มีช่วงหนึ่งที่ได้รับคำเชิญจากโค้ชด่วนให้เข้าไปช่วยแนะนำการใช้โซเชียลมีเดียให้กับน้อง ๆ ระดับยุวชน และ เยาวชน ตอนนั้นก็ถือโอกาสยกตัวอย่างให้ได้ดูว่ามันมีข้อดีข้อเสียต่อเราอย่างไรบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะแทบไม่เห็นน้อง ๆ มานั่งโพสต์เฟซบุุ๊กพร่ำเพ้อ หรือ ออกมาทะเลาะกับแฟนวอลเลย์บอลเลย

จะว่าไปแล้วก็เคยมีกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจคือ นักกีฬาไปนั่งอ่านความเห็นแฟนวอลเลย์บอลจนไม่มีสมาธิ แล้วไม่สามารถลงสนามได้ 

สิ่งพวกนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องดีนะถ้าหากมีโค้ช, รุ่นพี่, ทีมสต๊าฟฟ์คอยเป็นตัวอย่าง และให้คำแนะนำกับน้อง ๆ ซึ่งตอนนี้ผมไม่ค่อยห่วงระดับนักกีฬาแล้ว แต่ที่ห่วงคือ "กลุ่มโค้ช"

พักหลังมานี่หน้าเฟซบุุ๊กผมเต็มไปด้วยคำด่าทอ ความเห็นที่เหน็บแนม หรือแม้กระทั่งต่อว่าลอย ๆ ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าคำเหล่านี้มันจะมาจากคนที่มีวัยวุฒิแล้ว 

ส่วนใหญ่ที่เห็นก็เหตุผลเดิม ๆ 
เด็กโดนขโมย
เด็กตัวเองไม่มีชื่อคัดทีมชาติ
เด็กตัวเองไม่มีชื่อติดทีมชาติ
เด็กตัวเองคัดระดับภาคไม่ผ่าน
เด็กตัวเองติดชมว่าเก่ง เด็กคนอื่นติดบอกว่าเส้นสาย

มันแปลกใจว่าอยู่กันมานานทำไมไม่โทร. หากัน ถ้าคาใจส่วนไหนก็เดินไปถามกันตรง ๆไปเลย มันง่ายกว่าที่จะมาทำอะไรแบบนี้ให้เด็กเห็น 

ถ้าถามว่าแล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับผม บอกเลยว่าเกี่ยวครับ เกี่ยวหลายทีด้วย 

ผมไม่ได้เอาเรื่องพวกนี้มาลงให้คนได้อ่านหรือได้รับรู้ว่าไปเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเรื่องแบบนี้มาบ่อยทั้งในร่มและชายหาด เพราะผมคิดว่าการโทร. ติดต่อไป การเดินทางไปหา คุยกันต่อหน้ามันเคลียร์และได้คำตอบ มันจบเรื่องและเข้าใจกันมากกว่ามาโพสต์อะไรแบบนี้ 

และที่ต้องเขียนคืออยากให้มันเป็นกรณีตัวอย่าง อยากให้รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่มาโพสต์สาดใส่กันแบบนี้ แต่ถ้าคิดว่าสิ่งพวกนี้มันดีแล้ว รอบหน้าถ้าผมเห็นที่แต่ละท่านโพสต์แล้วเปิดสาธารณะเมื่อไร ผมจะแชร์ไปที่เพจข่าววอลเลย์บอลให้คนอื่นได้รู้ด้วย หรือถ้ามีคนแคปมาให้อ่านอีกจะทำเป็นข่าวให้ดรามาตามที่ท่านต้องการ

จริง ๆ ก็ดีเหมือนกันนะ ถ้าผมให้ทีมงานของผมหันมาทำข่าวดราม่าพวกนี้บ้าง จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาลงข่าวแล้วมีคนอ่านน้อย แล้วให้ทีมงานหยุดการออกภาคสนามไม่ต้องไปตามข่าว แต่มานั่งดูเฟซบุุ๊กโค้ชวอลเลย์บอลดีกว่า

ขอละครับ มาร่วมกันเป็นตัวอย่างที่ดีให้กันดีกว่า มีน้ำใจนักกีฬา ยอมรับในความพ่ายแพ้ของตัวเองบ้าง เราสอนให้เด็กรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ตัวเราเองก็ต้องมีสิ่งนี้ด้วย 

ที่ผมเขียน และเลือกที่จะลงเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ ผมยังเคารพทุกท่านเหมือนเดิมครับ แต่ที่ต้องทำเพราะอยากเตือนสติทุกคนให้ย้อนมามองตัวเองใหม่อีกครั้ง

หากสิ่งที่ผมสื่อสารไปมันทำให้ท่านโกรธเคืองผม ผมก็ขอโทษนะครับ

เอก ประวิตร