เผลอแปบเดียวก็วนเข้าสู่เวลาของวอลเลย์บอลทีมชาติแล้ว และ ปีนี้ทีมตบสาวไทยมีหลายทัวร์นาเม้นให้ลงสนาม ซึ่งรายการแรกก็คือวอลเลย์บอลเนชั่นลีก ที่ปรับรูปแบบการแข่งขันมาจากเวิล์ดกรังด์ปรีซ์ โดยทีมไทยจะไปเล่นที่ประเทศรัสเซียในวันที่ 15 พ.ค.นี้แล้ว

ตอนนี้ความพร้อมต่างๆก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจของทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช แต่ที่น่าสนใจคือปีนี้ "โค้ชด่วน" ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอนมีการวางตัวผู้เล่นหน้าใหม่ที่ฟอร์มดีในลีกเข้ามา และ ยังมีการปรับตัวผู้เล่นไปบ้างบางตำแหน่ง

หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อ 14 ผู้เล่นที่จะเดินทางไป (ดูรายชื่อที่นี) 

ประเด็นแรกที่อยากพูดถึงคือทีมวอลเลย์บอลไทยยังคงมีการส่งผู้เล่นเข้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่เสมอ และ คราวนี้เป็นโอกาสของ 2 สาวบอลสั้นอย่าง ชิตพร กำลังมาก จากค่ายขอนแก่นสตาร์ กับ วัชรียา นวลแจ่ม ที่มีส่วนพาสุพรีมชลบุรีฯคว้าแชมป์ลีกปีนี้ 

เรื่องการลงสนามเป็นตัวจริงอาจจะยากหน่อย แต่ถ้าให้สับเปลี่ยนลงไปบ้าง น่าจะมีให้เห็น ซึ่งก็ต้องไปลุ้นว่าจะเป็นช่วงไหน ถ้าเกมสูสี มีลุ้นผลแพ้-ชนะ อาจจะยังไม่ได้ลงมาสัมผัสเกม แต่ถ้าไทยเจอเซตที่โดนทำแต้มทิ้งห่าง ใครคนหนึ่งอาจจะได้โอกาสลงมาเก็บเลเวลแน่นอน 

ส่วนเรื่องที่ 2 คือตำแหน่งเซตเตอร์ที่คราวนี้ โค้ชด่วน ยังไม่ส่ง นุศรา ต้อมคำ ไปเล่นในสนามแรกด้วยเหตุผลตามที่ให้สัมภาษณ์คือต้องการให้มือเซตเจ้าของหมายเลข 13 พักให้เต็มที่ก่อน และ จะให้ตามไปสนามสองที่มาเก๊า

ดังนั้นแฟนวอลเลย์บอลจะได้เห็นการทำหน้าที่เซตเตอร์ของสองสาวอย่าง พรพรรณ เกิดปราชญ์ กับ โสรยา พรมหล้า 

เรื่องการเลือกว่าใครจะได้ลงก่อน หรือ เล่นเป็นตัวหลักในเกมนั้น ส่วนตัวยังมองไม่ออก เพราะการเล่นในลีกที่่ผ่านมาทั้งสองก็ไม่ได้ฟอร์มหนีกันมากเท่าไรนัก แต่ถ้าให้ชี้ว่าใครดูดีกว่าก็คือเป็น โสรยา เพราะองค์ประกอบทีมสุพรีมมันเกื้อหนุนต่อการเล่นเธอ

ถ้าเจาะไปที่รูปแบบการเล่น ทั้งสองเป็นตัวเซตที่เล่นคนละสไตล์ ดังนั้นเมื่อทีมต้องการจุดเปลี่ยนนี่คือประโยชน์

มีข้อมูลหนึ่งที่หน้าสนใจจากการเข้าไปติดตามทีม และ ได้ฟังโค้ชหลายๆคนชี้ให้มองคือ "วิธีการเลือกตัวเซต"

ผมขอตัดเรื่องเก่ง-ไม่เก่งออกไปก่อน แต่จะเน้นไปเรื่องสไตล์

โค้ชหลายคนบอกว่า ถ้าเลือกตัวเซตไปได้ 2 คน จะพยายามเอาคนที่เล่นไม่เหมือนกันไป เพราะถ้าคนเล่นเหมือนกัน เวลาทีมต้องการจุดเปลี่ยน หรือ การปรับยุทธวิถี จะไม่สามารถฉีกรูปแบบออกได้เลย

เช่น

ถ้าใช้ นุศรา เป็นตัวหลัก โอกาสที่จะใช้ พรพรรณ เป็นตัวสำรองจะมีสูง เพราะ นุศรา กับ พรพรรณ เล่นคนละสไตล์

หากใช้ นุศรา เป็นตัวยืน แล้วจะปรับให้โสรยาลงไปแก้เกมทำได้ไหม คำตอบคือได้ เพียงแต่ โสรยา มีการเล่นที่ใกล้เคียง นุศรามาก ทีมอาจจะไม่สามารถฉีกรูปแบบออกไปได้มากกว่าเดิมเท่าไรนัก 

ทฤษฎีแบบนี้ไม่ได้แปลว่าจะถูกต้อง 100 เปอร์เซ็น แต่นั้นก็แล้วแต่มุมมองของโค้ชแต่ละคน ซึ่งสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชจะวางหมากยังไง 

ที่แน่ๆไม่ว่า พรพรรณ กับ โสรยา จะต่างกันอย่างไร เขาก็มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ "การยืนระยะ"

การเล่นในลีกบ่อยครั้งที่ทั้งสองจะช็อตไปดื้อๆ แต่พอไปนั่งข้างสนาม แล้วกลับมาเล่นได้ปกติ นี่คือโอกาสที่เราจะได้เห็นการพัฒนาของทั้งคู่ว่าจะดีดตัวเองขึ้นมาได้มากแค่ไหน 

อย่างไรก็ตามทั้งสองก็พร้อมที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันลงสนามตามที่โค้ชต้องการเลือกใช้โดยไม่มีการอิดออด เพราะทั้งคู่คือนักกีฬาที่มีสปิริต ใครลงสนามอีกคนก็จะคอยเชียร์ และ ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด

ระหว่างที่พิมพ์ไปก็คิดว่าอยากจะเห็นอะไรจากทีมชุดนี้อีกบ้าง แต่ก็ยังคิดไม่ออก เพราะเดาใจโค้ชด่วนไม่ออกว่าจะขยับปรับอะไรจากเดิมไปบ้าง ก็ได้แต่รอดูจากการลงสนามเกมแรกในวันที่ 15 พ.ค.นี้ที่ไทยจะพบกับเนเธอร์แลนด์ ตอน 18.30 น.

มาถึงตรงนี้ก็ต้องขอบคุณช่อง 3 ด้วยที่ถ่ายทอดการแข่งขันให้พวกเราได้ติดตามกัน 

ส่วนเรื่องราวของทีมไทยยังคงมีให้ได้ตามอ่านกันอย่างต่อเนื่อง หรือถ้าพี่ๆมีอะไรที่เห็นต่าง มีมุมมองอะไรเกี่ยวกับวอลเลย์บอลก็แชร์ความเห็นกันได้เต็มที่ และ ฝากติดตามเพจ SMM Volleyball กันด้วยนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาคุยเรื่องเป้าหมายของทีมไทยกันว่ารายการนี้จะเก็บแต้มสะสมโลกได้มากน้อยแค่ไหน

เอก ประวิตร