หลังจากที่นับวันรอกันมานาน วันนี้ก็ได้ชมฟอร์มการเล่นของทีมวอลเลย์บอลสาวไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างเป็นทางการ สำหรับผลการแข่งขันทุกท่านคงทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ไทยแพ้ให้กับเนเธอร์แลนด์ไป 0-3 เซต ซึ่งอารมณ์ร่วมและมุมมองของแฟนก็แตกต่างกันออกไป และ ก็มีประเด็นให้พูดถึงกันมากมาย

ส่วนตัวผมเองที่นั่งดูเกมของทีมไทยก็ไม่ได้หลุดไปจากผลที่คาดการณ์ไว้ เพราะการจะเอาชนะทีมเนเธอร์แลนด์ที่มีการรุกผสมที่ดุดันไม่ใช่งานง่ายของทีมไทยอย่างแน่นอน

แต่มองอีกมุม การเล่นของไทยในวันนี้ก็สร้างปัญหาให้กับเนเธอร์แลนด์ไม่น้อย

เซตแรกไทยอาจจะมีผิดพลาดบ้าง แต่โดยรวมก็บุกสู้ได้อย่างสนุก ( แพ้ 20-25 )

ส่วนเซตสอง มีฮึดขึ้นมาสู้ และ ทำให้เนเธอร์แลนด์เสียวสันหลังได้เช่นกัน จังหวะการทำคะแนนของ อัจฉราพร ยังช่วยทีมเดินแต้มได้ตลอด แต่น่าเสียดายที่โดนตีบอลเข้าเบ้าตาทำให้ต้องเปลี่ยนตัวออกไป (ช่วงคะแนน 20-17 ) ส่วนตัวชอบช่วงที่ไทยไล่ทำคะแนนไล่ตามจนต้องเล่นแต้มพิเศษออกไป ก่อนที่จะแพ้ไป 24-26 

เซตที่ 3 เริ่มเกมมาเนเธอร์แลนด์ทำได้ดีกว่า ส่วนไทยก็เริ่มหมุนนักกีฬาลงไปสัมผัสสนาม เลยทำให้โครงสร้างหลักคลายตัว จนเป็นเหตุให้คะแนนขาดลอย ( แพ้ 13-25 )


ส่วนที่ชอบในเกมนี้ก็คงเป็นการได้เห็นอรอุมา-มลิกากลับมาสนามอีกครั้ง แล้วก็โค้ชด่วนกล้าเลือกชิตพรออกสตาร์ทเป็นผู้เล่นชุดแรก แม้จะทำคะแนนไม่ได้แต่ก็ได้อะไรแฝงไปบ้างไม่น้อย ส่วนรายละเอียดเกมอื่นๆไม่มีอะไรพิเศษมาก เพราะก็เล่นไปตาโครงสร้างหลักที่เตรียมกันมา 

ที่ไม่รู้สึกเสียดาย หรือ มองอะไรลึกลง ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผมไปผูกกับเรื่องที่รายการนี้ไม่มีคะแนนสะสมโลก ที่เพิ่งทราบก่อนแข่งไม่กี่วันหรือเปล่า มันเลยทำให้ความตื่นเต้น หรือ การลุ้นที่อยากให้ไทยทำอันดับสูงๆเพื่อขยับอันดับโลกมันจางลงไปด้วย 

พูดง่ายๆความรู้สึกดูเนชั่นส์ลีก มันเหมือนกับตอนดูมงเทรอซ์มาสเตอร์เลยก็ไม่ผิด เพราะไม่มีคะแนนสะสมให้กดดัน มีเพียงทำอันดับให้สูงเพื่อเงินรางวัลเท่านั้นเอง

จะว่าไปเรื่องนี้ทีมวอลเลย์บอลไทยไม่ผิด สมาคมฯไม่ผิด เพราะสหพันธ์โลกอยากให้รายการนี้มันเป็นธุรกิจเลยมีการปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆใหม่หมด นี่ยังไม่รวมที่จะตัดเวิลด์คัพออกไปอีกรายการ เมื่อนโยบายของสหพันธ์เปลี่ยนไป ตอบจากใจว่าตอนนี้ก็มองไม่ออกว่าเขากำลังต้องการอะไร ไม่รู้จะมีอะไรเปลี่ยนอีก 

ทำไมผมถึงติดใจเรื่องนี้มาก นั้นเพราะผมมองว่าช่วงท้ายของการแข่งขันนี้ หลายทีมที่ไม่มีผลอะไรแล้วจะส่งผู้เล่นสำรองลงไปเล่นกันจนเกร่อ ทำให้ความสนุกของเกมมันหายไป

แต่กระนั้นผมก็ต้องบังคับความคิดตัวเองไม่ให้มองไกลไป และ ต้องรอต่อไป เผื่ออนาคตเขาอาจจะปรับแนวทางใหม่ก็ได้ เพราะเนชั่นส์ลีกก็เพิ่งจัดเป็นปีแรกเท่านั้น

เมื่อผมลองมองภาพกว้างกว่าเดิมแล้ว การพยายามเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างของสหพันธ์โลกยังไม่มีอะไรเข้าท่าเลย ตั้งแต่ทดสอบระบบแทปเล็ต,เปลี่ยนจำนวนเซตจาก 3 ใน 5 เป็น 4 ใน 7 และลดคะแนนต่อเซตเหลือ 15 แต้ม,ทดสอบปรับไม่ให้มีการกระโดดเสิร์ฟ ทุกอย่างมันดูตลกจนไร้เสน่ห์ไปหมด 

นี่ยังไม่รวมที่ตัดคะแนนสะสมโลกของระดับทวีปออกไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน.....ดูสิตอนนี้รายการชิงแชมป์เอเชียแทบไม่มีมนต์ขลัง หรือ ความท้าทายเลย ถ้าจำกันได้ปี 2015 ทีมญี่ปุ่นยังส่งเยาวชนไปเล่น จนทำให้ความสนุกของคนดูมันจางตามลงไปด้วย 

ตลอดระยะเวลา 3-4 วันมานี้ ผมโทรหาสมาคมฯเพื่อสอบถามเพื่อหาข้อมูลถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน เพราะภายในองค์กรของสหพันธ์โลกก็ยังไม่นิ่ง แต่ที่แน่ๆสมาคมวอลเลย์บอลไทยโดนผลกระทบไปเต็มๆ เพราะลิขสิทธิ์ทั้งหมดถูกสหพันธ์โลกเอาไปดูแลเอง และ ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายจากการจัดการแข่งขันเนชั่นส์ลีกทั้งสองสนามเองด้วย 

แล้วเงินที่จะเข้ามาจะได้จากอะไร?

ค่าบัตรเข้าชม และ ค่าเช่าพื้นที่ขายของหน้าสนาม

เฮ้ยยยยยยยยยยยย!!!!! แค่ค่าจัดก็ทะลุไปกี่สิบล้านแล้ว ค่าบัตรเข้าชมขาย 200-500 บาท กดเครื่องคิดเลขตามจำนวนที่นั่งยังไม่ได้ทุนเลย (งบการส่งทีมและจัดแข่งขันน่าจะปาไป 40 กว่าล้านบาท)

ผมเลยถามเลขาธิการสมาคมฯไปว่า แล้วส่งทีมไปแข่งทำไม ถ้ามันจะเจ็บตัวหนักแบบนี้ 

"เราไม่ได้เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่การส่งทีมไปแข่งทุกครั้ง เราอยากให้คนไทยมีความภาคภูมิใจที่ได้เห็นทีมไทยได้แข่งขันรายการระดับโลก" จริงๆคำตอบยาวกว่านี้ แต่ผมขมวดเอาเนื้อในมาลงไว้ให้อ่าน

เรื่องความภาคภูมิใจ ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นในการทำหน้าที่ของนักกีฬา ทีมงานโค้ช และ สมาคมฯ ว่าพวกเขาทุ่มเทอย่างสุดความสามารถแน่นอน และ ไม่เคยกังขาในความตั้งใจสักครั้ง

สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่ทีมไทย แต่กลัวระบบการแข่งขันมันจะพังลงไปมากกว่า ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะกีฬาประเภทอื่นต้องการให้รายการที่ถูกจัดมีคะแนนสะสมโลก หรือมีการเอาอันดับแชมป์-รองแชมป์ไปแข่งขันต่อเพื่อให้รายการมีค่ามากขึ้น และ น่าสนใจมากกว่าจัดชิงแชมป์หรือล่าเงินรางวัลอย่างเดียว 

"แต่วงการวอลเลย์บอลกำลังตัดคะแนนโลกออกไปจากรายการต่างๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทิศทางต่อไปมันจะเป็นอย่างไร ได้แต่หวังว่าความคิดของสหพันธ์โลกกำลังไปในทางที่ถูกต้อง"

เอก ประวิตร