ย้อนกลับไปในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลของฟุตบอลลีกในบ้านเรา หนึ่งสิ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจคือการนำ VAR เข้ามาช่วยในการตัดสิน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกสโมสร

แน่นอนว่าเมื่อทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯประกาศออกมาอย่างชัดเจน เสียงที่ตามมาจากแฟนบอลย่อมมีสองด้าน ทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการมาของ VAR

กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่กลัว VAR จะทำให้สเน่ห์ของการแข่งขันฟุตบอลมันหายไป และทำให้เกิดความล่าช้าในการแข่งขัน ในขณะที่กลุ่มเห็นด้วยต่างสนับสนุนเต็มที่ เพราะต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นกลาง  

ในช่วงต้นซีซั่น แฟนบอลไทยอาจจะยังไม่ค่อยได้สัมผัสกับการทำงานของ VAR แต่พอมีเคสแรกเกิดขึ้น ก็เริ่มมีเคสที่สอง ที่สาม ตามมาเรื่อยๆ จนแฟนบอลเริ่มรู้สึกว่ามันสำคัญ และทำให้ปัญหาจังหวะคาใจต่างๆได้คลี่คลายลง

ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไป เป็นเครื่องชี้วัดชั้นดีว่าการที่มีเทคโนโลยี VAR เข้ามาช่วยในการตัดสิน มันทำให้เกมการแข่งขันลูกหนังแต่ละสนามออกมาด้วยความใสสะอาด 

อาจจะจริงที่เรื่องของสเน่ห์ฟุตบอลมันหายไป ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่มีประเด็นเหตุการณ์ดราม่าเรื่องการตัดสินให้ถูกพูดถึงกันต่อๆไปอีกหลายทศวรรษอย่างที่เคยเกิดขึ้นมา เช่นเหตุการณ์ HAND of god(หัตถ์พระเจ้า) ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า หากในยุคนั้นมี VAR ไม่แน่ว่า อาร์เจนติน่า อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในครั้งนั้น

หัวอกของแฟนบอลทีมชาติอังกฤษที่เป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์ พวกเขาคงรู้สึกแย่กับการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินในครั้งนั้น ในขณะที่ฝ่ายได้ผลประโยชน์อย่างทีมชาติอาร์เจนติน่าก็แฮปปี้กันไปตามระเบียบชนิดที่ต่างอารมณ์กันสุดขั้ว

กลับมาที่วงการฟุตบอลไทย การทำงานของ VAR เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเกมที่สุพรรณบุรี เอฟซี เปิดบ้านแพ้ให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด 1-2 เกมดังกล่าวมีจังหวะที่ถูกพูดถึงกันมากในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ใช้มือปัดบอลเข้าประตูไป ซึ่งตอนแรกผู้ตัดสินชี้ให้เป็นประตู ท่ามกลางการประท้วงของทีมเยือน 


VAR ทำงานท้ายเกม ปฎิเสธประตูของ สินทวีชัย 

โชคยังดีที่เกมนัดนี้ถูกนำเทคโนโลยี VAR เข้าไปติดตั้ง จึงทำให้ผู้ตัดสินได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนจะปฏิเสธประตูดังกล่าว และควักใบเหลืองให้กับ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ก่อนที่เกมจะลงเอยด้วยชัยชนะของพัทยา ยูไนเต็ด 


สุพรรณบุรี เอฟซี 1-2 พัทยา ยูไนเต็ด

ไม่อยากจะนึกภาพ หากสนามนี้ไม่มี VAR จะมีเหตุการณ์อะไรบานปลายเกิดขึ้นตามมา เพราะ 3 คะแนนในนัดนี้ถือว่ามีความสำคัญกับการอยู่รอดของทั้งสองทีม หากประตูดังกล่าวถูกยกให้เป็นลูกตีเสมอจริงๆ ทีมที่เสียหายเต็มๆก็คือพัทยา ยูไนเต็ด

นอกจากความเสียหายที่จะเกิดกับพัทยาฯแล้ว อีกหนึ่งความเสียหายที่จะตามมาก็คือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินไทย ที่ปัจจุบันก็แทบจะมีประเด็นให้พูดถึงทุกๆสัปดาห์ คงเป็นภาพจำที่ไม่ค่อยสวยงามนักในสายตาแฟนบอล 

แม้เทคโนโลยี VAR อาจจะทำให้สเน่ห์ดราม่าวงการฟุตบอลหายไป แต่มันก็แลกมาด้วยความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับทั้งสองทีม แม้เกมการแข่งขันอาจจะต้องหยุดชะงัก แต่ผมว่ามันก็กลายเป็นสเน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่มันเพิ่มเข้ามา ยิ่งตอนลุ้นรอฟังคำตัดสินสุดท้ายจากกกรรมการ มันก็ตื่นเต้นไปอีกแบบ

และโดยเฉพาะกับวงการฟุตบอลไทยแล้ว ยิ่งต้องสนับสนุนให้มีการใช้ VAR ต่อไปในซีซั่นหน้า ซึ่งดูเหมือนล่าสุดทางสมาคมฟุตบอลฯเริ่มที่จะออกมาเปรยๆบ้างแล้วว่าหากในปีหน้าจะนำ VAR มาช่วยในการตัดสินทุกเกมก็มีความเป็นไปได้ แต่ต้องอาศัยสโมสรสมาชิกช่วยกันแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มเข้ามา ซึ่งทุกอย่างคงต้องรอการสรุปเจรจาอย่างละเอียดอีกครั้ง

แม้เราอาจจะไม่ได้พูดถึงในประเด็นดราม่าการตัดสินในจังหวะต่างๆ แต่ถ้าแลกกับความยุติธรรมยังไงมันก็คงดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วผมก็ยังมั่นใจว่าฟุตบอลมันมีสเน่ห์ในตัวมันเองอยู่แล้ว ไม่ต้องรอความผิดพลาดของกรรมการ...

'''Biggy'''