เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจขอแฟนบอลทั่วประเทศ กับกระแสในโลกโซเชียลที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สำหรับผลงานของทัพนักเตะ ช้างศึก ในการแข่งขันศึก เอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศ อินโดนีเซีย ที่เราตกรอบแรก

จากระแสตอนแรกที่แฟนบอลส่วนใหญ่พุ่งตรงไปที่ "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ คือคนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดในฐานะเป็นเฮดโค้ช รวมถึงผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลอย่าง "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขลูกหนัง และ "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิค ส่วนนักเตะแม้จะโดนวิจารณ์บ้าง แต่ก็ถือว่าไม่เยอะมาก

และในช่วง1-2วันที่ผ่าน เหมือนว่าประเด็นร้อนจะยิ่งถูกเติมเชื้อไฟเข้าไปมากขึ้น เมื่อสองนักเตะในทีมชุดนี้อย่าง "บอล" ชัยวัฒน์ บุราญ และ "เป้" นพพล ผลคำ ใช้โซเชียลมีเดียตอบโต้แฟนบอล ทำให้ทั้งสองรายกลายเป็นเป้าโจมตีวิพากย์วิจารณ์แทน

ในกรณีของ ชัยวัฒน์ บุราญ เกิดขึ้นก่อน โดยนักเตะใช้เฟซบุ๊คส่วนตัวโพสต์ระบายความรู้สึกตัวเอง ถึงผลงานของนักเตะชุดนี้ แต่คำที่ใช้แทนที่จะทำให้แฟนบอลเห็นใจ กลับยิ่งเติมเชื้อเข้าไปอีก เพราะหลายคำทำให้แฟนบอลไม่พอใจเกี่ยวกับทัศนคติของนักเตะรายนี้ แม้ว่าจะลบที่โพสต์ไปแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสมันลดน้อยลงไปแต่อย่างใด

อีกรายที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆคือ นพพล ผลคำ รายนี้หนักกว่าคือใช้คำตอบโต้แฟนบอลทำนองท้าทาย ทำให้โดนโจมตีหนักมาก จนต้องลบโพสต์ปัญหาออก แต่ก็อย่างที่บอกไม่ทันแล้ว ยิ่งทำให้โดนถล่มหนีกเข้าไปอีก

เรื่องที่เกิดขึ้นกับทั้งสองราย ในมุมส่วนตัวของผม คือเข้าใจอารมณ์วัยรุ่น แต่ถ้ามองแบบมีสติการทำแบบนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวนักเตะเลยแม้แต่นิดเดียว อย่างที่มีหลายคนบอกว่าการเอาชนะใจแฟนบอลที่ดีที่สุดคือผลงานในสนาม ในอดีตไม่ใช่การตอบโต้ผ่านโซเชียล

ย้อนกลับไปยุคก่อนหรือปัจจุบันมีนักเตะหลายคนที่เคยเป็นที่เป้าโจมตีของแฟนบอล บางรายหนักกว่าที่นักเตะทั้งสองรายโดนตอนนี้อีก ถ้าจะยกตัวอย่างให้ชัดเจนก็คือ "จ่าเย็น" มงคล ทศไกร , "ปีโป้" สิโรจน์ ฉัตรทอง , "ก้อง" เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ หรือ กัปตันทีมชุดนี้อย่าง เจนรบ สำเภาดี ก็โดนมาหนักตลอด แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรนะ เลือกที่จะเงียบก้มหน้าก้มตาทำผลงานในสนามต่อไป

แต่ถ้าจะพูดถึงนักเตะที่เป็นเป้าโจมดี ด่า ล้อเลียน ยุคปัจจุบันคงไม่มีใครเกิน "CT 14" ชิติพัทธ์ แทนกลาง ของ บุรีรัมย์ ยุไนเต็ด ที่แม้แต่แฟนบอลทีมตัวเองยังไม่เว้น แต่นักเตะก็ไม่เคยตอบโต้อะไรเลย มุ่งมั่นทุ่มเททำผลงานในสนาม จนทำให้คนที่ด่าด่าล้อกลับมาส่งเสียงเชียร์ด้วยความเต็มใจ

ทั้งหมดทั้งมวลที่บอกว่าแค่อยากจะสื่อถึงน้องๆ ถ้ามีโอกาสได้อ่าน อยากให้พึ่งระลึกว่า โซเชียล เป็นสื่อสาธารณะ การจะโพสต์คำไหนออกไป มันไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้แล้ว ผลที่ตามมาก็ต้องยอมรับมันให้ได้ เพราะฉนั้นต้องจำว่าไว้อย่าให้คำพูดเป็นนายความคิด ชีวิตอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว สุดท้ายจำไปนะ การที่จะชนะใจแฟนบอล เราต้องใช้ผลงานในสนาม ไม่ใช่ "ฝีปาก"