หากจะเอ่ยถึงนักเตะต่างชาติในเวทีไทยลีกสักคน ชื่อของ ดิยุฟ บีรัม คงจะเป็นที่รู้จักกันดีของเหล่าแฟนบอลไทยทุกคน ด้วยผลงานและระยะเวลาที่เจ้าตัวค้าแข้งอยู่ในลีกไทยมาอย่างยาวนาน

กว่า 1 ทศวรรษที่ชายจากประเทศโกตดิวัวร์ผู้นี้โลดเล่นอยู่ในเวทีลีกสูงสุดของไทย เป็นเครื่องการันตีถึงความยอดเยี่ยมของเขา ย้อนไปในปี 2007 การผจญภัยในลีกไทยครั้งแรกของ ดิยุฟ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เขาย้ายมาร่วมทีมสมุทรสงคราม เอฟซี ภายใต้การคุมทัพของ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม ด้วยสัญญายืมตัว เนื่องจากไม่มีตำแหน่งในต้นสังกัดที่แท้จริงอย่างเมืองทองฯ

ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมที่เขาสามารถพิสูจน์ตัวเองได้กับการลงเล่นในถิ่นแม่กลอง ลงสนาม 16 นัด ยิงไป 5 ประตู ทำให้หลายสโมสรในไทยต่างจ้องตาเป็นมันที่จะได้กองหน้ารายนี้ไปร่วมทีม แต่แล้วเจ้าตัวกลับเลือกที่จะออกไปหาความท้าทายครั้งใหม่กับยาดานาร์บอน ทีมในลีกเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะกลับมาสู่ผืนหญ้าแม่กลองอีกคำรบในปี 2010 


ดิยุฟ บีรัม ในสีเสื้อสมุทรสงคราม เอฟซี

ฟอร์มการเล่นของ ดิยุฟ ในช่วงเวลานั้นถือเป็นกลไกสำคัญที่ทัพปลาทูคะนองจะขาดไปไม่ได้ และแน่นอนว่าเขาได้เข้าไปอยู่ในใจแฟนบอลสมุทรสงครามฯแบบไม่ต้องสงสัย ด้วยจำนวนลงสนาม 32 นัด ซัดไป 11 ประตู บวกกับแอสซิสต์อีกนับไม่ถ้วน ทำให้สโมสรสมุทรสงครามฯดูจะเล็กเกินไปสำหรับเขา 

ถัดมาในปี2012 ดิยุฟ ตัดสินใจย้ายบ้านไปหลังที่ใหญ่ขึ้น กับการร่วมทัพชลบุรี เอฟซี แน่นอนว่าการย้ายทีมครั้งนี้แฟนๆฉลามชลต่างแฮปปี้กับดีลที่เกิดขึ้น และคาดหวังว่าเจ้าตัวจะระเบิดฟอร์มได้เหมือนตอนอยู่กับปลาทูคะนอง แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น...


ดิยุฟ บีรัม กับการย้ายไปร่วมถิ่นฉลามชล

ดิยุฟ ได้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องในสีเสื้อฉลามชล แต่อาจจะเป็นเพราะความคาดหวัง ที่ทำให้เจ้าตัวต้องแบกรับความกดดัน จนไม่สามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้เท่าที่ควร แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีชื่อยิงให้ทีมไป 3 ประตู จากการลงสนาม 16 เกม 

เมื่อการย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ขึ้น แต่กลับทำให้รู้สึกไม่อบอุ่นเหมือนเดิม เป็นเหตุให้ในช่วงเลกที่2 เจ้าตัวตัดสินใจกลับถิ่น สมุทรสงคราม เอฟซี อีกครั้งด้วยสัญญายืมตัว ใครจะเชื่อว่าหลังจากกลับสู่ถิ่นแม่กลองอีกครั้งเขาจัดการซัดไป 11 ประตู จากการลงสนาม16 นัด แทบจะเป็นคนละคนกับที่ลงเล่นให้ทัพฉลามชลในเลกแรก ทำให้ชื่อของเขากลับมาขายได้อีกครั้งในตลาดนักเตะไทยลีก 


ดิยุฟ บีรัม สมัยค้าแข้งให้สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี

หลังกลับไปชุบตัว เรียกขวัญกำลังใจจากบ้านหลังที่คุ้นเคย ชายผู้นี้ตัดสินใจออกผจญภัยอีกครั้ง เมื่อได้รับการทาบทามจากสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี และกว่า 2 ฤดูกาลที่ลงสนามในสีเสื้อสุพรรณบุรี เขาก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง จากผลงานลงเล่น 51 นัด ยิงไป 10 ประตู ซึ่งหากดูจากจำนวนสกอร์ที่ทำได้อาจจะดูไม่ได้มกมายอะไร แต่ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่อยู่กับสุพรรณฯ เขาถือเป็นแกนหลักและฟันเฟืองสำคัญของทีม  



ส่วนสำคัญในการพาทัพขุนศึกรอดตกชั้น

ในปี 2015 ดิยุฟ เริ่มเข้าสู่โหมดนักเตะพเนจร เมื่อเจ้าตัวต้องย้ายทีมอีกครั้งด้วยการโยกไปเล่นให้กับ สระบุรี เอฟซี น้องใหม่ไทยลีกเวลานั้น และด้วยประสบการณ์ของเขาก็สามารถยกระดับการเล่นของทัพขุนศึกได้อย่างน่าชื่นชม ก่อนจะสามารถพาทีมหักปากกาเซียนรอดตกชั้นได้ราวปาฏิหาริย์ แต่แล้วต้นสังกัดก็จำเป็นต้องประกาศยุติการทำทีมในเวลาต่อมา เนื่องจากไม่มีผู้สนับสนุน ทำให้ ดิยุฟ ถึงคราวต้องย้ายบ้านอีกครั้ง


โชว์ฟอร์มร้อนแรงกับทัพค้างคาวไฟ

สถานีต่อไปของเขาก็คือสโมสรสุโขทัย เอฟซี อีกหนึ่งทีมน้องใหม่เวลานั้น และแน่นอนว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้การย้ายบ้านครั้งนี้ของเจ้าตัวไม่ใช่ปัญหา ผลงานลงเล่น 49 นัด ยิงไป 19 ประตูยังคงตราตรึงอยู่ในใจแฟนๆค้างคาวไฟ และเส้นทางอาชีพของเขาดูเหมือนจะไปได้สวย แต่แล้วหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ดิยุฟ ก็ต้องกลับมามองหาบ้านหลังใหม่อีกครั้ง เมื่อต้นสังกัดตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับเขา

หลังจากแยกทางกับสุโขทัยฯด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจ แน่นอนว่าเจ้าตัวยังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้เขาเกือบจะไม่มีสังกัดลงเล่นในฤดูกาลนี้ คือเจ้าตัวไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกาย เนื่องจากแพทย์ระบุว่าบริเวณข้อเท้าซ้ายของเขามีอาการช้ำ และเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บกลางคันหากฝืนลงสนาม ทำเอาบรรดาสโมสรที่กำลังให้ความสนใจต่างถอยทัพกลับลำ และเลือกที่จะไม่เสี่ยงกับกองหน้ารายนี้ เพราะมองว่าได้ไม่คุ้มเสียกับฤดูกาลที่จะต้องมีทีมตกชั้นถึง 5 ทีม

ขณะที่ตัว ดิยุฟ ก็พยายามจะนั่งยัน นอนยัน ว่าอาการบาดเจ็บของเขานั้นหายดีแล้ว ขอแค่โอกาสที่เขาจะได้ลงสนามไปพิสูจน์ตัวเองให้เห็น ช่วงเวลานั้นจึงทำให้เขาจิตตกและออกอาการเครียดพอสมควรเนื่องจากเวลาในตลาดซื้อ-ขายนักเตะก็เดินไปเรื่อยๆ และลีกฟุตบอลในบ้านเราก็กำลังจะเปิดฉากขึ้น หรือนี่จะเป็นจุดจบของเขาในเส้นทางลูกหนังไทย...



ภารกิจตอบแทนความไว้ใจกับชัยนาท ฮอร์นบิล

"ทองคำ ต่อให้มันจะเปรอะเปื้อนดินโคลน โดนไฟเผา หรือผ่านร้อนหนาวมาสักเพียงใด มันก็ยังเป็นทองคำที่มีค่าอยู่วันยังค่ำ" และเหมือนสวรรค์มีตาฟ้าเห็นใจ เมื่อสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล น้องใหม่ที่กลับมาโลดแล่นบนเวทีไทยลีกอีกครั้งไม่ได้คิดเหมือนกับหลายๆทีม และขอเปิดการ์ดเสี่ยงไปกับเจ้าตัว บอร์ดบริหารทีมนกใหญ่พิฆาตไท้รอช้าตัดสินใจเลือกเซ็นสัญญากับเจ้าตัวทั้งๆที่ทราบปัญหาและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดี

สโมสรชัยนาทฯเป็นเหมือนผู้ชุบชีวิตให้เขากลับมาเกิดใหม่และมีที่ยืนอีกครั้งบนเวทีลีกสูงสุด ถึงตอนนี้เวลาผ่านไป 14 เกม ดิยุฟ ตอบแทนความไว้ใจของชัยนาทฯด้วยการตะบันซัดให้ทีมไปแล้ว 7 ประตู เป็นดาวซัลโวของทีมอยู่ ณ เวลานี้ ซึ่งก็น่าจะเป็นการตอบคำถามเมื่อตอนช่วงต้นฤดูกาลได้เป็นอย่างดี ว่าอาการช้ำที่บริเวณข้อเท้าซ้ายตามที่แพทย์ระบุนั้น ส่งผลกับฟอร์มของเขาหรือไม่ 

จากที่หลายทีมมองว่าเป็นกองหน้าผ้าขี้ริ้ว ไม่มีใครกล้าแตะและเซ็นสัญญาด้วยในตอนแรก กลายมาเป็นผ้าขี้ริ้วที่ห่อหุ้มทองคำเอาไว้ด้านใน ถึงตอนนี้ ดิยุฟ เข้าไปเป็นขวัญใจคนใหม่ของชาวชัยนาทไปโดยปริยาย และกำลังจะกลายเป็นผู้ชุบชีวิตกลับคืนให้กับสโมสรชัยนาทฯได้ต่อลมหายใจอยู่รอดบนลีกสูงสุดต่อไป ด้วยฟอร์มที่กำลังร้อนแรงอยู่ ณ เวลานี้...

'''BigGy'''