จับตาหนีตายบู๊หัวตาราง กว่างฟัดฉลาม บีจีอำลาหญ้าเทียม

ส่องความพร้อมศึกไทยลีก 2017 นัดที่ 30 ประจำวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2560 หวดสนั่นเต็มอิ่มครบ 9 คู่ เชียงรายวัดคมชลบุรี บีจีอำลาพื้นหญ้าเทียม บุรีรัมย์หวังกู้หน้า เมืองทองกำลังคึก โซนอันตรายขอเดิมพันครั้งสุดท้าย

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี(7) – สุพรรณบุรี เอฟซี(10)

เวลา 17.45 น. ณ สนามมิตรผล สเตเดี้ยม

(ทรูสปอร์ต HD 3)

ผลงานเลกแรก : สุพรรณบุรี เอฟซี 1-1 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

“ราชันมังกร” นัดล่าสุดในลีกแพ้คาบ้านต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-2 ส่วนบอลถ้วยลีกคัพกลางสัปดาห์เฉือนชนะ สุโขทัย เอฟซี 1-0 ตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปแล้ว สภาพทีมไม่มีตัวเจ็บหนักหรือติดโทษแบน เหลือแค่รอเช็คความฟิต ปฐมชัย เสือสกุล ว่าผ่านเกณฑ์พร้อมลงสนามหรือไม่ นอกนั้นแกนหลักไม่เปลี่ยนแปลงอาทิ ทาคาฟูมิ อากาโฮชิ, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน และ โจซัวร์ เอสซอมเบ

สุพรรณบุรี เอฟซี

“ช้างศึกยุทธหัตถี” นัดล่าสุดในลีกเฝ้ารังถล่มแหลก ศรีสะเกษ เอฟซี 4-1 คืนฟอร์มเก่งกลับมาเก็บชัยชนะได้ 2 เกมติดต่อกัน สภาพทีมเตรียมได้นักเตะหลายรายที่เคยบาดเจ็บกลับคืนมา แต่จะขาด นพพล ปิตะฝ่าย ที่ติดโทษแบน อีกทั้งยังมีห่วงโปรแกรมถ้วยเอฟเอคัพกลางสัปดาห์หน้าที่ต้องลงเตะด้วย โดยเกมนี้คาดว่าอาจจัดชุดผสมลงโม่แข้งนำโดย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, อดุล หละโสะ, อนาวิน จูจีน และ มาร์เซโล ซาเวียร์

 

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด(2) – ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี(17)

เวลา 17.45 น. ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม

(ทรูสปอร์ต 2)

ผลงานเลกแรก : ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี 1-0 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

“กิเลนผยอง” นัดล่าสุดในลีกบุกเชือด ราชนาวี 2-1 ไล่จี้แต้มจ่าฝูงต่อไป ส่วนถ้วยลีกคัพกลางสัปดาห์โค่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-0 ทำสถิติไม่แพ้ใครรวมทุกรายการนาน 19 เกมติด สภาพทีมจะขาด วัฒนา พลายนุ่ม ที่ติดโทษแบน ธีรศิลป์ แดงดา, ลี โฮ, เลอันโดร อัสซัมป์เซา กับ ธีราทร บุญมาทัน รอเช็คร่างกายอย่างละเอียด ทริสตอง โด มีโอกาสลุ้นคืนสนาม ที่เหลือยังอยู่กันครบทั้ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, แฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ และ เซลิโอ ซานโตส

ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี

“อินทรีอัคนี” นัดล่าสุดในลีกเปิดบ้านพ่าย นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-2 สะดุดทำแต้มหลุดมืออีกครั้ง ทำให้โอกาสอยู่รอดบนลีกสูงสุดเริ่มเลือนรางเต็มทน สภาพทีมไม่มีตัวเจ็บหนัก แถมยังได้ มิชิทากะ อกิโมโตะ พ้นโทษแบนกลับมา ทว่ายังต้องลุ้นเช็คความฟิตนักเตะต่างชาติอีกหลายราย โดยเกมนี้ผู้เล่นสำคัญอย่าง ณัฐชานนท์ โจถาวร, วัชระ มหาวงศ์, นพพล ผลอุดม และ สิทธิโชค กันหนู ยังพร้อมเล่นตามปกติ

 

บางกอกกล๊าส เอฟซี(5) – โปลิศ เทโร เอฟซี(12)

เวลา 18.00 น. ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม

(ทรูสปอร์ต 6)

ผลงานเลกแรก : โปลิศ เทโร เอฟซี 1-2 บางกอกกล๊าส เอฟซี

บางกอกกล๊าส เอฟซี

“กระต่ายแก้ว” นัดล่าสุดในลีกบุกแบ่งแต้ม สุโขทัย เอฟซี 1-1 ผลงานโดยรวมยังขาดความคงเส้นคงวา ส่วนบอลถ้วยก็ตกรอบครบ 2 รายการแล้ว ซึ่งเกมนี้จะเป็นการเล่นบนพื้นหญ้าเทียมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเริ่มปรับปรุงสนาม สภาพทีมไม่มีนักเตะติดโทษแบน แต่ต้องเช็คฟิต อาเรียล โรดริเกวซ กับ ยาสมานี่ คัมโปส โดยแกนหลักที่เคยเจ็บอย่าง ดาเนี่ยล การ์เซีย โรดริเกวซ  มีลุ้นคืนสนามทั้งหมด

โปลิศ เทโร เอฟซี

“มังกรไฟ” นัดล่าสุดในลีกยกพลเสมอ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด 1-1 ส่วนบอลลีกคัพบุกพิชิต แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 1-0 รักษาความหวังลุ้นแชมป์ถ้วยใบสุดท้ายเอาไว้ได้ สภาพทีมไม่มีนักเตะเจ็บหนักหรือติดโทษแบน แต่ก็อาจมีแกนหลักบางรายที่มีอาการอ่อนล้าติดตัวเพราะกรำศึกหนักติดต่อกันมาหลายเกม โดยรวมสมบูรณ์เกือบเต็มร้อย ดัสกร ทองเหลา, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, มิเชล เอ็นดรี้ และ มาริโอ อบรานเต้ ยังปักหลักเป็นตัวชูโรง

 

การท่าเรือ เอฟซี(11) – นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี(13)

เวลา 18.00 น. ณ สนามแพท สเตเดี้ยม

(ทรูวิชั่น 445)

ผลงานเลกแรก : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 0-0 การท่าเรือ เอฟซี

การท่าเรือ เอฟซี

“สิงห์เจ้าท่า” นัดล่าสุดในลีกบุกดับซ่า พัทยา ยูไนเต็ด 5-2 คืนฟอร์มเก่งต้อนรับกุนซือใหม่ ทว่าผลงานบอลถ้วยดันตรงกันข้ามทยอยตกรอบหมดทั้ง 2 รายการ สภาพทีมไร้เงา ยูเซฟ เอเลียส ดอเลาะ ที่ถูกคาดโทษ รัตนัย ส่องแสงจันทร์ กำลังฟื้นฟูร่างกาย ส่วนข่าวดีจะได้ นิติพงษ์ เสลานนท์ พ้นโทษแบน ปกรณ์ เปรมภักดิ์ หายเจ็บแล้ว เตรียมร่วมผนึกกำลังกับ ดาบิด โรเชล่า, ศิวกร จักขุประสาท, เก็งกิ นางาซาโตะ และ โจชิมาร์ โรดริเกวซ

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

“สวาทแคท” นัดล่าสุดในลีกเล่นต่างถิ่นชนะ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี 2-1 หยุดสถิติไม่ชนะใครที่เคยทำเอาไว้ 4 เกมติดได้ตามเป้าหมาย สภาพทีมหมดสิทธิ์ใช้งาน อันโตนิโอ พีน่า ที่ติดโทษแบน ประลอง สาวันดี ยังบาดเจ็บ แต่จะได้ เอกณัฎฐ์ คงเกตุ พ้นโทษกลับมา ด้านกลุ่มนักเตะคนสำคัญ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, เปาโล รานเกล, ชนัตพล สิกขะมณฑล และ โดมินิค อาดิเยียห์ ยังพร้อมลงตามเดิม

 

เชียงราย ยูไนเต็ด(4) – ชลบุรี เอฟซี(6)

เวลา 18.00 น. ณ สนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม

(ทรูโฟว์ยู)

ผลงานเลกแรก : ชลบุรี เอฟซี 3-1 เชียงราย ยูไนเต็ด

เชียงราย ยูไนเต็ด

“กว่างโซ้งมหาภัย” นัดล่าสุดในลีกเปิดบ้านถลุง สุโขทัย เอฟซี 6-0 ส่วนถ้วยลีกคัพโชว์ปราบ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด 4-1 ทำให้ยังมีโอกาสล่าแชมป์บอลถ้วยครบทั้ง 2 รายการ สภาพทีมจะขาด ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่เจ็บพักยาว ประทุม ชูทอง รอเช็คความฟิตร่างกาย นอกนั้นไม่มีปัญหาพร้อมลงทุกตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ปิยพล ผานิชกุล, เอเวอร์ตัน กอนซัลเวส และ เฟลิเป้ อาเซเวโด

ชลบุรี เอฟซี

“ฉลามชล” นัดล่าสุดในลีกเฝ้ารังเสมอ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด 1-1 เดินหน้าเก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง แม้บอลถ้วยจะกระเด็นตกรอบครบทุกรายการไปแล้ว สภาพทีมยังขาด ณรงค์ จันทร์เสวก บาดเจ็บพักยาว เช่นเดียวกับ ติอาโก้ คุนญ่า ที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ ข่าวดีคือจะได้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ กลับมาเป็นตัวเลือกแผงแนวรุก ประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น อาทิ ชนินทร์ แซ่เอียะ, นูรูล ศรียานเก็ม และ เรนัน มาเกวซ

 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(1) – สุโขทัย เอฟซี(15)

เวลา 19.00 น. ณ สนามไอโมบาย สเตเดี้ยม

(ทรูสปอร์ต 7)

ผลงานเลกแรก : สุโขทัย เอฟซี 1-3 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

“ปราสาทสายฟ้า” นัดล่าสุดในลีกบุกอัด ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 2-0 ทำสถิติไม่แพ้ใครมา 16 เกมติด แต่บอลถ้วยลีกคัพพึ่งอกหักแพ้คาบ้านต่อ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-2 หมดโอกาสลุ้นคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปีนี้ สภาพทีมไม่มีตัวเจ็บหนักหรือติดโทษแบน รอเช็คฟิตแค่ ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่เหลือสมบูรณ์ครบทุกตำแหน่ง แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ, ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, พรรษา เหมวิบูลย์ และ จักรพันธ์ แก้วพรม

สุโขทัย เอฟซี

“ค้างคาวไฟ” นัดล่าสุดในลีกเปิดบ้านเจ๊า บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-1 ผลงาน 4 เกมหากนับเฉพาะลีกไม่ชนะทีมใดเลย ทำให้ยังต้องลุ้นโกยแต้มเพื่อหนีห่างโซนตกชั้น แถมบอลถ้วยลีกคัพก็กระเด็นตกรอบหลังบุกพ่าย ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0-1 สภาพทีมหมดสิทธิ์ใช้งาน ดิยุฟ บีรัม ที่ติดโทษแบน ปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ยังมีอากาบาดเจ็บ นอกนั้นยึดแกนหลักชุดเดิม อาทิ ไพโรจน์ เอี่ยมมาก, คัพฟ้า บุญมาตุ่น และ โรดริโก้ มารันเยา

 

ศรีสะเกษ เอฟซี(16) – แบงค็อก ยูไนเต็ด(3)

เวลา 19.00 น. ณ สนามกีฬาศรีนครลำดวน

(ทรูสปอร์ต HD 2)

ผลงานเลกแรก : แบงค็อก ยูไนเต็ด 5-1 ศรีสะเกษ เอฟซี

ศรีสะเกษ เอฟซี

“กูปรีอันตราย” นัดล่าสุดในลีกออกเยือนพ่าย สุพรรณบุรี เอฟซี 1-4 ทำแต้มหลุดมือแพ้รวดมา 3 เกมติด สถานการณ์บนตารางชักเริ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นแบบสุดๆ สภาพทีมจะขาด เอกพันธ์ จันดากรณ์ ที่ติดโทษแบน ซึ่งเกมนี้จะเป็นการประเดิมงานของ เฉลิมวุฒิ สง่าพล กุนซือหน้าเก่าที่ถูกดึงเข้ามากู้วิกฤต โดยมีผู้เล่นให้เลือกใช้งานอย่าง ชลิตพงษ์ จันทกล, ใหญ่ นิลวงศ์, กิตติพงษ์ วงมา และ สุริยกานต์ ฉิมจีน

แบงค็อก ยูไนเต็ด

“แข้งเทพ” นัดล่าสุดในลีกเปิดบ้านรัวยับ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ 4-0 คืนฟอร์มเก่งกลับมาได้เร็ว ส่วนบอลถ้วยเหลือความหวังลุ้นรายการเดียวคือเอฟเอคัพในกลางสัปดาห์หน้า สภาพทีมไม่มีนักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน โดยรวมถือว่าสมบูรณ์เต็มร้อยทุกตำแหน่ง ดราแกน บอสโควิช, มาริโอ ยูรอฟสกี้, สรรวัชญ์ เดชมิตร และ ปกเกล้า อนันต์ เตรียมลงช่วยทีมโกยแต้มเพื่อการันตีจบอันดับ 3 บนลีกสูงสุด

 

อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด(9) – พัทยา ยูไนเต็ด(8)

เวลา 20.00 น. ณ สนามยูเอ็มที สเตเดี้ยม

(ทรูสปอร์ต 2)

ผลงานเลกแรก : พัทยา ยูไนเต็ด 0-1 อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

“เทพอินทรี” นัดล่าสุดในลีกบุกแบ่งแต้ม ชลบุรี เอฟซี 1-1 ทำสถิติเสมอติดกัน 5 เกมรวด จนกลายเป็นทีมจอมเจ๊ามากที่สุดบนไทยลีก ส่วนถ้วยลีกคัพก็โดนเขี่ยตกรอบหลังบุกพ่าย เชียงราย ยูไนเต็ด 1-4 สภาพทีมหมดสิทธิ์ใช้บริการ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ กับ จอนาตา แวร์ซูรา ที่ติดโทษแบนทั้งคู่ ด้านแกนหลักรายอื่นไม่เปลี่ยนแปลงนำโดย พงศ์ปณต นาคนายม, ปิยะชาติ ถามะพันธ์ และ คาร์ลอส อเล็กซานเดร เดอ ซูซ่า

พัทยา ยูไนเต็ด

“โลมาน้ำเงิน” นัดล่าสุดในลีกยกพลพ่าย การท่าเรือ เอฟซี 2-5 ไม่ชนะใครมา 3 เกมติดต่อกัน ก่อนจะเคราะห์ซ้ำกระเด็นตกรอบบอลถ้วยลีกคัพแบบต่อเนื่อง สภาพทีมไร้เงา อนุวัฒน์ อินยิน ที่ติดโทษแบน ลี วอน ยัง, ภูมินทร์ แก้วตา กับ มิลอส สโตยาโนวิช รอลุ้นทดสอบความฟิต ที่เหลือแกนหลักรายอื่นไม่มีปัญหา พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, มงคล ทศไกร, เวลลิงตัน พริโอลี่ และ พิชา อุทรา อยู่กันครบเช่นเดิม

 

ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ(18) – ราชนาวี(14)

เวลา 20.00 น. ณ สนามเอ็มพาวเวอร์ สเตเดี้ยม

(ทรูสปอร์ต HD 3)

ผลงานเลกแรก : ราชนาวี 3-1 ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ

ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ

“เดอะพาวเวอร์” นัดล่าสุดในลีกบุกพ่ายยับ แบงค็อก ยูไนเต็ด 0-4 สร้างสถิติไม่น่าจดจำแพ้ติดต่อกันมา 27 เกมรวด ตัวเลขการเสียประตูทะลุหลัก 117 ลูกไปแล้ว แถมยังมีแต้มติดมือแค่หนึ่งคะแนนเหมือนเดิม สภาพทีมไม่มีตัวเจ็บหนัก ลี ควอน พิล พ้นโทษแบนเตรียมลงผนึกกำลังเพื่อลุ้นกู้ศรัทธาแฟนบอลช่วงท้ายฤดูกาลร่วมกับ อานนท์ สันหมาด, พิริยะ นัยเนตร, เอกพันธ์ อินทเสน และ รณชัย รังสิโย

ราชนาวี

“ตะหานน้ำ” นัดล่าสุดในลีกเปิดบ้านพ่ายหวิว เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-2 ผลงานระยะหลังเน้นออกเสมอเป็นส่วนใหญ่ อันดับตารางจึงไม่กระเตื้องแต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องมากังวลหนีตกชั้น สภาพทีมจะขาด ภานุวัฒน์ ไฟไหล ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ นอกนั้นสมบูรณ์ทุกตำแหน่งไร้ปัญหานักเตะบาดเจ็บหนักหรือติดโทษแบน โดยเกมนี้เหล่าแข้งขาประจำอยู่กันครบทั้ง โรดริโก เวอร์จิลิโอ, กาฟาร์ ดูโรซินมี่ , ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ และ อินทรัตน์ อภิญญากุล

ข่าวอื่นๆ ของ Blue Tomorrow
โซนตะวันตก
ไม่ต้องลุ้นนาน! บีทียูแจ๋วถล่มจันท์ 4-1 ควงเชียงรา...
ไทยลีก 2 (ดิวิชั่น 1)
ยิงกันสนั่น! ตราด10ตัวรัวเกมบุกขยี้หนองบัว 6-4 โอก...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น