เธอมาจากครอบครัวกีฬา เธอเป็นเด็กหัวดื้อที่มักแอบหนีซ้อม แต่ปัจจุบันในวัย 18 ปี เธอคืออนาคตของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย รู้จักเธอให้มากขึ้น "โมเม" ธนัชชา สุขสด

นาทีนี้หากให้นึกถึงดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการวอลเลย์บอลหญิงเมืองไทย ชื่อของ “โมเม” ธนัชชา สุขสด ต้องถูกพูดถึงเป็นคนแรกๆอย่างไม่มีข้อสงสัย

ผลงานล่าสุด "โมเม" ธนัชชา ในฐานะ กัปตันทีม พาทัพลูกยางเยาวชนหญิงทีมชาติไทย ยู-19 คว้าอันดับ 3 การแข่งขัน SMM วอลเลย์บอลเยาวชนหญิง อายุต่ำกว่า 19 ปี ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 19 ปี 2018 ที่เมืองบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม

แม้จะไม่สามารถพาทีมคว้าสิทธิ์เข้าแข่งขันเยาวชนหญิง U20 ชิงแชมป์โลก 2019 แต่ “โมเม” ยังสร้างชื่อด้วยการคว้ารางวัลผู้เล่นตำแหน่งหัวเสายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์ ทำให้ชื่อของ ธนัชชา สุขสด กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก

ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จอีก 1 ปี หลังจากปีก่อน มีชื่อติดทีม U23 ลุยศึกชิงแชมป์โลก 2017 ที่ประเทศสโลวีเนีย สร้างประวัติศาสตร์ทำคะแนนสูงสุด (32 คะแนน) ของรุ่นนี้ ในเกมชนะสาธารณรัฐโดมินิกัน 4-3 เซต (ทดลองใช้ระบบชนะ 4 ใน 7 เซต) ขณะวัยเพียง 17 ปี

“โมเม” อายุ 18 ปี ผ่านประสบการณ์แข่งขันทั้งระดับประเทศและระดับชาติมากมาย แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมีทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องผ่านการฝึกฝน ผ่านปัญหา และ อุปสรรค เยอะแยะมากมาย

เด็กหญิงธนัชชา สุขสด เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2543 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี มีพี่สาว ลักษิกา สุขสด (มีน) ที่ห่างกันเพียง 1 ปี ทั้งสองเป็นบุตรสาวของคุณพ่อธเนศพล สุขสด กับคุณแม่ลักขณา สุขสด

ซึ่งด้วยความที่พ่อและแม่ต่างรับราชการครูสอนวิชาพลศึกษาทั้งคู่ สองคนพี่น้องจึงถูกฝึกให้รู้จักการเล่นกีฬาตั้งแต่ยังเล็ก แต่กับถนนสายลูกยาง มีเพียง “สุขสด” ผู้น้องที่เลือกเดินหน้าสานฝันต่อ ส่วนผู้พี่เลือกเดินสายวิชาการ

ช่วงอายุ 7 ขวบ “โมเม” ที่มักจะติดตามคุณพ่อที่นอกจากรับราชการครูแล้ว ยังมีงานอีกหนึ่งหน้าที่คือเป็นผู้ตัดสินการแข่งขันวอลเลย์บอล นั่นทำให้ตัวของเธอมีโอกาสได้ใกล้ชิดลูกวอลเลย์มากขึ้น

“พ่อก็ถามค่ะว่าสนใจเล่นไหม คือที่บ้านเป็นสายสปอร์ตอยู่แล้ว พ่อแม่เป็นครูพละ ก็จะอยู่กับกีฬาอยู่แล้ว แต่เขาไม่ได้บังคับนะคะ”

“โมเม” เริ่มเล่นวอลเลย์บอลที่โรงเรียนอนุบาลชมพร จังหวัดชุมพร เธอใช้เวลาที่นั่น 2 ปี เรียนรู้ทักษะ เบสิกต่างๆ โดยมี อ.รัตนชัย เสือดารา โค้ชคนแรกของเธอ ซึ่งตัวของโมเมก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

พอขึ้นชั้น ป.3 เมื่อแววเริ่มฉายมากขึ้น บวกกับช่วงเวลานั้น คุณแม่ ย้ายขึ้นมาบรรจุที่กรุงเทพฯ เธอจึงตัดสินใจย้ายตามมาอยู่กับแม่ โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดแจงร้อน ซึ่งเป็นโรงเรียนขึ้นชื่อเรื่องวอลเลย์บอลอยู่แล้ว

อยู่ที่นี่ “โมเม” ให้ความสำคัญและดูจะจริงจังกับวอลเลย์บอลมากขึ้น เธอได้เรียนรู้ศาสตร์ลูกยางมากขึ้น โดย อ.จำลอง เกตุวิเศษ อีกหนึ่งครูผู้ปลุกปั้นเป็นคนชี้แนะ ส่วนตัว “โมเม” ก็พยายามพัฒนาตัวเองตลอดเวลา มีแมตช์ลงแข่งขันมากขึ้น มีโอกาสลงเล่นมากขึ้น

“ตอน ป.1-ป.2 เราไม่ได้เล่นเก่ง คิดว่าซ้อมไปก็ไม่ได้เล่น ก็มีแอบหนีไปเล่นกับเพื่อน คือชอบโดดซ้อม หนูก็ดื้อ คิดว่าหนูเป็นเด็กแสบคนนึงบนโลกใบนี้เลยนะ”

“แต่พอ ป.3 มันเริ่มจริงจังมากขึ้น มีการกินอาหารเกี่ยวกับความสูง ก็สูงขึ้นมา ผอมลงด้วย พอคิดว่ามันไปได้ ก็พยายามไปต่อๆ” 

“อีกอย่างหนูคิดว่าหากมีผลงานก็มีโอกาสต่อยอดได้โควต้าเรียนต่อมัธยมช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่บ้านได้”

นอกเหนือจากการฝึกซ้อมในทุกๆวันแล้ว คุณแม่ก็เป็นอีกหนึ่งคนสำคัญในการพัฒนาของ “โมเม” เพราะหลังจากกลับมาที่บ้าน เธอต้องกระโดดเชือกอีกวันละ 1,000 ครั้ง จนเธอยังเคยตั้งคำถามว่าทำไมยังต้องทำอีก ทั้งที่ซ้อมมาหนักมากแล้ว

เธอร่วมทีมโรงเรียนวัดแจงร้อน เข้าแข่งขันวอลเลย์บอลหลากหลายรายการทั้ง วิทยุการบินมินิวอลเลย์บอล, กีฬานักเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ทำให้เธอพัฒนาทั้งแง่ของฟอร์มการเล่น และ สรีระความสูง (จบ ป.6 สูง 175 เซนติเมตร)

นอกจากตำแหน่งมือตบหัวเสาที่เป็นจุดเด่น เธอผ่านการเล่นมาแล้วเกือบทุกตำแหน่ง เหลือเพียงแค่ ลิเบอร์โร่ ที่ยังไม่ได้เล่น

สาวน้อย “โมเม” เข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี เพื่อต่อยอดกับการเล่นวอลเลย์บอลในระดับที่สูงขึ้น โดยมี “ครูไก่” สุวัฒน์ จีรพันธ์ รับช่วงต่อพัฒนาฝีมือของเธอ

“ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาเร็วมาก ครูไก่เป็นคนที่ซ้อมเด็กดีมากๆ คือซ้อมหนักมาก ไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบกับการซ้อมของเขา แต่คือมันได้มากเลย เราแชมป์ทุกแมตช์เลย”

ที่ สตรีนนทบุรี “โมเม” มีชื่อถูกเรียกเก็บตัวทีมชาติไทยรุ่นยุวชน อายุต่ำกว่า 17 ปี เตรียมแข่งชิงแชมป์เอเชีย 2014 รุ่นเดียวกับ บีม (พิมพชยา ก๊กรัมย์), บิ๋ม (ชัชชุอร โมกศรี), มดด๋อย (วิภาวี ศรีทอง) ขณะที่มีอายุแค่ 14 ปี

แต่ทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันกลับมีความโชคร้ายที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เจอซ่อนอยู่ ช่วงเข้าแคมป์เก็บตัวทีมชาติ จังหวะกระโดดแล้วลงผิดจังหวะทำให้ข้อเท้าพลิก เธอหลุดจากทีมชุดนั้น และที่ร้ายกว่าคืออาการบาดเจ็บมันพรากเธอจากสนามวอลเลย์นานร่วมปี

“โมเม” ตัดสินใจออกจาก สตรีนนทบุรี และกลับไปเรียนที่โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร ในช่วงเวลาสั้นๆ เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ค่อยๆฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ เพื่อกลับมาเล่นวอลเลย์บอลให้ได้อีก

“มันเหมือนเป็นบททดสอบชีวิตของหนูช่วงนึง ว่าเราจะกลับมาได้ไหม ใจยังสู้ไหม คือมันต้องสู้กับตัวเองด้วย”

เมื่อสภาพร่างกายดีขึ้น กำลังใจจากครอบครัวยังคงเต็มเปื่ยม เลือกนักสู้ ความกระหาย เป้าหมาย และ ความฝัน ยังเหมือนเดิม “โมเม” ธนัชชา กลับมาสู่เส้นทางวอลเลย์บอลอีกครั้ง

เธอกลับมาเรียนชั้น ม.3 ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

ด้วยความสามารถ เธอดีพอที่จะมีชื่อติดธงอีกครั้ง คราวนี้ “โมเม” ติดทัพยุวชนหญิง U17 ที่เธอหลุดตอนชิงแชมป์เอเชีย แต่คราวนี้มีชื่อไปลุยชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศเปรู แม้โอกาสลงเล่นจะมีน้อย เพราะมีรุ่นพี่ขว้างอยู่เต็มทีม แต่นั่นก็เป็นใบเบิกทางที่ดีในการกลับสู่ถนนลูกยางอีกครั้ง

ปี 2016 มีรายการ U19 ชิงแชมป์เอเชีย ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ “โมเม” ไม่มีชื่อแม้แต่การเรียกเก็บตัวครั้งแรก เธอผิดหวังอย่างมากและมีความคิดอยากจะหันหลังให้กับสิ่งที่เธอรัก

“มันคือความหวังว่าอย่างน้อยก็ต้องได้เก็บตัว แต่เมื่อมันไม่ได้ตั้งแต่เก็บตัว รู้สึกนอยด์ ก็เลยจะเรียน รด. แต่พี่พวง (พวงชมพู คำยิ้ม) โค้ชผู้หญิงแกก็บอกว่าถ้าวันนึงได้กลับไปติดอีกจะทำยังไง หนูเลยพยายามทำร่างกายให้ดี มันต้องมีโอกาสอีก”

เข้าสู่ปี 2017 ธนัชชา ขยับขึ้นไปฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และ มีชื่อติด U23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ทีมชุดนั้นมีทั้ง เพียว (อัจฉราพร คงยศ), บีม (พิมพชยา ก๊กรัมย์), บิ๋ม (ชัชชุอร โมกศรี) ทำให้เธอได้โอกาสน้อยมาก

แต่เมื่อไปแข่งขัน U23 ชิงแชมป์โลก ที่ประเทศสโลวีเนีย เป็นโอกาสที่ “โมเม” ได้ปล่อยของบ้าง เพราะ 3 ตัวหลักจากชิงแชมป์เอเชีย ถูกดันไปเล่นชุดใหญ่ นั่นทำให้ ธนัชชา กลายเป็นตัวหลักของทีม

เธอสร้างชื่อด้วยการทุบ 32 คะแนน ในเกมชนะ สาธารณรัฐโดมินิกัน 4-3 เซต มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรุ่นนี้

ปี 2018 รายการ U19 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเวียดนาม “โมเม” กลายพี่ใหญ่ในทีม เธอคือ “กัปตัน” ผู้นำทัพลุยภารกิจคว้าตั๋วไปชิงแชมป์โลก แม้สุดท้ายจะไปไม่ถึงฝัน แต่เธอยังมีความทรงจำดีๆกลับมาจากการรายการนี้

“เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันด้วย มันแฮปปี้ มันก็ประทับใจหลายๆอย่าง ทำให้เราได้โตขึ้น เพราะเป็นผู้นำทีมต้องรับผิดชอบเยอะขึ้น”

“ส่วนรางวัลหัวเสายอดเยี่ยม เป็นรางวัลแรกในชีวิตของรายการทีมชาติด้วย ก็ดีใจที่ได้มา เหมือนเป็นกำลังใจให้หนูได้สู้ต่อ เป็นกำลังใจให้หนูได้ในวันที่แย่ค่ะ”

ด้วยวัยเพียง 18 ปี สูง 180 เซนติเมตร “โมเม” ถือเป็นอนาคตที่น่าจับตามองของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เธอกำลังจะก้าวพ้นจากมือตบระดับนักเรียน ก้าวสู่อีกระดับที่สูงมากขึ้น มีความกดดมากขึ้น มีการแข่งขันที่สูงยิ่งขึ้น

“เป้าหมายเล็กๆของหนู ในไทยแลนด์ลีกปีนี้ หนูจะอัพตัวเองไปเล่นให้ได้ ก็อยากซ้อมกับพี่ๆชุดใหญ่ ไม่ต้องติดก็ได้แค่เข้าไปซ้อมกับพี่เขาได้เรียนรู้ระบบ ได้รู้ว่าพี่เขาทำยังไง และปีหน้ามี U23 ก็อยากเล่นก็อยากทำให้ได้ด้วยค่ะ”

โดยผลงานระดับสโมสรปีนี้ “โมเม” ช่วยต้นสังกัด สุพรีม ชลบุรี อี.เทค. คว้ารองแชมป์อะคาเดมี่ลีก โดยซีซั่นใหม่ที่กำลังจะมาถึง ก็ต้องลุ้นว่าเธอจะมีโอกาสขยับขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสุพรีมหรือไม่

ถือเป็นอีกหนึ่งนักวอลเลย์บอลหญิงที่ถูกมองว่าจะเป็นอนาคตก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ทดแทนรุ่นพี่ๆ เธอจะไปได้ไกลอย่างที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่ น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง...

Mr.SAMBUK