และแล้วมันก็มาถึงวันที่เราได้เห็น ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อัพค่าเหนื่อยของตัวเองขึ้นไปถึงหลัก 3 แสนปอนด์ ต่อสัปดาห์

ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ แมนฯ ซิตี้ เลยที่จะจ่ายค้าจ้างในระดับนี้ และก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนรับตังอย่าง “หนูลิ่ง” เช่นกัน

แต่ที่น่าสนใจกว่าก็คือ นี่เป็นการเพิ่มค่าเหนื่อยที่แฟนๆ ทุกคนรวมไปถึงผู้สันทัดกรณี ต่างก็ผงกหัวเห็นด้วยว่า สเตอร์ลิ่ง ฉายฟอร์มอยู่ในจุดที่คู่ควรกับเงินก้อนโตก้อนนี้จริงๆ

มันไม่ได้เหมือนกับหลายๆ เคสก่อนหน้านี้ของ ซิตี้ ที่เคยถูกหลายๆ คนครหาว่าสมควรได้ค่าจ้างมากมายขนาดนี้เลยเหรอ

นับตั้งแต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก้าวเข้ามากุมบังเหียน “เรือใบสีฟ้า” อย่างเป็นทางการ มันมีเสียงคาดเดามากมายที่เชื่อว่า สเตอร์ลิ่ง จะต้องถูกเขี่ยทิ้งอย่างแน่นอนในอีกไม่ช้า

นั่นก็เพราะก่อนหน้านี้ เราเคยมีภาพจำ สเตอร์ลิ่ง เมื่อก่อนแค่ว่า คือปีกที่ “ดีแต่ป้อ ล่อไม่เป็น”

นั่นคือสิ่งที่เคยเป็นจุดอ่อน สเตอร์ลิ่ง มาตลอด เขามีความเร็ว , ชั้นเชิงเหลือร้าย แต่ดันจ่ายบอลโคตรแย่ ไม่ทีทักษะการครอสบอลสไตล์ปีกแท้ และการจบสกอร์ก็ห่วยแตก

ในช่วงแรกๆ ของยุค เป๊ป มันก็เหมือนกับว่า สเตอร์ลิ่ง กำลังจะล้มเหลวตามที่หลายๆ คนคาดไว้ พร้อมกับข่าวลือนอกสนามเรื่องชีวิตส่วนตัวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีนี้จัดจ้าน โชว์ฟอร์มดี ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ

แต่แล้ว ทุกอย่างก็มาพลิกผันเกินคาด เพราะ เป๊ป ไม่ใช่คนที่อยู่ดีๆ ก็จะคิดเขี่ยใครทิ้งแบบไม่ลืมหูลืมตา มันคงเป็นเพราะเขาเห็นอะไรบางอย่างในตัวของอดีตดาวเตะ ลิเวอร์พูล

เป๊ป ตัดสินใจให้โอกาส สเตอร์ลิ่ง พร้อมลงไม้ลงมือเจียระไนฝีเท้าด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้แข้งมาดกวนรายนี้ค่อยๆ เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ

ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขาชุดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นก่อน ทำให้เขาได้ติดทีมชาติอังกฤษ ไปลุย เวิลด์ คัพ 2018 และถึงแม้จะโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างโอเค แต่ สเตอร์ลิ่ง ก็ยังโดนค่อนขอดว่าขาดความเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย

จนกระทั่งในฤดูกาลล่าสุดนี้ สเตอร์ลิ่ง กลับมาด้วยรูปโฉมใหม่ที่ไฉไลเหลือเกิน การจบสกอร์ของเขาเหี้ยมเกรียม เช่นเดียวกับการจ่ายบอลที่เด็ดขาดกว่าเมื่อก่อนมาก

แม้จะฟอร์มดี แต่ยังต้องการประสบการณ์ในการให้เกียรติคู่แข่ง

ด้วยทักษะการตัดสินใจที่ดีขึ้นของเขา นั่นก็ทำให้ สเตอร์ลิ่ง ผลิตทั้งประตูและแอสซิสต์อย่างเป็นกอบเป็นกำ ถือครองความโดดเด่นเหนือ เลรอย ซาเน่, ริยาร์ด มาห์เรซ และ แบร์นาโด้ ซิลวา

เป๊ป ในฐานะผู้ประคบประหงมมาตลอด ก็ตอบรับถึงเรื่องนี้ด้วยรอยยิ้ม โดยระบุว่าพอใจกับสิ่งที่เห็นในสนามมาก โดยเฉพาะเรื่องทัศนคติของ สเตอร์ลิ่ง ที่มีความเป็น แมตช์ วินเนอร์ มากขึ้น และเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะสามารถแบกทีมได้

หากเป็นเมื่อก่อน ดาวเตะผิวสี อาจพยายามมองหาคนที่จะจ่ายบอลให้เพียงอย่างเดียว และไม่เคยคิดยิงเองสักเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันนี้ เขากระหายที่จะพังประตูด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา

หากแก้จุดอ่อนได้หายแบบถาวร สเตอร์ลิ่ง อาจกลายเป็นปีกจอมถล่มประตูที่โหดลากไส้ไม่ต่างอะไรกับ โรนัลโด้ ช่วงอยู่ มาดริด หรือ ซาล่าห์ เมื่อซีซั่นก่อน

น่าสนใจครับว่าอนาคตของ สเตอร์ลิ่ง ในอีก 1-2 ปีถัดจากนี้ เขาจะก้าวขึ้นไปได้ถึงจุดไหน

ยอดฝั๋น