวิ่งเล่น

ซึ่งบ่อนี้ มันไม่ใช่บ่อกับดัก แต่มันกลับเป็นบ่อเงินบ่อทองมากกว่า

2 ประตูที่เจ้าบ้านทำได้ มาจากการทำเกมทางขวาของ ลิเวอร์พูล ทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นเม็ดแรกที่ ฆวน เบร์นาต ได้บอลเก็บตกจาก เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ซึ่งแข้งชาวสเปน ที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นวิงแบ็กฝั่งซ้าย ถูกบังอยู่ 2 คนโดย ลอฟเรน และ โกเมซ แต่ทั้งคู่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่ยืนดูคู่แข่งกระชากตัดเข้าในแล้วยิงเร็ว

ฆวน แบร์นาร์ด แบ็กซ้ายตัวจี๊ด

ส่วนลูกที่ 2 แผงหลังของผู้มาเยือน ดันสูงเกือบครึ่งสนาม แต่กลับโดนจ่ายสวนกลับมา แล้วคนที่รับบอล มันกลายเป็น เอ็มบัปเป้ ซึ่งแน่นอน ทั้ง โกเมซ และ ลอฟเรน ไม่มีใครตามทัน ก่อนที่จะไปถึงเส้นหลัง ตบกลับเข้ามาให้ เอดินสัน คาวานี่ ยิง ซึ่งไปติดเซฟของ อลิสซง แล้ว แต่มันก็ยังไม่พ้นอันตราย เนย์มาร์ ที่ตามหลังมา เลยซ้ำเข้าไป

ซึ่งผมเชื่อว่า ถ้า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ อยู่ แม้จะเป็นเด็ก ประสบการณ์น้อย เกมรับไม่ได้ดีอะไรมาก แต่เขายังมีความเร็วพอที่จะไล่กวดคู่แข่งที่มีความเร็ว

ถ้าเขาอยู่ 2 ประตูนี้จะไม่เกิดขึ้น ผมเชื่อแบบนั้น แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่โดนลูกอื่นๆ นะ เพียงแต่การใช้คู่นี้ลงรับผิดชอบในตำแหน่งขวา มันกลับไม่ได้ผลในเกมนี้

แม้จะเด่นในเรื่องเกมรับ แต่ โจ โกเมซ ก็เอา เนย์มาร์ ที่เล่นยั่วประสาทไม่อยู่

ขณะที่ครึ่งเวลาหลัง แม้ว่าจะนำอยู่เพียง 2-1 ปารีสฯ ก็ผ่อนคันเร่ง ที่ไล่กดดันในช่วงครึ่งแรกจนทำให้แผนต่างๆ ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเอาเก็บไว้ในลิ้นชัก

แต่ก็กลับกลายเป็นว่า "หงส์แดง" ก็ออกอาการเครื่องกระชากลงเช่นกัน เพราะอุตส่าห์ได้โอกาสบุกใส่ แต่ก็ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะ โรเบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ดูเหมือนฟอร์มจะหายไปดื้อๆ

เมื่อหอกชาวแซมบ้า เคลื่อนเกมไม่ได้ บทเพลงเฮฟวี เมทัล ของ คล็อปป์ มันก็เลยไม่ได้ถูกเปิดออกมาที่สนาม ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ จนจบเกม

ที่สำคัญต้องชื่นชมทั้ง ติอาโก้ ซิลวา และ มาร์ควินญอส ที่เล่นกันได้อย่างดี ทำให้ตัวรุกทั้ง ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เล่นไม่ออก

การพ่ายแพ้นัดนี้ มันอาจจะยังไม่ได้เลวร้ายอะไรถึงขั้นหนัก เพราะมันยังไม่ตกรอบ 100 เปอร์เซนต์ ต่อให้ ลิเวอร์พูล ได้ผลเสมอในเกมนี้ แต่ นาโปลี ชนะได้แบบนั้น พวกเขาก็ต้องไปลุ้นในเกมสุดท้ายอยู่ดี

เพียงแต่สถานการณ์มันจะง่ายกว่าเยอะเลย คราวนี้มาแพ้ มันเลยทำให้ลำบาก ด้วยสถานการณ์ที่กดดันกว่า และโจทย์ที่บังคับกว่า

เพราะตอนนี้ ถ้า ลิเวอร์พูล จะเข้ารอบ มีเพียงอย่างเดียวคือเอาชนะ นาโปลี 1-0 หรือชนะด้วยความห่างประตูที่มากกว่า 2 ลูก เช่น 2-0, 3-1, 3-0 เป็นต้น

นั่นจะการันตีแน่นอน โดยไม่ต้องไปสนใจคู่ ปารีส กับ เร้ด สตาร์ เพราะพวกเขาจะมี 9 แต้มเท่ากับ นาโปลี โดยที่มีเฮดทูเฮด หรือผลการพบกันที่ดีกว่าทันที

อยู่ที่ว่าจะจบเป็นอันดับหนึ่งหรือสองของกลุ่มเท่านั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลคู่ ปารีสฯ ด้วย

น่าเป็นห่วงนะครับ การเจอกับ นาโปลี ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลย แล้วยิ่งคู่แข่งที่เป็นทีมจากอิตาลี มาเล่นเพื่อ 1 คะแนน นี่เจาะยากเอามากๆ

ก็อย่างที่เราเห็นกันว่าช่วงหลัง เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ดุดันเหมือนเมื่อต้นปี

จะมีให้ใจชื้นอยู่หน่อยคือในบ้านพวกเขาสุดยอด ในซีซั่นนี้แพ้ไปเพียงเกมเดียวให้กับ เชลซี ในลีกคัพ และเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ ที่เหลือชนะรวด "เปแอสเช" เองก็โดนมาแล้ว

เอาจริงๆ ถ้าติ๊ต่างว่า "หงส์แดง" ตกรอบ ก็ต้องยอมรับว่าซีซั่นนี้ กลุ่มของพวกเขามันเป็นกลุ่มที่โหดเอาการ เพราะรวมไว้ด้วยแชมป์ลีกฝรั่งเศส และ รองแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ไว้อยู่ในนี้

แต่ถ้าเข้ารอบ ก็ต้องยกนิ้วให้เลยว่าพวกเขาได้ผ่านบททดสอบสุดโหดในช่วงครึ่งปีแรกได้สำเร็จ

อ้อ แฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บ้านเราก็อย่าไปล้อมากนะครับในตอนนี้ หรือต่อให้พอจบนัดที่ 6 แล้ว ลิเวอร์พูล จะตกรอบ

เพราะการตกรอบที่กลุ่มซี มันดูเท่ห์กว่าการเข้ารอบแบบกากๆ ที่กลุ่มเอช เยอะ!!

ไปป์