หลังจากประกาศยุติทีมของบีจีวีซีออกมา ผลกระทบก็ค่อยๆเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา สโมสรต่าง ๆ ความไม่มั่นใจของผู้สนับสนุนถึงความเป็นอาชีพของลีกไทยบ้านเรา

ทำไมถึงกล้าพูดได้เต็มปากว่ามีผลกระทบขนาดนี้

ก็เพราะเมื่อวานผมได้รับโทรศัพท์มากกว่า 20สาย และ ข้อความในไลน์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งนักกีฬา เจ้าของสโมสร ผู้สนับสนุน และ เอเจนซี่โฆษณา โทรเข้ามาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ระเบิดเวลาของบีจีทำงานได้ดีจริง ๆ

เมื่อคืนก็นั่งคิดนะว่าจะมีทีมไหนตามไปด้วยอีกไหม สรุปคือ "มี" เหตุผลก็คล้ายๆกัน เพียงแต่ได้ขอให้เขาตัดสินใจใหม่อีกครั้งก่อน และเมื่อครู่ก็มีอีกหนึ่งทีมที่แสดงออกถึงความกังวลว่าผู้สนับสนุนจะถอนตัวไหม อันนี้ก็น่าห่วง 

ส่วนอีกทีมที่โดนสะเก็ดระเบิดครั้งนี้ไปด้วยก็คงหนีไม่พ้น สุพรีม ชลบุรี-อี.เทค เพราะถูกมองว่าเป็นทีมเส้นสาย จนผลประโยชน์ทั้งหมดตกมาอยู่ที่ทีมนี้ทั้งหมด

จริงๆผมก็คิดแบบนั้นนะ แต่จะเลวร้ายไปไหมถ้ามานั่งคิดไปเองแล้วไม่เดินหาคำตอบบ้างเลย

เริ่มเรื่องแรก "โค้ชทีมชาติ มาทำทีมสโมสร"

"โค้ชยะ" นาวาอากาศโท ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค หัวหน้าผู้ฝึกสอนของสุพรีมฯ คือเป้าหมายที่โดนคนมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับทีมตัวเองง่ายที่สุด เพราะมีขาอีกข้างที่อยู่ในทีมชาติ เลยทำให้ถูกมองว่าจะเอาคนไหนออกจากทีมชาติเพื่อให้ทีมตัวเองได้ผลบวกก็ได้

อันนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร เพราะผมเองก็เคยทำงานร่วมกับโค้ชยะ และ ตัวแกเองก็เป็นคนที่นักกีฬาในทีมชาติให้ความเคารพรักมากอีกคนเลย การที่แกจะไม่มีน้ำใจนักกีฬาแบบนี้ผมว่าไม่น่าเป็นไปได้เลยนะ 

ดังนั้นจึงขอเจาะลึกถึงประเด็นนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

วันที่"โค้ชอ๊อต" ตัดสินใจลาออกจากทีมชาติ "โค้ชยะ" คืออีกคนที่ได้ขอลาออกตาม แต่สมาคมฯ ขอร้องให้อยู่ช่วยทีมก่อน ซึ่งตัวแกเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ (หลัง) มาระยะใหญ่ ๆ แล้ว จึงอยากจะหยุดพัก และที่สำคัญไม่สบายใจที่จะต้องทำต่อไปพร้อม ๆ กับการรับตำแหน่งโค้ชให้กับทีมสโมสรสุพรีมฯ ไปแล้ว 

โค้ชยะมีโอกาสมากที่จะได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมชาติ แต่ขออฎิเสธไป แล้วให้โค้ชด่วนรับตำแหน่ง โดยจะขอช่วยต่ออีกสักระยะจนกว่าจะมีโค้ชที่สมาคมฯหามาช่วยแบบเต็มเวลาได้

ดังนั้นก็ต้องทำต่อไปก่อน 

ช่วงนั้นโค้ชยะได้พูดกับทีมงานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตัว ทั้งชุดใหญ่ และ ระดับเด็ก ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าวันที่คัดยุวชนเยาวชนโค้ชยะจะทำหน้าที่จัดเรียงให้เด็กแสดงทักษะ โดยมีโค้ชด่วนโค้ชชำนาญเป็นผู้ประเมิน และ เลือกเด็ก

"โสรยาทำไมไม่ติดทีมชาติ"

เรื่องนี้ไม่ได้โน้วน้าวให้ใครมาเชื่อ เพราะทุกคนมีสิทธิ์คิดไปในมุมของตัวเอง แต่การเลือกนักกีฬาทีมชาติไปแข่งขัน ทีมสต๊าฟฟ์โค้ชออกความเห็นร่วมกันทุกคน ใครมีข้อมูลอะไรก็แนะนำกันไป ซึ่งโค้ชยะไม่ออกความเห็นเกี่ยวกับนักกีฬาในสังกัดของตนเอง และ ให้ทีมงานพิจารณา

ส่วนตัวผมไม่ทราบว่าเพราะอะไร แต่ถ้าอ่านจากด้านล่างน่าจะทำให้เห็นอะไรบางอย่าง

จริงๆแล้วโสรยามีโควตาทีมชาติติดตัวไว้ตั้งแต่ปี 2016 แล้ว ดังนั้นแม้ว่าโสรยาจะไม่ติดทีมชาติในปีที่แล้ว แต่ก็ต้องถูกนับทีมชาติในการแข่งขันฤดูกาลนี้ (2017)

แต่ทำไม!!!!  ทำไมอยู่ ๆ ลีกถึงเปลี่ยนกฎ

ก็น่าแปลกใจเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาลีกจะคิดโควตาทีมชาติย้อนหลังไป 1 ปีมาตลอด อยู่ ๆ กับเปลี่ยนไป

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ.... โสรยา, มลิกา สองคนนี้มีชื่อเล่นทีมชาติในรายการที่ได้รับการรับรองในปี 2016 

ถ้าจะเล่นลีกปี 2017 (ฤดูกาลล่าสุด) ก็จะถูกนับเป็นโควต้าทีมชาติทันที

แต่ทั้งหมดถูกรีสตาร์ทใหม่หมด กลายเป็นนับเอาโควตาทีมชาติปี 2017 ซึ่งทั้งสองไม่ถูกนับเป็นทีมชาติ เพราะไม่ได้ลงเล่นในรายการที่ได้รับการรับรอง WGP, AVC และ ซีเกมส์ ในปีนั้นเลย นั้นแปลว่าโสรยาลงเล่นได้โดยไม่ติดโควตา

การเปลี่ยนกฎที่ผิดวิสัยครั้งนี้ทำให้เกิดข้อพิพากทันที

สุพรีมเส้นใหญ่!!!!

ส่วนบีจีก็กลายเป็นตัวตลกไป เพราะพยายามขอคำตอบจากลีก แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน สุดท้ายก็โยนไปทางสมาคมฯ ส่วนสมาคมฯ ก็งง เพราะไม่เคยเข้าไปยุ่งลีกเลย และ ให้ลีกดูแลตัวเองตามสิทธิ์ที่เขาได้รับเป็นนิติบุคคล (ตอนนี้หมดสัญญาแล้ว)

เรื่องนี้มันเกิดจากอะไร ผมไล่ตามหาคำตอบมา และได้ทราบว่าการเปลี่ยนระเบียบครั้งนี้เป็นการพูดขึ้นมาในที่ประชุมไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีอยู่ในเอกสาร มันเป็นการขอความเห็นลอย ๆ ซึ่งตอนนั้นหลายทีมไม่ติดขัดอะไร เพราะทีมตัวเองไม่มีทีมชาติอยู่แล้ว ส่วนบีจีกับสุพรีมฯ ก็ต้องเลยตามเลย เพราะใช้วิธีการขอความเห็นอะไรไปไม่เคยได้รับพิจารณาเลยสักที

ยกตัวอย่าง กฎมีทีมชาติ 3 คนลงได้ 3 คน ที่ทุกทีมยกมือสนับสนุนความคิดนี้ ตามการตกลงกันไว้เมื่อ 3 ปีก่อนว่าจะนำมาใช้ในปี 2017 สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้เพราะฝ่ายจัดมาให้ยกมือโหวตอีกครั้ง 

มันก็เข้าทางทีมเล็กสิ ใครจะเปิดโอกาสให้ทีมอื่นมีสิทธิ์เอาทีมชาติลงได้สามคน แค่สองก็สู้ไม่ไหวแล้ว 

บางทีมบอกว่าให้เอาไปใช้ในอนาคต ให้ได้เตรียมตัวกันก่อน

อ้าวแล้วที่สามปีที่แล้ว ไม่ได้เตรียมตัวกันเลยเหรอ ???

ดังนั้นไม่แปลกเลยที่นักกีฬาไทยที่มีฝีมือต้องไปเล่นที่ต่างประเทศ จะมีทีมไหนกล้าจ้างให้ทีมชาติมายืนอยู่ในคอก มีแล้วไม่ได้ใช้ จะจ้างไปทำไม ???

อ่อ เรื่องมลิกานั้น ผจก.ของทีมสุพรีม วิเคราะห์แล้วว่าปูไม่มีทางติดทีมชาติแน่นอน เพราะร่างกายไม่ดีเอาเสียเลยในตอนนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ และ ทราบว่าปูเริ่มดีขึ้นก็ได้ลองทาบทามเข้ามาร่วมทีม

โดยการติดต่อครั้งนั้น ต้องการให้ปูมาเป็นแบ็คอัพของทีมแทนพี่ปุ้ยที่เลิกเล่นไป ให้มาช่วยซ้อมเด็ก ๆ ให้มาเป็นแบบอย่างในการรักษาเวลา มีระเบียบให้เด็กในทีมได้เห็น แต่เมื่อปูดีขึ้นเรื่อยๆ การได้ลงมาช่วยทีมก็เป็นผลดีต่อทีม และ ต่อตัวปูเองด้วยที่ได้พื้นที่ในการแสดงผลงานให้เตะตาโค้ชด่วนอีกครั้ง

ส่วนเรื่องการเรียกตัวไปซ้อมทีมชาติในวันจันทร์ถึงพุธ สุพรีม ก็โดนเรียกตัวไปจำนวน 8 คน ก็ต้องมาทั้งหมด 8 คน แล้วเหลือซ้อมจริง ๆ ในลีกจะกี่คน ผลกระทบนี้ก็โดนเช่นกัน 

แต่รู้ไหมว่าการซ้อมทีมชาติในช่วงนั้นไม่ได้ลงรายละเอียดถึงรูปแบบการเล่นเลย เพียงแต่ต้องการนำนักกีฬากลุ่มที่อยู่ในเครือข่ายมีโอกาสติดทีมชาติมาปรับสมรรถภาพร่างกาย 

ถามว่ารายชื่อนักกีฬาสุพรีมที่โดนเรียกมาเป็นเด็กเส้นจริงเหรอ ผมว่าระดับโค้ชด่วนแล้ว แกมีหลักการเลือกด้วยเหตุผลต่างๆ และ อีกอย่างปีนี้เราต้องยอมรับว่านักกีฬาหน้าเก่าใหม่ของสุพรีมทำผลงานส่วนบุคคลได้ดีจริงๆ 

และเน้นย้ำอีกครั้งว่าในยามซ้อมทีมชาติ "โค้ชยะ" จะไม่ให้ความเห็นในการเลือกตัวนักกีฬาเข้ามาซ้อมทีมชาติ, ติดทีมชาติ แกมีสปิริตพอ และ แกคงไม่เอาชื่อตัวเองมาโยนทิ้งลงเหวด้วยวิธีสกปรกแบบนี้แน่นอน  

มาถึงตรงนี้แล้ว สงสารทั้งบีจีและสุพรีม 

อีกทีมไม่เคยได้รับคำตอบที่เหมาะสมจากลีก ในยามที่เกิดปัญหา
อีกทีมโดนทีมอื่นมองว่าได้รับสิทธิ์พิเศษ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร 

ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อบีจีหายไป นั้นคือสุพรีมไม่ต้องลงทุนมากเท่าเดิมแล้ว 
ดังนั้นฤดูกาลหน้าอาจจะไม่ได้เห็นนักกีฬาทีมชาติ หรือผู้เล่นต่างชาติในทีมสุพรีม
ความสนุก มูลค่าลีกลดลงไป

สุดท้ายแล้ววันนี้ตลอดทั้งวัน ผมติดต่อไปหลายที่ และ ได้ความเห็น,ความจริงที่เขาพูดออกมาไม่ได้ จากหลายฝ่าย เหนื่อยแทนหลายๆคน บอกเลยว่าเราลีกบ้านเราเหมือนพายเรือวนอยู่ในโอ่ง 

รอดู...ยังมีทีมที่กำลังจะปิดตัวตามลงไป เพราะว่าเขามองไม่เห็นการพัฒนาลีกสักที

แต่จะกังวลไปทำไมในเมื่อสัญญาของคนทำลีกหมดลงแล้วในปีนี้ ขยะใต้พรมก็ต้องกลายเป็นสมาคมวอลเลย์บอลที่ต้องตั้งทีมเข้ามากู้สถานการณ์ มารับเผือกร้อนต่อจากนี้ และก็อยู่ที่ว่าสมาคมฯจะทุบโอ่งเพื่อให้เรือได้ออกเดินทางไปข้างหน้าหรือลงไปพายวนต่อในเรือลำเดิม

ตอนแรกสงสารบีจีกับสุพรีมนะ แต่ตอนนี้เริ่มสงสารวงการลีกอาชีพแล้วมากกว่า

เอก ประวิตร