เป็นจำนวน 5 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้ว ที่ เรอัล มาดริด ควานหาชัยชนะไม่เจอ แถมมันยังพ่วงมาด้วยทรงบอลอันแสนห่วยจนเกินรับ

ชีวิตที่ไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นอะไรที่ยุ่งยากกว่าที่คิดเอาไว้

ความพ่ายแพ้นัดล่าสุดต่อ เลบานเต้ 1-2 เป็นอีก 1 เกมที่ “ราชันชุดขาว” เล่นบอลไม่เป็นสับปะรดเอาเสียเลย โดยนอกเหนือจากทีมเวิร์คจะแย่แล้ว ความสามารถเฉพาะตัวก็ยังดูขาดคุณภาพไปเสียอีก

ชื่อของ มาร์โก อเซนซิโอ้ , ลูคัส บาสเกซ หรือ มาเรียโน่ ดีอาซ ไม่มีอะไรที่เทียบได้กับโค้ดเนมเจ้าเก่าอย่าง “บีบีซี” ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ฆูเลน โลเปเตกี ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกับการกล้าดร็อป เบล หรือ เบนเซม่า

มันไม่น่าจะแย่ขนาดนี้ ปัจจุบันพวกเขากำลังอยู่ในช่วงที่ทำผลงานได้น่าจะเรียกได้ว่าตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี

11 ตัวจริงนัดเจอ เลบานเต้ ไม่มี เบล, เบนเซม่า และ โทนี่ โครส

เป็นอีกครั้งที่ความเป็นจริงแห่งโลกฟุตบอลได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การคุมทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์อย่าง เรอัล มาดริด ไม่ใช่งานง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้

มันมีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่บอร์ดบริหารของ “ราชันชุดขาว” ที่มีความอดทนในระดับที่ต่ำเอามากๆ จะประกาศสั่งเด้ง โลเปเตกี ในอีกไม่ช้า

ชื่อของ ซานติอาร์โก้ โซลารี่ อดีตดาวเตะของ เรอัล ที่ปัจจุบันรับจ็อบเป็นโค้ชในชุด กาสตินญ่า คือเต็ง 1 ที่มีโอกาสจะเข้ามากุมบังเหียนทีมดังแห่งถิ่น ซานติอาร์โก้ เบร์นาเบว มากที่สุด

เมื่อถอยออกมามองภาพรวม มันก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าช่วงเวลาในการคุมทีม มาดริด ของคนอย่าง โลเปเตกี อาจจะสั้นจู๋ได้มากขนาดนี้

โซลารี่ ขึ้นเป็นเต็ง 1 ที่จะมารับหน้าที่แทน โลเปเตกี

นี่คือตัวเลือกที่ “ราชันชุดขาว” เล็งพิจารณามาแล้วเป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนศึก เวิลด์ คัพ 2018 โดยถึงขั้นลงทุนแอบดอดไปทาบตอนที่ โลเปเตกี ยังทำงานกับทีมชาติสเปน อยู่

นั่นคือชนวนสำคัญที่ทำให้ ส.ลูกหนังแดน “กระทิง” หัวร้อนสุดขีดจนถึงขั้นสั่งปลด โลเปเตกี ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์เพียงแค่ไม่กี่วัน

ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้ง มาดริด และ โลเปเตกี ก็ดูจะไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร แถมยังเฝ้ารอที่จะได้ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่อีกด้วยซ้ำ

วันนี้ เหมือนว่าดาบนั้นจะคืนสนอง! เพราะสิ่งที่ โลเปเตกี ทำไม่ถูกในวันนั้น อาจกลายเป็นบ่วงกรรมที่ทำให้เจ้าตัวต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายเข้าเองบ้างในวันนี้

สีหน้าที่ไร้รอยยิ้มของ โลเปเตกี ในช่วง 5 นัดหลังสุด

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ชะตาของ โลเปเตกี กับ เรอัล จะถึงคราวขาดสะบั้นอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว บ้างก็ว่าอาจเป็นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่บ้างก็ว่าอาจเป็นหลังศึก เอล กลาสิโก้ ในกรณีที่ มาดริด โชว์ฟอร์มได้ไม่เอาอ่าวอีกครั้ง

เดิมทีนั้น ประวัติของ โลเปเตกี ก็ไม่ได้ถึงขั้นโดดเด่นสุดยอดอยู่แล้ว เขาเคยมีช่วงเวลาแย่ๆ กับ ปอร์โต้ ต่อเนื่องมาจนถึงการแอบติดต่อกับ ราชัน แบบไม่ถูกต้องในช่วงที่คุมทัพ กระทิง

ภาพของกุนซือที่ชื่อ ฆูเลน โลเปเตกี จึงดูไม่ดีเอาเสียเลย และถ้าหากเขาต้องล้มเหลวอีกครั้งกับ มาดริด มันก็น่าสงสัยว่าจะมีทีมชั้นนำหน้าไหนกล้าเสี่ยงจ้างเขาอีกหรือเปล่า

คนทุกคนต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง อะไรที่เราเคยทำไว้ จะส่งผลต่อตัวเราในอนาคต

อาชีพโค้ชของ โลเปเตกี หลังจากนี้ จึงดูไม่ค่อยสดใสสักเท่าไหร่นักเลยครับ 

ยอดฝั๋น