ไทยพ่ายญี่ปุ่นสุดเร้าใจ3-4 ศึกแบงค็อกฟุตซอลซูเปอร์แมตช์

ศึกแบงค็อก ฟุตซอล ซูเปอร์แมตช์ 2010 ไทยถูกญี่ปุ่นลูบคมเริ่มมา 3 นาที โดนำไปก่อน 2 ประตู ก่อนที่จะแพ้ไปแบบสุดมัน 3 - 4 รอล้างตาทันทีในวันพรุ่งนี้ ปูลปิส ยอมรับยังต้องปรับอีกเยอะ บิ๊กป๋อม ชื่นชมนักเตะทุ่มเท

การแข่งขันฟุตซอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษ "แบงค็อก ฟุตซอล ซูเปอร์แมตช์ 2010" ในนัดแรก วันที่ 11 ธ.ค. 53 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 เป็นการพบกันของยอดทีมของเอเชีย ระหว่างทีมชาติไทย ทีมอันดับที่ 11 ของโลก พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น อันดับที่ 12 ของโลก

สำหรับเกมนี้ทีมชาติไทยใส่ชุดสีเหลืองล้วน ผู้เล่นที่ลงสนามในชุดแรกประกอบไปด้วย สุรพงศ์ ทมพร (GK),ณัฐพล สุทธิโรจน์,พนมกรณ์ สายสอน,ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน และ เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว

ทางด้านทีมชาติญี่ปุ่นที่คุมทีมโดย มิเกล โรดริโก้ กุนซือชาวสเปน ใส่เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีขาว ถุงเท้าน้ำเงิน ผู้เล่นชุดแรกที่ลงสนาม ได้แก่ ฮิซามิทสุ คาวาฮาร่า (GK),วาตารุ คิทาฮาร่า,เทซึย่า มูราคามิ,โทโมอากิ วาทานาเบ้,คาซูฮิโร่ นิบูยะ

เริ่มมาไม่ทันไรไทยได้ทักทายก่อนจาก เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว ยิงด้วยเท้าซ้ายแต่ยังไม่ผ่านมือของ ฮิซามิทสุ คาวาฮาร่า

ญี่ปุ่นมาได้ 2 ประตูรวด โดยประตูแรกมาได้หลังจากผ่านไปนาทีครึ่งจากการยิงของ วาตารุ คิทาฮาร่า จากนั้น น.3 เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว จ่ายบอลพลาดในแดนตัวเองทำให้ คาซูฮิโร่ นิบูยะ ฉกบอลไปยิงด้วยเท้าขวาเสียบเสาเป็นประตูให้ญี่ปุ่นหนีไปเป็น 0 - 2 ทำให้ โฆเซ่ มาเรีย ปาซอส เมนเดส "ปูลปิส" กุนซือทีมชาติไทยต้องเรียกเวลานอกทันที จากนั้น เกียรติยศ แฉล้มเขตร์ มีอาการบาดเจ็บต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป

น.8 ไทยน่าจะได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ พนมกรณ์ สายสอน ซัดเต็มข้อทางริมเส้นฝั่งขวาทำให้ ฮิซามิทสุ คาวาฮาร่า ต้องปัดออกหลังไป น.11 ไทยไล่มาเป็น 1 - 2 ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ตักเข้าเขตโทษให้กับ กฤษดา วงษ์แก้ว ชาร์จหน้าประตูระยะไม่ถึงหลาเข้าไปแบบง่ายดาย

น.12 ญี่ปุ่นหนีไปเป็น 1 - 3 จากการยิงของ โทโมอากิ วาทานาเบ้ และเกือบจะได้อีกประตู น.13 จากฟรีคิกของ ยูซึเกะ โคมิยาม่า สุรพงศ์ ทมพา ต้องปัดทิ้งออกหลังไป

ทั้ง 2 ฝ่ายเล่นกันได้สนุกสูสีทันกันตลอด น.15 ไทยไล่มาเป็น 2 - 3 ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ลากตัดจากฝั่งขวาหักเข้ากลางแล้วยิงเสียบเสาไปประตูอย่างสวยงาม

น.18 ไทยเกือบตีเสมอได้จาก ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ที่มีโอกาส 2 ครั้งติดๆแต่ก็ยังไม่เข้าเป้า น.19 พนมกรณ์ สายสอน ล็อกหลบ ยูซึเกะ โคมิยาม่า กัปตันทีมของญี่ปุ่นจนหลังแทบหักแล้วยิงด้วยเท้าซ้ายไปชนเสากระเด้งออกมาอย่างเสียดาย

ไทยพลาดโอกาสทองอีกครั้งเมื่อได้ลูกจุดโทษจุดที่ 2 ในช่วงวินาทีสุดท้าย หลังจาก คาซูฮิโร่ นิบูยะ ทำฟาวล์และรับใบเหลืองไปด้วย ทำให้ฟาวล์รวมครบ 6 ครั้ง แต่ เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว ไปยิงเซฟของผู้รักษาประตูญี่ปุ่น ทำให้จบครึ่งแรก ไทยตามหลังญี่ปุ่น 2 - 3

ครึ่งหลังเริ่มมาไม่ถึงนาที วาตารุ คิทาฮาร่า ไปดึง ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เสียฟาวล์พร้อมรับใบเหลืองไปด้วย แล้วลูกฟรีคิกจังหวะนี้เอง กฤษดา วงษ์แก้ว เปิดเข้าเขตโทษ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง วิ่งโฉบเข้ามาบอลไปโดนชายโครงแฉลบเข้าประตูให้ไทยตีเสมอ 3 - 3

ถัดมาไม่กี่วินาที เทซึย่า มูราคามิ หลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนยิงผ่านมือ สุรพงษ์ ทมพา เป็นประตูให้ญี่ปุ่นขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3 - 4

น.29 ญี่ปุ่นเกือบจะได้อีกประตูจากการต่อบอลพลาดของไทยบริเวณกลางสนาม เทซึย่า มูราคามิ ลากเดี่ยวก่อนวอลเลย์เต็มแรงแต่ยังดีที่ สุรพงศ์ ทมพา เซฟออกหลังไปได้

น.34 ไทยใกล้เคียงที่จะได้ประตูสุดๆเมื่อ กฤษดา วงษ์แก้ว ตัดบอลได้ก่อนลุยมาคนเดียวจากแดนตัวเองแล้วจิ้มหัวเกือกบอลพุ่งไปชนเสาอย่างจัง

เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายไทยเร่งเกมทำให้จ่ายบอลผิดพลาดบ่อยและเล่นเข้าทางญี่ปุ่นที่ได้โต้กลับงามๆหลายครั้ง ทำให้ ปูลปิส ต้องขอเวลานอกเพื่อแก้เกมใน น.37 หลังจากนั้นกลับมาเล่นกันต่อ ไทยหันมาเล่นพาวเวอร์เพลย์โดยให้ เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว ลงมาเล่นเป็นตัวสุดท้าย เพื่อรุกแบบเต็มสูบ

ญี่ปุ่นถูกไทยบุกกดดันอย่างหนักทำให้ มิเกล โรดริโก้ ต้องขอเวลานอกเพื่อแก้เกมในช่วง 45 วินาทีสุดท้าย ซึ่งกลับมาเล่นกันต่อไทยก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ ทำให้จบเกมไทยแพ้ญี่ปุ่น 3 - 4 รอล้างตาในวันพรุ่งนี้ที่จะพบกันเป็นนัดที่ 2

ภายหลังจบเกมการแข่งขัน โฆเซ่ มาเรีย ปาซอส เมนเดส "ปูลปิส" กุนซือทีมชาติไทยกล่าวว่า ยังต้องปรับเกมกันอีกเยอะสำหรับทีมชุดนี้ที่มีนักเตะใหม่หลายคน สิ่งที่ต่างกันระหว่างไทยกับญี่ปุ่นก็คือประสบการณ์ ผมได้ย้ำกับนักเตะว่าญี่ปุ่นจะเล่นงานเมื่อเราพลาดแล้วก็ทำได้ ขณะที่เรายังฉวยโอกาสได้ไม่ดีพอ ส่วนรูปเกมนั้นในช่วง 10 นาทีหลังของครึ่งแรกเราทำกันได้ดีมาก แต่ครึ่งหลังผิดพลาดกันเยอะเพราะบีบเกมญี่ปุ่นเยอะทำให้นักเตะเหนื่อย ซึ่งสิ่งที่ต้องปรับคือเกมรับเนื่องจากนักเตะที่มีประสบการณ์อำลาทีมไปแล้วหลายคน

ขณะที่ "บิ๊กป๋อม" อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการทีมชาติไทยได้กล่าวเช่นกันว่า เกมนี้เป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีที่สนุกเร้าใจและได้อรรถรสมาก โดยส่วนตัวแล้วมองว่าไทยได้ประตูแก้คืนช้าเกินไปหลังจากที่เสียไป 2 ประตูในช่วงต้นเกม แม้จะแพ้แต่ก็ต้องชมนักเตะทุกคนที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ และหวังว่าพรุ่งนี้เราจะกลับมาเอาชนะญี่ปุ่นได้

สำหรับโปรแกรมในนัดต่อไปของ "แบงค็อก ฟุตซอล ซูเปอร์แมตช์ 2010" ไทยจะพบกับญี่ปุ่นเป็นนัดที่ 2 ในวันที่ 12 ธ.ค. เวลา 15.00 น. ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1

ข่าวอื่นๆ ของ Administrator
ฟุตบอลทีมชาติไทย
โซเชียลสับเละ!!! วิจารณ์ยับเยิน นพพล หัวร้อนโพสต์ท...
ไทยลีก 1
ขัดจริยธรรม!!ทนายโบ้จี้สมยศลาออก วอนบิ๊กตู่อย่าเพิ...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น