บทสัมภาษณ์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในช่วงหลังจบเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เปิดบ้าน เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 0-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำเอาแฟนๆ หลายต่อหลายคนอึ้งกิมกี่กันไปเป็นแถบๆ

มันคือคำกล่าวที่ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” อ้างแบบมึนๆ ว่า “ปีศาจแดง” คือทีมที่เป็นฝ่ายเล่นได้ดีกว่า!

คำถามก็คือ…..มันดีกว่าตรงไหน ? เพราะดูเหมือนว่าคนดูบอลทั้งโลกจะเห็นพ้องต้องกันว่าทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” ต่างหากที่เป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด

อาจไม่ได้ครองบอลเยอะแยะ แต่ก็ตั้งรับได้อย่างเยือกเย็น ไม่รู้สึกถึงความกดดันใดๆ และมีหมัดโต้แต่ละดอกที่เจ็บจี๊ถึงทรวง จะขาดก็เพียงแค่ความคมในการจบสกอร์ที่ไร้ซึ่งความเฉียบขาด

บางทีเส้นทางของ มูรินโญ่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจถึงคราวต้องสิ้นสุดกันเพียงเท่านี้เสียทีหรือไม่ ? เพราะสถานการณ์ทุกอย่างมันช่างไม่เป็นใจให้กับ “เฮียมู” เอาเสียเลย

ภาพที่เราเห็นจากทรงบอลนัดล่าสุดของ “ผีแดง” ในยุค มูรินโญ่ ก็คือ….การวางบอลยาว, จังหวะต่อบอลอันเชื่องช้า, การครอสบอลทางริมเส้นที่ไร้ประสิทธิภาพ, กองหน้าตู้เย็นที่ไม่ทำอะไร และแนวรับที่พร้อมจะพลาดท่าเสียกระบวนทุกวินาที

บอลทำชิ่งหนึ่งสองไม่มี, ลูกทะลุช่องตรงกลางไม่มี, คิลเลอร์พาสไม่มี, ไม่มีการใช้ความสามารถเฉพาะตัวให้เป็นประโยชน์ และในช่วงที่ทีมกำลังตีบตัน มูรินโญ่ ก็ทำได้แค่ส่ง เฟลไลนี่ ลงมาเพิ่มอาวุธกลางอากาศ

ลูกากู จากกองหน้ากลายเป็นตู้เย็นประดับสนามไปแล้ว

วันไหนที่โยนจับพลัดจับผลูเข้าเป้าก็ดีไป แต่ถ้าวันไหนโยนไม่แม่น ทีมก็ปิดประตูเรื่องโอกาสในการคว้าชัยชนะไปได้เลย

เป็นฤดูกาลที่ แมนฯ ยู เจอใครก็ไม่ใช่งานง่ายเลยสักเกม และนั่นไม่ใช่เพราะคู่แข่งนั้นแข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะ “ปีศาจแดง” เองต่างหากที่ทำตัวอ่อนหัด

หากเป็นทีมอื่นที่ไม่ใช่ คริสตัล พาเลซ ทีมใดสักทีมที่จบสกอร์ได้เฉียบคมกว่านี้ เชื่อขนมกินได้เลยว่า แมนฯ ยู คงแพ้คาบ้านไปแล้ว

ที่ผ่านมา มูรินโญ่ พยายามที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์ของทีมดีขึ้น มันเหมือนกับว่าหลายๆ ครั้งทีมกำลังจะกลับมา แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เข้าอีหรอบเดิม

ด้วยแท็คติกของ มูรินโญ่ ทำให้ ป็อกบา กลายเป็นนักเตะฝีเท้าธรรมดาไปเลย

หัวใจสำคัญที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ แมนฯ ยู ของ มูรินโญ่ จะยังเล่นฟุตบอลในแบบเดิมอยู่เสมอ นั่นก็คือการขึ้นบอลเนิบๆ เชื่องช้าเป็นเต่า เน้นการเล่นที่ปลอดภัยเป็นหลัก และไม่เคยมีเกมไหนที่พวกเขาแสดงให้เห็นว่าเหนือกว่าคู่แข่งทุกกระบวนท่า

นี่ขนาดตั้งรับใช้สูตรรถบัสขนาดนี้ แต่ทีมของ “เฮียเครียด” ก็ยังขยันเสียประตูเกือบทุกเกมในระดับเดียวกับกลุ่มของทีมหนีตกชั้น

สรุปแล้วเกมรุกก็ไม่ดี เกมรับก็แย่ นักเตะที่เคยดี กลับกลายเป็นหมดสภาพยามย้ายมาอยู่ที่นี่ แถมคำพูดที่เคยทรงพลังของ มูรินโญ่ ก็กลับกลายเป็นหอกที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเองไม่เลิก

ตั้งแต่อาการเขม่นกับ ป๊อกบา เรื่อยมาจนถึงล่าสุดที่จวก ลินการ์ด, มาร์กซิยาล, ชอว์ และ แรชฟอร์ด ผ่านสื่อว่าไร้ซึ่งคาแร็คเตอร์และความเกรี้ยวกราด

มูรินโญ่ หัวแข็งไม่สนใจเสียงใครหน้าไหน เขายังเดินหน้าตำหนิลูกทีมของตัวเองผ่านสื่อต่อไปด้วยความเชื่อที่ว่า นั่นจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เล่นเค้นฟอร์มกลับมาได้ดีกว่าเดิม

ความจริงที่ปรากฏตอนนี้ก็คือ….มันไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่จะโอเคกับจิตวิทยาแบบนี้ของ มูรินโญ่ ซึ่งกลายเป็นดาบสองคมที่นอกเหนือจากจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถกลับมาทำให้ทุกอย่างเลวร้ายขึ้นไปอีก

กับสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องของการเก็บผลการแข่งขันได้หรือไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของแนวทางการเล่นฟุตบอลของ มูรินโญ่ ที่มียีนส์สวนทางกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างสิ้นเชิง

ภาระของ มูรินโญ่ ที่ เฟอร์กี้ ทิ้งเอาไว้มันหนักอาจจะเกินที่เขาจะแบกต่อไปได้

ตรงจุดนี้ก็ต้องโทษบอร์ดบริหารของสโมสรด้วย ที่ไม่เคยคิดวางแผนระยะยาวสำหรับสโมสร มัวแต่คิดอย่างเดียวถึงว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง คิดได้แค่เอาให้รอดแบบวันต่อวัน

ไม่มีใครปฏิเสธว่าการอำลาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ยากต่อการสานต่อให้ติด แต่ส่วนหนึ่งเราก็ต้องบอกว่า แมนฯ ยู เองก็กดปุ่มทำลายตัวเองด้วยเช่นกัน

เพราะความกดดันจากรอบข้างที่ต่างตะโกนใส่ว่า ทำยังไงก็ได้ให้ได้แชมป์ , ตอนนี้ขอเอาแชมป์ไว้ก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน แต่งตั้งกุนซือโดยมองแค่ให้มาสร้างผลงานระยะสั้น

หลุยส์ ฟาน กัล อย่างงี้ หรือจะ มูรินโญ่ อย่างงี้ เราทุกคนต่างก็รู้ว่านี่คือกุนซือที่ไม่เคยฝากอนาคตไว้ที่ไหนยาวๆ อยู่แล้ว

หากคุณแต่งตั้งกุนซือเพื่อคุมแค่ระยะสั้น คุณก็ต้องเปลี่ยนกุนซือถี่ๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ และถ้าคุณไม่ใช่ทีมอย่าง เชลซี หรือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ ที่สามารถเสกอาวุธชั้นดีไว้ให้ใช้งานได้ตลอดเวลา คุณก็อย่าหวังว่าทีมของคุณจะมีรากฐานของการสร้างความสำเร็จระยะยาว

สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้พวกเขาไม่เข้าแก๊บอะไรเลยสักอย่าง ทำตัวก้ำๆ กึ่งๆ จนแปรสภาพกลายเป็นทีมที่โลดแล่นอยู่แถวอันดับ 7 หรือ 8 เฉกเช่นทุกวันนี้ครับ

ยอดฝั๋น