เหลือเวลาอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทัพ "โต๊ะเล็กช้างศึก" ทีมชาติไทย จะมีคิวสำคัญลงป้องกันแชมป์ ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 หรือ “AFF Futsal Championship 2018” ระหว่างวันที่ 5-11 พ.ย. 61 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

โดยทัพช้างศึก จะประเดิมสนามเกมแรกในกลุ่มบี พบกับ ติมอร์ เลสเต ในวันจันทร์ที่ 5 พ.ย. เวลา 16:00 น. ที่ สนามกอร์ ยูเอ็นวาย เมืองยอร์กยาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย แต่น่าเสียดายไม่มีสัญญานยิงสดกลับมาที่เมืองไทย ทำให้แฟนคลับโต๊ะเล็ก ก็ต้องหาลิงค์ดูกันเหมือนเคย

ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้ โฆเซ่ มาเรีย ปาซอส เมนเดส หรือ “ปูลปิส” เฮดโค้ชชาวสเปน ตัดสินใจให้โอกาสนักเตะสายเลือดใหม่ลงไล่ล่าความสำเร็จแบบเต็มตัวในฐานะนักเตะแกนหลักสักที หลังก่อนหน้านี้มีรุ่นพี่อย่าง ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง, "กัปตันช้าง" กฤษดา วงษ์แก้ว เเละ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร คอยแบกน้องๆในทีม

วันนี้ ทีมงาน SMM SPORT ขอพาแฟนฟุตซอลไทย ไปวิเคราะห์ 14 ผู้เล่นโต๊ะเล็กช้างศึก สุดผสมผสานระหว่างผู้เล่นวัยสดกับตัวเก๋าเกม ในแต่ละตำแหน่ง ว่าจะมีดีพอป้องกันแชมป์อาเซียนได้หรือไม่ ไปุลยกันเลย

ผู้รักษาประตู : 

เริ่มกันที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู กุนซือจากแดนกระทิงดุ ยังคงไว้ใจ 2 นายด่านแกนหลักอย่าง คณิศร ภู่พันธ์(การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) กับ คฑาวุธ หาญคำภา (พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี) ติดทีมชุดนี้มาเหมือนเคย แต่ใจจริงผมเองอยากให้ ปูลปิส เปิดโอกาสให้ ไกรมาตร ศรีละพันธ์ ลงเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากกว่าเพื่อเสริมกระดูกเก็บประสบการณ์กับเกมระดับนานาชาติ

แน่นอนไม่มีใครกล้าปฎิเสธว่าทั้งคู่คือสุดยอดประตูแห่งยุค เรื่องดีกรีความหนึบและประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึงทั้งคู่ผ่านเกมระดับโลก เอเชีย และแชมป์อาเซียน มาแล้ว ใครได้ลงเล่นก็ไม่แตกต่างกันมาก ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของทีมชาติไทย ในชุดนี้ที่จะพาทีมชาติไทย ป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 14 

ตัวรับ :

ขยับมาที่ตำแหน่งตัวรับกันบางเมื่อทีมชุดนี้ไม่มี "เนิส"  จิรวัฒน์ สอนวิเชียร แต่กุนซือชาวสเปน ยังคงไว้ใจนักเตะจาก ชลบุรี อย่าง รณชัย จูงวงษ์สุข ให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแม้โอกาสลงเล่นกับต้นสังกัดจะไม่มาก แต่เมื่อได้รับโอกาสลงเล่น เจ้าแม็ค ทำผลงานได้ดีเสมอในสีเสื้อทีมชาติไทย

โดยมี ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) กับ อำพล ศรีระแก้ว (ห้องเย็นท่าข้าม) สองดาวเตะที่ฟอร์มโดดเด่นลงมาสลับเป็นชุดที่สอง และสาม ซึ่งดูจากความยืดหยุ่นของ 3 คน และมีสไตล์การเล่นแตกต่างกันไปน่าจะทำให้เกมรับของทัพช้างศึก เหนียวแน่น และมีทีเด็ดจากลูกยิงไกลได้อีกด้วย

ริมเส้น :

มาต่อที่ตำแหน่งริมเส้นที่เรียกได้ว่าถูกใจผมมากๆ เพราะแต่ละคนที่เรียกเขามาในชุดนี้ ฟอร์มยอดเยี่ยมสม่ำเสมอกับต้นสังกัดในลีกทั้ง วรุฒ หวังสะมาแอล, นาวิน รัตนวงษ์สวัสดิ์ (แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี), พรมงคล ศรีทรัพย์แสง (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม), อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ (พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี), สุทธิพร กลัดเจริญ, เกียรติยศ แฉล้มเขตร์(กรมทางหลวง)

แต่ละคนมีเทคนิคการเล่นที่แพรวพราว ทักษะฟุตซอลที่ยอดเยี่ยม หากได้โอกาสดวล 1 ต่อ 1 กับคู่ต่อสู้มีต้องหัวทิ่มกันบาง วิเคราะห์จากศึกไทยแลนด์ ไฟว์ 2018 สองแข้งจากแบงค็อก บีทีเอส อย่าง วรุฒ หวังสะมาแอล, นาวิน รัตนวงษ์สวัสดิ์ จะลงสนามเป็นตัวจริง โดยมี อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ กับ  พรมงคล ศรีทรัพย์แสง เป็นชุดสอง และมี สุทธิพร กลัดเจริญ กับ เกียรติยศ แฉล้มเขตร์ สร้างความแตกต่างในชุดที่สาม

หน้าเป้า : 

สุดท้ายคือในตำแหน่งหน้าเป้าที่เรียกจอมเก๋า "จ่าต๊อบ" เจษฎา ชูเดช (ราชนาวี) มาเป็นแกนหลักให้น้องในฐานะกัปตันทีมเป็นผู้นำของน้องๆ โดยมีสองกองหน้าความหวังใหม่อย่าง มูฮัมหมัด อุสมานมูซา กับ สราวุท ผลาพฤกษ์ จากแบงค็อก บีทีเอส เอฟซี เข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่ออนาคตฟุตซอลไทย 

แน่นอน มูฮัมหมัด อุสมานมูซาน่าจะออกสตาร์ทเป็นตัวจริง จากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทั้งเทคนิคการเล่น และความมั่นใจหลังซิวดาวซัลโว "ไทยแลนด์ ไฟว์ 2018"และเป็นดาวซัลโวชิงแชมป์อาเซียนจากหนที่แล้วด้วย โดยมี เจษฎา ชูเดช ลงมาสร้างสรรค์เกมรุกในชุดสอง ส่วน  สราวุท ผลาพฤกษ์ คงต้องรอโอกาสจากกุนซือชาวสเปน ว่าจะได้ลงเล่นมากน้อยแค่ไหน

"ทัพช้างศึกโต๊ะเล็ก" ถือเป็นจ้าวแห่งฟุตซอลอาเซียน อย่างแท้จริง ลงแข่งขัน 13 ครั้ง กวาดแชมป์ได้ทุกหน( 2001, 2003, 2005, 2006, 2007, 2008, 2009, 2012, 2013, 2014, 2015, 2016 , 2017 ) ยกเว้นปี 2010 ที่ ไทย ไม่ส่งทีมโม่แข้ง และเป็น อินโดนีเซีย เถลิงแชมป์ไปครองในที่สุด 

ดูจากขุมกำลังของ ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย แล้ว แม้จะเป็นชุดผสมผสานสายเลือดใหม่ บวกเก๋า แต่จากศักยภาพที่ดีกว่าคู่แข่งในอาเซียนพอสมควร มั่นใจได้เลยว่า ทีมชาติไทย จะสามารถป้องกันแชมป์อาเซียน เป็นสมัยที่ 14 ได้อย่างแน่นอน ฟันธง!!!

โปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทยในรอบแบ่งกลุ่ม นัดเปิดสนามวันจันทร์ ที่ 5 พ.ย.61 ซึ่งจะพบ ติมอร์ เลสเต เวลา 16.00 น. ต่อด้วย วันที่ 6 พ.ย. พบ บรูไน เวลา 18.00 น. และ วันที่ 7 พ.ย. พบ เวียดนาม เวลา 16.00 น. โดยทั้ง 3 นัด จะแข่งขันกันในเวลาเดียวกับประเทศไทย ที่ สนามกอร์ ยูเอ็นวาย เมืองยอร์กยาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย