ย้อนเวลาไปสักประมาณ 10 ปีที่แล้ว วงการฟุตบอลลีกในบ้านเราเริ่มที่จะเติบโตขึ้นแบบเป็นรูปเป็นร่าง หลายทีมเริ่มมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน

หนึ่งในทีมที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ในช่วงเวลานั้นก็คือสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด จากการที่บอร์ดบริหารทีมโค้ก-บางพระ ขายสิทธิ์ทำทีมให้กับเมืองพัทยาภายใต้การนำของ อิทธิพล คุณปลื้ม ในปี2009

การเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรโค้กบางพระ ทำให้ พัทยา ยูไนเต็ด ถือกำเนิดขึ้นในเวลาต่อมาพร้อมกับฉายาใหม่โลมาฟ้า-ขาว และพวกเขาก็ได้โลดแล่นอยู่ในเวทีลีกลูกหนังของไทยจนถึงฤดูกาลที่ผ่านมา

ตลอดเวลาที่พัทยา ยูไนเต็ด ถือกำเนิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าภายในทีมมีปัญหามากมาย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณทำทีม แต่พวกเขาก็ยังคงได้รับการหนุนหลังจากสาวกโลมาด้วยดีเสมอมา

อยู่ใต้ร่มเงาฉลามชล ถูกหาว่าเป็นทีมน้องชลบุรี!
ภายหลังการเข้าเทคโอเวอร์ของเมืองพัทยาฯในช่วงเวลาเดียวกับที่ ชลบุรี เอฟซี กำลังรุ่งเรือง หลังจากสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของไทยในปี2007 ทำให้มีแฟนบอลหลายคนตั้งคำถามว่า 2 ทีมในจังหวัดเดียวกัน คนทำทีมก็คุ้นเคยกัน แล้วแบบนี้จะเป็นพันธมิตรกันหรือไม่ หรือพูดภาษาชาวบ้านเวลาเจอกันเองอาจจะมีเล่นแบบฮั๊วกัน

ก่อนที่ทุกคำถามจะถูกตอบด้วยการเล่นในสนาม เพราะนับตั้งแต่มีเกมดาร์บี้แมตช์เมืองชล ระหว่าง ชลบุรี เอฟซี กับ พัทยา ยูไนเต็ด ถือกำเนิดขึ้น ไม่มีนัดไหนที่ทั้งสองทีมจะออมมือให้กัน แม้บางครั้งจะเจอกันในช่วงที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ลุ้นอะไรแล้ว หรือเจอกันในช่วงที่พัทยาฯกำลังดิ้นรนหนีตกชั้น ก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเกมคู่นี้ไม่มีใครยอมให้ใครอย่างแน่นอน เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ!

แม้ผลงานการเจอกันส่วนใหญ่จะเป็นชัยชนะของ ชลบุรี เอฟซี แต่ดูจากรายละเอียดของเกมที่เกิดขึ้นแต่ละนัด บอกได้เลยว่าพัทยาฯเองก็ใส่สุดตัวเช่นกัน เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือขนาดและคุณภาพตัวผู้เล่นที่ยังเป็นรองชลบุรีฯอยู่พอสมควร ก่อนที่ในช่วงหลังๆพอจะเป็นวันของแฟนบอลพัทยาฯที่ได้เฮกับเขาบ้าง

ตกชั้นครั้งแรก!
ในฤดูกาล2010 ถือเป็นปีที่น่าจดจำและต้องจารึกเอาไว้ในใจสาวกโลมาทุกคน เพราะในฤดูกาลนั้นพวกเขาสามารถโชว์ฟอร์มสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการจบอันดับ4 ของตาราง ภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล และถือเป็นการจบอันดับดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรมาจนถึงทุกวันนี้


พัทยา ยูไนเต็ด ฤดูกาล2010

แต่ใครจะเชื่อว่าหลังจากผ่านฤดูกาลอันแสนวิเศษไป สโมสรกลับทำผลงานถอยหลังจนกลายเป็นทีมในโซนหนีตาย ก่อนที่ในอีก 3 ซีซั่นถัดมา(ฤดูกาล2013) พวกเขาจะไม่สามารถต้านแรงเสียดทานกับการแข่งขันบนเวทีลีกสูงสุดได้ และตกชั้นลงไปสู่ดิวิชั่น1(T2ปัจจุบัน)ในที่สุด

ลุ้นว่าทีมจะยุบหรือไม่ยุบ!
หลังการตกชั้นของพัทยา ยูไนเต็ด ตามมาด้วยปัญหามากมายที่ถาโถมเข้าใส่ นักเตะตัวหลักกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง บวกกับการหาสปอนเซอร์ที่ทำได้แสนยากลำบาก เพราะติดกับคำว่าทีมตกชั้น จากเงินสนับสนุนที่เคยได้สมัยอยู่ลีกสูงสุดก็จำเป็นจะต้องลดจำนวนลงไปโดยปริยาย

พัทยาฯทำผลงานการเล่นดิวิชั่น1 ปีแรกของพวกเขาในฤดูกาล2014 ด้วยการรอดตายแบบหวุดหวิดกับการจบอันดับ14 ของตาราง ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชแดง" ทรงยศ กลิ่นศรีสุข หลังจากนั้นทีมก็เคว้งอีกครั้งเมื่อบอร์ดบริหารประกาศหากลุ่มทุนใหม่เข้ามาเทคโอเวอร์

เข้าสู่ยุคโลมาน้ำเงิน...
หลังความล้มเหลวกับการจบอันดับ14 ของตาราง ทำให้บอร์ดบริหารทีมในเวลานั้นไม่มีทางเลือกกับข้อจำกัดหลายๆอย่าง ทำให้ตัดสินใจประกาศหากลุ่มนายทุนเข้ามาเทคโอเวอร์


พายุ เนื่องจำนงค์ - อิทธิพล คุณปลื้ม

โดยเงื่อนไขสำคัญที่บอร์ดบริหารทีมในยุคนั้นลงรายละเอียดไปในสัญญาก็คือ กลุ่มทุนใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์จะต้องห้ามเปลี่ยนชื่อทีม และสนามเหย้า คือพูดง่ายๆว่าทีมพัทยา ยูไนเต็ด จะต้องยังคงอยู่ต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนขั้วการบริหารภายในเท่านั้น โดยคนที่เข้ามารับไม้ต่อในถิ่นพัทยาฯก็คือ พายุ เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่เคยมีข่าวยื่นเทคโอเวอร์สโมสรเมืองทองฯมาแล้ว

ทุกอย่างเกือบจะดี!
การมาของ พายุ เนื่องจำนงค์ ถือว่าเปลี่ยนโฉมหน้าพัทยา ยูไนเต็ด ไปพอสมควร ทั้งรูปลักษณ์ของโลโก้สโมสร เรื่องโทนสีหลักจากเดิมฟ้า-ขาว เปลี่ยนมาเป็นโทนสีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับปรับฉายาใหม่เป็น "โลมาน้ำเงิน" รวมถึงปรับโฉมรังเหย้าให้ดูหรูหราสวยงาม ซึ่งเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับแฟนบอลโลมากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง


พัทยา ยูไนเต็ด สมัยโลดแล่นในดิวิชั่น1

ก่อนที่จะทำการดึงนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาสู่ทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มิลาน บูบาโล, พิชา อุทรา, ชัยวัฒน์ บุราณ, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ณัฐพร พันฤทธิ์ และอีกหลายๆคน จนในปีนั้นพวกเขาสามารถคว้าตั๋วเลื่อนชั้นทะยานกลับสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง

ไร้หัวเรือใหญ่ในการบริหารทีม"โลมาน้ำเงิน"
ใครจะไปคิดว่าการขึ้นชั้นสู่ลีกสูงสุดของพัทยา ยูไนเต็ด ในครั้งนั้นจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีม หลังจากสโมสรมีปัญหาเรื่องสิทธิ์การทำทีมที่ไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้ พายุ เนื่องจำนงค์ ตัดสินใจยุติปัญหาดังกล่าวด้วยการคืนสิทธิ์ทำทีมให้กับเจ้าของเดิม ก่อนที่ในเวลาต่อมาสิทธิ์การทำทีมจะถูกขายไปให้กับกลุ่มทุนจากเกียรติธานี

เหมือนแฟนโลมาน้ำเงินจะตั้งหลักได้!
พัทยา ยูไนเต็ด ในยุคการบริหารงานของกลุ่มเกียรติธานี ถือว่าเป็นการกลับไปโชว์ลีลาบนเวทีลีกสูงสุดได้อย่างจัดจ้านอีกครั้ง หลังสามารถยืนหยัดอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบันก็นับเป็นเวลา 2 ฤดูกาล ทำให้สาวกโลมาน้ำเงินเริ่มเบาใจลงเยอะ เพราะหวังว่าจากนี้ปัญหาต่างๆของทีมจะนิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้เดินหน้าสู่การพัฒนาต่อไป


กลุ่มเกียรติธานี เข้าเทคโอเวอร์สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด

แต่แล้วหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา สาวกโลมาน้ำเงินก็มีเรื่องให้ต้องกังวลใจอีกครั้ง กับข่าวคราวการเปลี่ยนชื่อทีมและการย้ายรังเหย้าของสโมสร ซึ่งในช่วงแรกเสียงยังแตกออกเป็นสองด้านว่าข่าวดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะเป็นความจริงหรือไม่

สู่การบอกลาของ พัทยา ยูไนเต็ด...
และแล้วบทสรุปสุดท้ายก็ชัดเจน ภายหลังจากที่กลุ่มทุนเกียรติธานี ออกมาให้น้ำหนักกับข่าวการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่าเป็นความจริง ก่อนที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดทั้งเรื่องชื่อสโมสร และย้ายรังเหย้า

เชื่อเหลือเกินว่าในใจของแฟนบอลโลมาทุกคนคงไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการเปลี่ยนแปลง แต่มันเป็นเหมือนการบอกลากันซะมากกว่า...

ยิ่งกว่าโดนแฟนทิ้ง!!!! เข้าใจหักอกแฟนบอลพัทยา...
มีคนบอกว่าความรู้สึกแฟนบอลพัทยาฯคงจะอาการคล้ายๆกับตอนโดนแฟนบอกเลิก แต่ผมว่าเอาเข้าจริงๆแล้ว คอลูกหนังทุกคนต่างรู้ดีว่าความรู้สึกมันหนักกว่านั้นเยอะ


แฟนบอลพัทยาฯรวมพลังที่สนามหลังข่าวการเปลี่ยนแปลง

ตอนโดนแฟนทิ้ง เวลาผ่านไปมันยังพอทำใจและเดินหน้าเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนได้ หรือใช้ชีวิตโสดในแบบชิวๆ แต่ในโลกของฟุตบอล เมื่อคุณลองได้ตกหลุมรักสโมสรไหนไปสักทีมแล้ว ไม่มีทางที่คุณจะเลิกรัก หรือเลิกเชียร์ได้เลย แม้ว่าสโมสรนั้นจะทำให้คุณผิดหวัง จะทำให้คุณเสียความรู้สึกกับผลงานสักขนาดไหน สุดท้ายแล้วพอถึงวันแข่งก็จะกลับมาเฝ้าเชียร์และติดตามผลงานของทีมรักอยู่ดี

ยอมรับความจริง!
สิ่งเดียวที่แฟนบอลพัทยา ยูไนเต็ด ทำได้ในเวลานี้คือก้มหน้าก้มตายอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ในฐานะของแฟนฟุตบอลไทยด้วยกันก็อยากจะให้กำลังใจในวันที่แทบจะไม่มีแรงเดิน ในวันที่ต้องเห็นทีมอื่นเดินหน้าเสริมทัพกันโครมๆ ขณะที่ทีมรักของตัวเองกำลังเดินจากไป

เชื่อเหลือเกินว่าลึกๆแล้วในใจแฟนพัทยา ยูไนเต็ด คงจะคิดว่าถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ให้ทีมตกชั้นยังจะดีซะกว่า เพราะถึงยังไงต่อให้ตกชั้นสโมสรก็ยังคงอยู่ที่เดิม เพียงแค่เปลี่ยนลีกก็เท่านั้น...ลาก่อนโลมาตัวน้อย...พัทยา ยูไนเต็ด

'''Biggy'''