แม้จะออกสตาร์ทด้วยการเก็บชัยชนะ 7 นัดซ้อน แต่ถึงกระนั้น ลิเวอร์พูล ก็ยังมีเรื่องให้ติอยู่เรื่อยๆ ในสายตานักวิจารณ์และแฟนบอลจากทั้งมุมในและมุมนอก

ยังดีที่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังตัวแกร่ง เหมือนจะไม่ได้เจ็บหนักมากมายอะไรในเกมทุบ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งก็ทำให้เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” โล่งอกไปได้เปราะหนึ่ง

แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์ถูกเม้ามอยมากที่สุดในตอนนี้ก็คือฟอร์มของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ที่หวดไปแล้ว 3 ลูกในซีซั่นนี้

อันที่จริงแล้ว นั่นไม่ใช่สถิติที่เลวร้ายอะไรเลยสักนิด เพียงแต่ว่าตอนนี้ความคาดหวังนั้นสูงมาก และแม้กระทั่งตัวของดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ก็กดดันตัวเองไปด้วย

เมื่อเจาะถึงรายละเอียดการเล่นในแต่ละเกม เราต้องยอมรับว่า ซาล่าห์ ก็มีอาการฝืดๆ แสดงออกมาให้เห็นในหลายจังหวะ รวมไปถึงลูกหลุดเดี่ยวที่มีพลาดให้เห็น

ในนัดล่าสุดที่เอาชนะ นักบุญ ถึงแม้ ซาล่าห์ จะยิงได้ 1 ลูก แต่ถึงกระนั้น เจ้าตัวก็ยังโดนวิจารณ์ถึงจังหวะที่ทำหมูหกและโชคร้ายอีกหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในความที่ยังไม่ท๊อปฟอร์มของแข้งเทพเลือด “ไอยคุปต์” มันก็ยังมีเรื่องดีๆ ในด้านอื่นให้แฟน “หงส์แดง” ได้อุ่นใจกันอยู่บ้างเช่นกันนะครับ

ข้อแรกเลยก็คือ การที่ ซาล่าห์ เล่นไม่ได้เหมือนซีซั่นก่อน นั่นก็เพราะเขาไม่ได้รับอิสระเหมือนซีซั่นก่อนด้วย เนื่องจากคู่แข่งต่างก็ตามติดเขาแจ ไม่ปล่อยให้ได้เล่นง่ายๆ

นั่นส่งผลให้เกิดเรื่องดีๆ ในข้อที่ 2 นั่นก็คือ การที่คู่แข่งไปรุมประกบแต่ ซาล่าห์ มันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มีพื้นที่ได้เล่นมากกว่าเก่า

สถิติฟ้องชัดเจน ณ เวลานี้ว่า มาเน่ และ ฟีร์โน่ มีโอกาสในการส่องประตูเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

ข้อที่ 3 แฟนๆ “เร้ด แมชชีน” ต้องมองด้วยว่านี่ขนาด ลิเวอร์พูล ยังไม่สามารถเรียกประสิทธิภาพของ ซาล่าห์ ออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่พวกเขายังเล่นได้ดีขนาดนี้ แล้วนี่ถ้าหาก ซาล่าห์ กลับมาท๊อปฟอร์มในอนาคตอันใกล้ มันไม่ยิ่งร้อนแรงไปกันใหญ่เลยเหรอ

ข้อที่ 4 เรามองกันว่า ซาล่าห์ มีอาการปืนฝืดแสดงให้เห็น และไม่เฉียบคมในจังหวะสุดท้ายในตอนนี้ แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่า เมื่อซีซั่นที่แล้ว ซาล่าห์ ก็เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบขาดเช่นกัน ก่อนที่จะค่อยๆ ยิงประตูเรียกความมั่นใจจนหยุดไม่อยู่

อันที่จริงแล้ว ซาล่าห์ เป็นผู้เล่นที่เคยมีชื่อเสียงขึ้นชื่อลือชามาตลอดว่า มักทำหมูหกพลาดลูกง่ายๆ ตั้งแต่สมัยอยู่ โรม่า แล้ว

ฉะนั้น นี่จึงเป็นช่วงที่ ซาล่าห์ กำลังหมั่นพัฒนาตัวเอง ซึ่งเขาก็ทำได้ดีสุดๆ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และถ้าเขาสามารถปรับเกมการเล่นของตัวเองขึ้นมาได้อีกนิด มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมองถึงการยิงประตูถล่มทลายไม่ได้อีก

ไม่จำเป็นต้องหวดให้ถึง 50 ประตู หรือโชว์เทพเหมือนเมื่อปีก่อน เพราะขอเพียงแค่ประคองให้แตะอยู่แถวๆ 20 ประตูกว่าๆ

บางทีเพียงแค่นั้น เมื่อประกอบกับมาตรฐานของ “หงส์แดง” ที่สูงขึ้นตอนนี้ พวกเขาก็ดีพอที่จะฝันถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้แล้วครับ     

ยอดฝั๋น