ถ้าจะวัดผลของทีมวอลเลย์บอลระดับยุวชนรุ่น 17 ปีของไทยชุดนี้ ผมอยากให้มองหลายๆส่วน ไม่ใช่โฟกัสไปที่ผลการแข่งขันอย่างเดียว แต่อยากให้เข้าใจถึงพื้นฐานของวงการวอลเลย์บอลไทยก่อน ดังนั้นผมจะขออนุญาตนำเสนอข้อมูล และ มุมมองของผมให้ได้ลองอ่านกัน

สำหรับแฟนวอลเลย์บอลที่เข้าใจเรื่องพื้นฐานของวงการแล้วข้ามเรื่องนี้ไปได้เลยนะครับ แต่จริงๆก็อยากให้อ่านเป็นเพื่อนกันไป เพราะถ้าส่วนไหนขาดตกจะได้ช่วยผมเติมได้ หรือ ช่วยแชร์มุมมองของท่านให้ผมทราบได้ ส่วนใครที่เพิ่งเข้ามาติดตามผมแนะนำให้ลองเดินทางไปกับตัวหนังสือผมสักหน่อยครับ

ก่อนหน้าเราจะได้ยินว่าการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันระดับยุวชน หรือ เยาวชนของไทยนั้น จะเป็นการพัฒนาเพื่อสร้างอนาคต โดยหวังจะมีนักกีฬาก้าวขึ้นไปเติมเสริมระดับทีมชาติชุดใหญ่ 

แต่เอาเข้าจริงๆ เรายังไม่สามารถทำอย่างนั้นได้อย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะหากมองจากรายชื่อนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติชุดใหญ่แล้ว เราจะเห็นว่าโครงสร้างยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ผู้เล่นชุดใหญ่มีหลายคนที่อยู่กับทีมมานานมากกว่า 10 ปี โดยมีดาวรุ่งที่ขยับขึ้นไปเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าวงการวอลเลย์บอลไทยสมัยก่อนยังหาทางให้ตัวเองไม่เจอ บวกกับยังคงใช้ระบบการทำทีมระดับยุวชน เยาวชนที่ใช้โค้ชโรงเรียนที่มีผลงานดี ทำให้ส่วนใหญ่ก็จะดึงนักกีฬาในสังกัดตัวเองเข้ามา จนทำให้ภาพการคัดเลือกตัวนั้นดูไม่มีความเป็นธรรมเท่าไรนัก 

จริงๆแล้วระบบนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่ต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนสมาคมฯไม่มีงบประมาณพอที่จะจ้างโค้ชส่วนกลางมาทำทีมระดับเด็กโดยเฉพาะ เลยจำเป็นต้องใช้กลุ่มโค้ชที่ทำผลงานดีภายในประเภทเข้ามารับหน้าที่ อีกทั้งยังเป็นการมอบเกียรติประวัติตอบแทนให้โค้ชได้เข้ามาทำหน้าที่ระดับชาติ

เช่นเดียวกัน.......แต่ละปีนักกีฬาไทยก็จะมีรูปร่างไม่ต่างกันมาก ภาพที่เราเห็นกันคือ ผู้เล่นจะสูงประมาณ 167-168 เซนติเมตรกันเกือบยกทีม แต่พวกเธอมีความคล่องตัว แน่นอนว่าผลงานนั้นก็ได้ผ่านเข้าไปเล่นรายการชิงแชมป์โลกระดับยุวชน-เยาวชนได้จริง ทุกคนได้ความภาคภูมิใจเป็นเกียรติประวัติว่าเคยเป็นนักกีฬาทีมชาติมาแข่งระดับโลก สามารถนำโปรไฟล์นี้เข้าไปสมัครเรียนต่อได้ สามารถเอาไปอ้างอิงในการสมัครงานได้

แต่สิ่งพวกนี้....ไม่สามารถเอาไปใช้ต่อในทีมชาติชุดใหญ่ได้ 

นั้นเพราะว่าสิ่งที่ทีมชาติต้องการคือนักกีฬาที่มีความสูงเหมาะสมที่จะเล่นระดับนานาชาติ และ มีรายละเอียดปลีกย่อยที่สามารถเฉลี่ยออกไปอีกหลายข้อ ซึ่งเราลองไล่ดูว่านักกีฬาที่มีองค์ประกอบที่เหมาะจะก้าวขึ้นไปเป็นทีมชาติได้นั้นต้องมีอย่างไรบ้าง

ทัดดาว นึกแจ้ง มีส่วนสูง บวกกับระเบียบวินัยดี ความตั้งใจสูง
หัตถยา บำรุงสุข มีส่วนสูง เคยโดนอีกด้านของชีวิตพาหลุดออกไป แต่ก็กลับมามีวินัยอีกครั้ง
ชัชชุอร โมกศรี มีส่วนสูง มีพรสวรรค์ มีโอกาส มีการพัฒนา 
พิมพิชยา ก๊กรัมย์ มีทักษะพื้นฐานดี มีความตั้งใจ มีโอกาส

วิภาวี ศรีทอง โครงสร้างดี มีโอกาส 
หทัยรัตน์ จารัตน์ มีส่วนสูง มีโอกาส
ชิตพร กำลังมาก มีส่วนสูง มีโอกาส 
วัชรียา นวลแจ่ม มีส่วนสูง มีโอกาส พัฒนาการดี

ถ้าวิเคราะห์ตามรายชื่อที่เห็นข้างต้น มองได้ชัดเลยว่าส่วนสูงคือปัจจัยสำคัญในการเลือกดึงนักกีฬาขึ้นมาพัฒนาต่อ ถ้าไทยยังคงใช้การพัฒนาระดับยุวชน เยาวชน แบบเดิม โอกาสที่จะส่งไม้ต่อระหว่างรุ่นอาจจะยากขึ้นกว่าเดิม

และที่สำคัญมากๆ นักกีฬาที่ผมยกตัวอย่างชื่อมา 8 คน มีเพียง 3 คนที่ทักษะเข้าเกณฑ์ ที่เหลือต้องเอามาสอนใหม่ตอนอยู่แคมป์ทีมชาติทั้งนั้น 

ถ้าเราเอาเวลามาสอนทักษะเด็กตั้งแต่ยุวชนมันจะดีกว่าที่ต้องเสียเวลาใส่ข้อมูลให้ใหม่ตอนโตไหม ???

จริงๆแล้วเรื่องนี้ถูกหยิบเอามาพูดอยู่เป็นประจำ แฟนวอลเลย์บอลก็เห็นทั่วประเทศ และ ก็แสดงความเห็นเหมือนกันว่าเมื่อไรทีมไทยจะมีการรับบอลที่ดีเหมือนญี่ปุ่นบ้าง

 "นั้นคือข้อติดใจจากแฟนวอลเลย์บอล"

แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง งบประมาณพอที่จะตัดออกมาพัฒนาวงการวอลเลย์บอลระดับเด็กอย่างจริงจัง 

อย่างที่หลายคนตั้งข้อสงสัยเอาไว้ถึงคุณภาพของนักกีฬาไทยกับญี่ปุ่น ว่าทำไมมันต่างกัน

จากวันนั้นที่เราห่างเขาประมาณ 10 กิโลแม้ว ส่วนตัวคิดว่าเราขยับมาใกล้จนเหลือระยะประมาณ 8 กิโลแม้วแล้ว มันเหมือนเราเจอทางลัดบ้างละ

อะไรที่ทำให้คิดแบบนั้น

อย่างแรกเลยคือการเปลี่ยนแปลงระบบแนวทางการทำงานของสมาคมฯ ที่ให้โค้ชมีเวลา และ รับฟังโครงการต่างๆที่เสนอเข้าไป ถ้าใครตามอ่านงานผมจะทราบว่าปีนี้มีโครงการใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ "สุดยอดเยาวชนไทย" 

โอเค....ชื่อโครงการอาจจะดูเวอร์ไปหน่อย แต่มันคือโปรเจคที่น่าจะเหมาะกับวงการวอลเลย์บอลไทยบ้านเรามากแล้ว เพราะโค้ชส่วนกลางสมาคมฯได้ออกเดินทางไปดูเด็กตามรายการต่างๆทั่วไทย ไปหาข้อมูลว่ามีคนไหนรูปร่างดี มีโครงสร้างเหมาะ ก็จะจดชื่อเอาไว้

อีกอย่างที่น่าขอบคุณคือกลุ่มผู้ตัดสินที่คอยดูระหว่างเกมว่าทีมไหนมีเด็กที่รูปร่างดีน่าเอาไปปั้นต่อบ้าง เขาก็จะส่งข้อมูลมาให้ทีมงานสต๊าฟฟ์อยู่เป็นประจำ

จนทำให้โครงการดังกล่าวออกมาเป็นรูปเป็นร่าง เด็กจำนวน 30 คนมีส่วนสูงที่น่าสนใจ

ซึ่งแตกต่างกับโครงการเด็กยักษ์ หรือชื่อทางการ "เยาวชนคนของชาติ" ที่จัดมาแล้ว 2 ปี แต่ในประเภทหญิงยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นักกีฬาที่มีชื่อในโครงการนี้ที่เด่นๆคือ ธนัชชา สุขสด จากค่ายบดินทรเดชา ส่วนคนอื่นก็จางหายไปกับงบที่ลงทุน ( แต่ทีมชายถือว่าคุ้มค่า และ น่าเอาไปสานต่อ ) 

ข้อแตกต่างของสองโครงการนี้ต่างกันมาก

เด็กยักษ์ คือการประกาศหาให้เด็กเข้ามา แล้วให้เงินเดือนโค้ชให้ช่วยซ้อม ให้เงินเด็ก/ครอบครัวไปซื้อนมซื้ออาหารบำรุง ซึ่งจะเรียกมาเจอกันอีกทีก็เกือบ 3 เดือน

สุดยอดเยาวชนไทย คือการออกตะเวรหานักกีฬาจากการแข่งขันรายการต่างๆ เรียกเข้ามาสอนทักษะ อบรมทฤษฎี และ ปฎิบัติ โดยโครงการนี้ถูกเสนอให้เรียกมาทุกเดือน ( รอการยืนยันข้อมูลอีกครั้ง )

วนกลับมาเรื่องของทีมบ้าง นักกีฬาที่เราได้เห็นฟอร์มการเล่นนั้น ถ้าเอาแค่เรื่องผลการแข่งขัน ผมไม่แปลกใจนะที่น้องจะแพ้ญี่ปุ่น หรือ จะต้องเหนื่อยกับ 2 เกม 10 เซตที่กว่าจะชนะไต้หวันมาได้

ผมมองแบบนี้ เกมกับไต้หวัน ผมให้เครดิตทีมหมวยเล็กมาก เพราะถ้าใครได้ดูจะเห็นว่าทีมนี้ไม่ขี้เหร่เลย ตัวรุกหนักน่ากลัว การรับบอลพื้นฐานดีเยี่ยม แต่ที่เขาพลาดคือเรื่องสภาวะจิตใจ ยอมรับว่าเสียดายแทนไต้หวันที่ไม่ได้เข้ารอบ และ พลาดสิทธิ์ไปเล่นชิงแชมป์โลกรอบสุดท้าย

แต่ทำไงได้ เราเชียร์ไทยก็ต้องให้ทีมไทยได้ไปสิ 

ส่วนรายละเอียดมุมมองของผมนั้นไม่เกี่ยวกับการเชียร์ แต่กลับมองถึงคุณภาพทีมระหว่างเกมมากกว่า

สิ่งที่หายไปของทีมไทยคือ นักกีฬาคล่องเล็กตีหนัก ซึ่งปกติจะมีอยู่ในทีมตลอด แต่จะว่าไปแล้วนักกีฬาเล็กคล่องของไทยก็ไม่ได้ว่าจะไม่มีคุณภาพนะ เพราะเมื่อทีมต้องการจุดเปลี่ยนกลุ่มนักกีฬาเหล่านี้จะถูกเอามาใช้ได้ตามความเหมาะสม เพียงแต่ที่ผ่านมาเอามาเยอะเกินไป จนบางครั้งก็ทำให้คนมองว่าไทยไม่มีคนสูงเลยรึเนี้ย

ส่วนชุดนี้เลือกที่จะเน้นผู้เล่นที่มีรูปร่างสูงเข้ามาสู้ แม้ว่าจะยังไม่มีทักษะหรือพื้นฐานอะไร แต่ระยะเวลาเกือบ 6 เดือนที่กลุ่มนี้ซ้อมถือว่าพัฒนาขึ้นมามาก

เราจะเห็นชัดว่าการเคลื่อนที่ของเด็กๆดูดีขึ้น การล้มรับบอลไม่ใช้เข่าลง จังหวะบล็อคไม่มีใครขึ้นแบบสุ่มสี่สุ่มแปด หรือ ก้มหน้าก้มตาบล็อค แต่ขึ้นไปแล้วมองบอลผายมือตามตัวตี มีจังหวะการอ่านทางก่อนขึ้นที่ดี 

แม้ว่าพวกเขาอาจจะยังทำไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็น แต่นี่มันคือทิศทางที่ควรมีของการทำทีมวอลเลย์บอลระดับเยาวชน

ถ้าเราดูเอาสนุก เน้นผล เน้นติ ผมว่าเราจะลืมมองส่วนนี้ไปเลย แล้วสุดท้ายเราก็จะไม่ได้อะไรจากการดู นอกจากให้นักกีฬากับโค้ชเป็นเหยื่ออารมณ์ ซึ่งจริงๆแล้วก็ต้องยอมรับความเห็นของทุกท่าน เพราะเราต่างมีวิธีการดูไม่เหมือนกัน 

ส่วนผลการแข่งขันที่ทีมได้อันดับ 3 ของรายการนั้น ผมมองว่ามันคือโบนัส เพราะคิดว่าทีมไม่น่าจะรอดตั้งแต่เจอกับไต้หวันแล้ว อย่างที่บอกผมมองเรื่องการวางระบบมากกว่าผลการแข่งขัน ผมมีความรู้สึกว่าไทยเริ่มเข้าใกล้กับคำว่า "ทำทีมเพื่อหวังต่อยอดในอนาคต"มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

เพราะภาพการแข่งขันของทีมไทยชุดนี้มันทำให้เราเห็นได้ชัดว่ามีนักกีฬาหลายคนที่สามารถเอาไปพัฒนาต่อได้จริง ทั้งเรื่องรูปร่าง และ ทักษะ 

อีกอย่างที่สังเกต.....ปกติแล้วในการดูวอลเลย์บอลของแฟนชาวไทยจะมองหาฮีโร่ หรือ ตัวเด่นๆที่แบกทีมเอาไว้เชียร์สักคนสองคนอยู่ตลอด แต่ชุดนี้ผมคิดว่าหลายคนคงจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแล้ว เพราะว่าทุกคนในทีมเด่นเท่ากัน การทำคะแนนไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนเดียว บอลโค้ง บอลสั้น ทุกตำแหน่งสามารถทำได้ 

สุดท้ายนี้ขอพื้นที่ชื่นชมน้องๆนักกีฬาที่มีความแน่วแน่มุ่งมั่นเก็บตัวซ้อม และ อยู่ในกรอบระเบียบวินัยที่ดี ชื่นชมโค้ชโรงเรียนที่เป็นแรงหนุนหลัง ชื่นชมทีมโค้ชที่ช่วยกันทุกฝ่าย พวกคุณทำลายกำแพงบางอย่างลงไปได้แล้ว อยู่ที่ว่าจากนี้คุณจะเอาเศษปูนเศษไม้นั้นมาปูเป็นทางไปสู่อนาคตได้แค่ไหนเท่านั้นเอง

ขอขอบคุณที่เดินทางไปกับตัวหนังสือของผมครับ 
เอก ประวิตร