อีกไม่กี่วัน ศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018-2019 ก็จะได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ถึงแม้จะเหลืออีกแค่ราวๆ 2 อาทิตย์ แฟนบอลทั่วโลกมากมายก็ตื่นเต้นจนแทบจะอดใจรอกันไม่ไหวแล้ว

นอกเหนือจากจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของแต่ละทีมแล้ว อีก 1 ไฮไลท์ที่น่าจับตามองอยู่ไม่น้อยในซีซั่นนี้ก็คือการเข้ามาของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์สิงอมควันชาวอิตาเลี่ยน ที่ก้าวขึ้นขี่หลัง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี

ประเด็นเรื่องโอกาสในการประสบความสำเร็จก็เรื่องหนึ่งนะครับ แต่อีกสิ่งที่ดูน่าจับตามองอยู่ไม่น้อยเลยก็คือ ซาร์รี่ จะสามารถปั้นให้ เชลซี กลายเป็นทีมที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจได้มากแค่ไหนด้วยต่างหาก

Pitch perfect: Chelsea’s hierarchy will have been pleased with Sarri’s tone

ซาร์รี่ เป็นกุนซือชาวอิตาเลี่ยน ที่มีสไตล์การคุมทีมโดยเน้นเกมบุกเป็นหลัก

ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัย โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์ทีมดังแห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ใหม่ๆ เขาเริ่มต้นจากการทุ่มเงินไม่อั้นในการซื้อนักเตะ และเลือกดึงตัวกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ มากุมบังเหียน

การแต่งตั้ง “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ได้นำพาความสำเร็จมาสู่ เชลซี มากมายเหลือล้น แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง “เสี่ยหมี” ก็เริ่มมองในวิสัยทัศน์ใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายอยากสร้างทัพ “สิงห์บลูส์” ให้มีเอกลักษณ์ด้วยสไตล์การเล่นที่เร้าใจแฟนๆ มากขึ้น

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเอากุนซือที่มีปรัชญาเกมรุดเข้ามาทำทีม โดยแบ่งเป็น 2 ยุคคร่าวๆ ก็คือยุคของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ที่ประสบความล้มเหลวอย่างเต็มตัว ส่วนอีกยุคหนึ่งก็คือยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่คว้าแชมป์ได้อย่างน่าประทับใจ

อย่างไรก็ตาม เส้นทางอาชีพของ “อันเช่” กับ เชลซี ก็ไม่ยืดยาวเท่าไหร่นัก ด้วยความที่ อบราโมวิช เป็นเจ้าของทีมประเภทใจร้อน จึงมีอันต้องแยกทางกันไป

อันเช แม้จะทำ เชลซี บุกมันส์แถมแชมป์ลีก แต่ก็ยังไม่พอสำหรับ อบราโมวิช

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หากพูดกันในภาพรวมๆ แล้ว เชลซี ก็ยังคงเป็นแบรนด์สโมสรฟุตบอลที่มีเกมรับเป็นที่เชิดหน้าชูตาเหมือนเดิม แต่ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ เราอาจกำลังมีโอกาสได้เห็นอะไรใหม่ๆ อีกครั้ง

มันชัดเจนมากๆ ว่า ซาร์รี่ เป็นโค้ชที่สร้างชื่อมาจากฟุตบอลเกมรุกล้วนๆ และมาสำเร็จขั้นสูงสุดกับ นาโปลี ที่ประกาศศักดาสะท้านไปทั่วยุโรปจนถึงขั้นที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังถึงขั้นซูฮก ว่า นาโปลี ของ ซาร์รี่ นั้นคือสุดยอดทีมที่เก่งที่สุดเท่าที่ตนเคยเจอมา

หากมาวิเคราะห์เรื่องสไตล์ฟุตบอล เราจะได้เห็นเช่นกันว่าบอลของ ซาร์รี่ นั้นเน้นที่การบีบพื้นที่คู่แข่งสูง การต่อบอลเท้าสู่เท้าที่รวดเร็วปานจรวด และ 3 ประสานในแนวรุกที่อันตรายทุกย่างก้าวทั้งเรื่องการใช้ความสามารถเฉพาะตัวและทีมเวิร์คที่เข้าขารู้ใจ

ฟังไปก็ดูคล้ายๆ กับ “เกเก้น เพรสซิ่ง” ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นอย่างยิ่ง

ฟุตบอลของ นาโปลี ที่เกรี้ยวกราด มีโอกาสที่จะถูกถ่ายทอดมาสู่ เชลซี ได้มากแค่ไหน ? ส่วนหนึ่งเราคงต้องคำนึงถึงเรื่องอุปกรณ์การใช้งานที่ ซาร์รี่ มีให้เลือกตอนนี้ ซึ่งยังดูไม่ตอบโจทย์เจ้าตัวเท่าไหร่นัก

พวกเขาเพิ่งจะได้ จอร์จินโญ่ และ โรเบิร์ต กรีน เข้ามา ซึ่งแน่นอนว่า ซาร์รี่ ย่อมต้องถูกใจลูกทีมเก่าอย่าง จอร์จินโญ่ อยู่แล้ว แต่คราวนี้ปัญหามันน่าจะตกไปอยู่ที่แนวรุก 3 ตัวของสโมสรมากกว่า

ผู้เล่นอย่าง ชิรูด์ , โมราต้า , เปโดร , อาซาร์ หรือ วิลเลี่ยน คือทางเลือกที่มีตอนนี้ แต่ ซาร์รี่ ก็ยังวางใจไม่ได้ เนื่องจาก อาซาร์ นั้นมีสิทธิ์เก็บข้าวของย้ายออกไปทุกเมื่อ

เอแดง อาซาร์ อีกหนึ่งปัจจัยเกมรุกของ ซาร์รี่ ที่ยังระบุอนาคตได้ไม่แน่นอน

ถ้าการสูญเสียคีย์แมนด์ดังกล่าวเกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่าแกนรุกตัวอื่นๆ จะต้องรับบทหนักสุดๆ โดยเฉพาะในตำแหน่งหน้าเป้าอย่าง ชิรูด์ และ โมราต้า ที่มองเผินๆ ตอนนี้ดูไม่ใช่ตัวจบสกอร์ที่คล่องแคล่วในแบบของ ซาร์รี่ เลยสักนิด

ชื่อของ ดรีส เมอร์เท่น เคยเป็นอาวุธทำลายล้างที่ร้ายแรงสุดๆ ของ นาโปลี แต่คราวนี้ เราจะบอกว่าหัวหอกรูปร่างสูงใหญ่นั้นไม่เหมาะกับฟุตบอลของ ซาร์รี่ เลยซะทีเดียว มันก็คงไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยเห็นเขาใช้ กอนซาโล่ อิกวาอิน จนได้ดิบได้ดี แถมยังเคยซื้อยักษ์ปักหลั่นอย่าง อาเคดิอุส มิลิค มาร่วมทัพด้วยเช่นกัน

ถ้าเรามองเปรียบเทียบเรื่องนี้กับสไตล์ฟุตบอลของ คล็อปป์ เราต้องยอมรับว่าเทรนเนอร์จอมว๊ากชาวเยอรมัน อาจเน้นกองหน้าที่มีความเร็วสูงมากกว่า ซาร์รี่ อยู่นิดหน่อย

แท็คติกของ ซาร์รี่ นั่นมีความคล้ายกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ค่อนข้างมาก

ตามปกติแล้ว แมตช์การเจอกันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เชลซี นั้นจะเป็นเกมที่เน้นเรื่องแท็คติกเป็นหลัก บางทีการยิงแค่ 1 ประตู ก็เพียงพอต่อการคว้าชัยชนะได้ทันที และสกอร์ 1-1 ก็เป็นอีก 1 ผลการแข่งขันยอดฮิตของคู่นี้

แต่ไม่รู้สิ….การเจอกันระหว่างรถเฟอร์รารี่เกียร์ 5 อย่าง “หงส์แดง” กับ “สิงห์บลูส์” ในซีซั่นนี้ อาจเป็น 1 ในสุดยอดเกมที่มันสะแด่วแห้วที่สุดของฤดูกาลก็เป็นได้

ยอดฝั๋น