ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ หล่นความเห็นแสบๆ ถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นมีมูลความจริงอยู่

หนังสารคดี All or Nothing ของ “เรือใบสีฟ้า” กลายเป็นประเด็นให้ผู้คนได้ถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะ มูรินโญ่ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ถูกพูดถึงเยอะในหลายๆ ส่วนของหนัง

“เดอะ สเปเชี่ยล วัน” นั้นกล่าวคร่าวๆ ในเชิงว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่ตะเกียกตะกาย ใช้เงินซื้อความสำเร็จ แต่ยังมิอาจซื้อคลาสส์ความมีระดับได้! เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ถ่มถุยคู่แข่งในหนังเพื่อให้ตัวเองดูเป็นพระเอก

ถามว่าไส้ในหนังพยายามที่จะสื่อแบบนั้นหรือไม่ ? เราคงต้องตอบกันตรงๆ ว่า ใช่! หากแต่สิ่งที่ มูรินโญ่ ไม่รู้ก็คือ หนังก็คือหนัง แต่ในส่วนของพฤติกรรมคนนั้นก็คืออีกส่วนเช่นเดียวกัน

พูดง่ายๆ ก็คือ หนังสารคดีของ แมนฯ ซิตี้ มีการใส่ไฟให้ มูรินโญ่ และ “ปีศาจแดง” จริง! แต่การวางตัวของ “เฮียมู” เมื่อเทียบกับ เป๊ป นั้นก็แสดงให้ได้รู้ว่าอยู่กันคนละคลาสส์อย่างเห็นได้ชัด

ปกของภาพยนตร์เจ้าปัญหาที่ทำให้เกิดประเด็นกับ มูรินโญ่ (อีกแล้ว)

ใช่ว่าจริงๆ แล้ว เป๊ป จะเป็นคนดีเด่อะไรนะครับ เพราะเขาก็เคยโดนสาวไส้เรื่องเน่าๆ จากคนรอบข้างไปหลายครั้งเหมือนกัน แต่นั่นเป็นคนละเรื่องกับมารยาทการวางตัว

เป๊ป จึงดูกลายเป็นผู้ดีไปในปริยาย การตอบโต้ มูรินโญ่ จากปากเขาเป็นไปอย่างนุ่มนวลและรอยยิ้ม ทั้งๆ ที่ข้างในอาจเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่มันก็คือการวางตัวให้เหมาะสม

แล้วคลาสส์ ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ล่ะคืออะไร ?

การด่าลูกทีมผ่านสื่อ , พฤติกรรมชวนทะเลาะ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กล่าวหาว่าใช้เงินเยอะบ้างล่ะ, ไม่มีคลาสส์บ้างล่ะ

ป่วยการที่จะต้องย้อนไปขุดเรื่องเก่าๆ ว่า มูรินโญ่ ถลุงเงินไปมหาศาลแค่ไหนนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เขาเลือกที่จะไม่มองมันเพราะว่าเขาไม่ได้ทุนเสริมทัพอย่างเพียงพอจาก เอ็ด วู้ดเวิร์ด ในซัมเมอร์หนล่าสุด

มูรินโญ่ มีปัญหากับ เอ็ด วู้ดเวิร์ค แบบที่คนภายนอกก็มองออก

สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ มูรินโญ่ นั้นเคยมีเกราะกำบังจากนิสัย “ขี้แพ้ชวนตี” เป็นผลงานอันยอดเยี่ยมในสนาม แต่ปัจจุบันเขาไม่มีสิ่งนั้นอีกแล้ว คงเหลือแต่เพียง “ติ่ง” ที่เก็บสะสมมาตั้งแต่ตอนคุม เชลซี และ อินเตอร์ แถมติ่งบางคนยังทอดทิ้งเขาด้วยซ้ำ คงเหลือแต่เพียง “ติ่ง” ที่พร้อมหลับหูหลับตาปกป้องเขาในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าเขาจะแค่วางแท็คติกผิด หรือไปฆ่าใครตายมา มันก็คงไม่สำคัญในสายตาของ “ติ่ง” ในกลุ่มที่ว่า

นอกเหนือจากการวางตัวที่เริ่มดูบื่อๆ แล้ว รูปแบบการเล่นของ แมนฯ ยู ในสนามก็ไม่น่าดูพอๆ กับพฤติกรรมของเขา ด้วยทัศนคติการเล่นฟุตบอลอุด! ไม่สร้างสรรค์ และไม่สมฐานะของทีมที่เคยมี DNA ลุยแหลกของ “ผีแดง”

มันไม่ผิดที่ใครๆ จะเลือกเล่นเกมรับ แต่มันอาจจะผิดนิดๆ ถ้าใครคนนั้นมีขุมกำลังเป็นผู้เล่นนามอุโฆษอย่าง ป๊อกบา, มาติช, ลูกากู, อเล็กซิส, มาต้า และคนอื่นๆ

มันเหมือนคุณซื้อ ไอโฟน 10 มา แต่คุณดันแค่ใช้โทรเข้าโทรออกและเล่นเกมงูเหมือนตอนมี Nokia 3310 – แต่มือถือกับการคุมทีมฟุตบอลนั้นไม่เหมือนกันขนาดนั้น เพราะมือถือมันเป็นของใช้ส่วนตัวคุณ คุณอยากจะใช้เยอะใช้น้อยมันก็เรื่องของคุณ

โค้ชส่วนใหญ่ในตอนนี้ต่างก็พูดน้อยทำเยอะ แต่ตอนนี้ มูรินโญ่ กลายเป็นพูดเยอะแต่ทำน้อย ดูผิดที่ผิดทางไปหมด คล้ายๆ การมานั่งดู พี่เสก ไลฟ์สด ยาวเหยียดแบบไร้จุดหมาย ผิดจากภาพจำในอดีตที่เป็นอาร์ติสระดับ Idol ของวัยรุ่นทั้งประเทศ

จะไปแล้วกู่ไม่กลับ หรือจะหาทางกลับมาได้ ? เดี๋ยวเราคงได้รู้กันครับ

ยอดฝั๋น