เป็นสัปดาห์ทีมชาติที่สะเทือนใจแฟนบอล “หงส์แดง” กันพอสมควรเลยนะครับ อาการบาดเจ็บที่ไล่เรียงตามๆ กันมาตั้งแต่ช่วงโปรแกรมบอลลีกอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ ต่อเนื่องมาถึง ซาดิโอ มาเน่ , นาบี เกอิต้า และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์

แน่นอนว่าทุกคนล้วนแต่เป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม แต่ถ้าหากถามว่าขาดคนไหนจะเสียหายโดยตรงมากที่สุด บางทีเราอาจต้องเอ่ยชื่อของปราการหลังตัวแกร่งทีมชาติฮอลแลนด์ อย่าง ฟาน ไดค์ ขึ้นมา

เราไม่ได้กำลังพูดถึงแค่ระดับฝีเท้าอันสุดยอดของเขาเพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังพูดถึงคุณสมบัติการเป็นผู้นำของเขาในแนวรับด้วย

ใครสักคนที่สามารถสั่งการลูกทีมได้ สร้างความเป็นปึกแผ่นให้เกิดขึ้นในยามที่เผชิญความคับขัน แถมปัจจุบัน อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ดันอยู่ในช่วงที่ท๊อปฟอร์มสุดๆ

ด้วยประวัติอาการบาดเจ็บที่ไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่ของ ฟาน ไดค์ นั่นทำให้เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” หลายๆ คนค่อนข้างที่จะเป็นห่วงเขาขึ้นมา

จากการเปิดเผยล่าสุดของ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์หนุ่มทัพ “อัศวินสีส้ม” ระบุว่า ฟาน ไดค์ นั้นจริงๆ แล้วมีอาการบาดเจ็บหนักที่ซี่โครง แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันขอลงสนามรับใช้ชาติในศึก เนชั่น ลีก ให้ได้ พร้อมเปิดเผยว่า ฟาน ไดค์ มีอาการเดี้ยงต้องฉีดยาระงับปวดลงเล่นให้ “หงส์แดง” มาพักหนึ่งแล้ว

Koeman (left) has revealed that Van Dijk has been playing through the pain of two broken ribs

คูมัน บอกว่า ฟาน ไดค์ เจ็บมาจากสโมสรแล้ว แต่ไม่ยอมถอนตัว

นี่คือสิ่งที่น่าชื่นชมอยู่ไม่น้อย เมื่อพิจารณาถึงความเป็นมืออาชีพและความทุ่มเทของนักฟุตบอลคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้บ่อยๆ ในนักกีฬาสมัยใหม่

หากเป็นคนอื่นที่บาดเจ็บอยู่ เขาอาจเลือกถอนตัวจากเกมทีมชาติไปชัวร์ๆ แล้ว อย่าว่าแต่การรับใช้ชาติเลยครับ บางทีเขาอาจไม่ยอมลงสนามรับใช้ทีมต้นสังกัดเลยด้วยซ้ำ

โค้ชหลายๆ คนเคยบ่นถึงนักเตะเจ้าสำอางในวงการลูกหนังยุคนี้ เจ็บนิดเจ็บหน่อยบางทีไม่ได้อะไรมากมาย ก็ส่ายหน้าไม่ยอมลงสนามอย่างเด็ดขาดทันที

มันไม่มี เทอร์รี่ บุชเชอร์ , พอล อินซ์ , กัตตูโซ่ , มาร์ค ฮิวจ์ส , สกอตต์ พาร์เกอร์ , สตีฟ บรูซ , และขาลุยเลือดอาบหน้าแบบยุคก่อนอีกแล้ว

อาจจะด้วยความที่เจ้าตัวเป็นกัปตันทีมจึงอยากลงนำทัพทุกในทีมชาติลงเล่น

จุดยืนที่ ฟาน ไดค์ แสดงให้เห็นกับการลงเล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์ ทั้งๆ ที่เจ็บหนักอยู่ จึงเป็นอะไรที่แปลกประหลาดมาก และการถอนตัวออกจากทัพ “ออเรนเย่” ในหนล่าสุดนี้ก็เกิดขึ้นเพราะเขาคงไม่ไหวแล้วจริงๆ

บางที ฟาน ไดค์ อาจมองว่า นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ ฮอลแลนด์ กำลังต้องการความมั่นใจในช่วงที่ทีมเริ่มกลับมาเล่นฟุตบอลได้ดีจนๆ แฟนๆ ศรัทธา หรือบางทีเขาอาจบ้าคลั่งฟุตบอลจนถอนตัวจากมันไม่ขึ้น

ในแง่ดีของความทุ่มเทและความเป็นมืออาชีพ ลิเวอร์พูล และ ฮอลแลนด์ ก็คงโชคดีมากๆ ที่มีนักเตะอย่างเขาอยู่ในทีมยุคนี้ ใครสักคนที่พร้อมจะเตะถวายแข้งสุดขั้วหัวใจแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

แต่ในอีกแง่หนึ่ง เราก็อดเป็นห่วงร่างกายของ ฟาน ไดค์ ไม่ได้! กลัวว่ามันจะผุพังและทำร้ายเขาในระยะยาวไปเสียก่อน เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับ วิลเชียร์ , โอเว่น หรือแม้กระทั่งตำนานรุ่นคุณน้าของ ฟาน ไดค์ เองอย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น

ถึงตอนนี้ แฟนๆ “เร้ด แมชชีน” คงได้แต่ภาวนาว่า ฟาน ไดค์ จะไม่เป็นอะไรมากมาย และทีมแพทย์ของ ลิเวอร์พูล จะเยียวยาเขากลับมาได้โดยเร็ว

มันมากถึงขั้นที่แฟนๆ บางคนไม่อยากเห็นเขาหายทันในเกมเยือน ฮัดเดอร์สฟิลด์ นัดหน้าด้วยซ้ำ เพราะอยากจะให้พักจนแน่ใจมากกว่า

เจ้าตัวมีอาการเจ็บซี่โครงก่อนมาเล่นให้ทีมชาติ

ด้วยความที่ฟอร์มกำลังขึ้นหม้อ กำลังเล่นได้ดีที่สุดในชีวิต เชื่อว่า ฟานไดค์ เองก็คงไม่อยากหยุดความต่อเนื่องในตอนนี้เช่นกัน แต่บางเรื่องมันอาจจะจำเป็นจริงๆ

คงต้องติดตามกันต่อว่า สรุปแล้ว ฟาน ไดค์ เจ็บหนักต้องพักมากน้อยแค่ไหน และ ลิเวอร์พูล จะรับมือกับช่วงเวลาที่ขาดแข้งตัวหลักไปพร้อมๆ กัน 2-3 คน แบบนี้ยังไง

อุตส่าผ่านโปรแกรมนรก 7 นัดมาได้ บางทีการต้องฝ่าอุปสรรคช่วงทีมพิการอีก 1 รอบ อาจเป็นอีก 1 บทพิสูจน์ของทีมที่ต้องการก้าวข้ามกำแพงเพื่อไปให้ถึงแชมป์ครับ

ยอดฝั๋น