Volley Talk : ทำไมนักกีฬาไทยถึงเกมรับไม่ดี

"อยากให้ทีมไทยมีเกมรับที่ดีจัง" ประโยคยอดฮิตที่โผล่ขึ้นมาเป็นประจำเวลาที่มีการแข่งขันเกิดขึ้น ซึ่งประโยคที่ว่านั้นเหมือนเป็นคำถามที่แฟนวอลเลย์บอลพยายามจะหาเหตุผลเพื่อได้รู้ว่าแท้จริงแล้วต้นต่อมันเกิดจากอะไรทำไมเป็นสิ่งที่แก้ไม่ตกเสียที

หมายเหตุตัวโตๆเลย อยากจะบอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ขออนุญาตเน้นไปทางวอลเลย์บอลหญิงอย่างเดียว เพราะทักษะการรับของประเภทชายในวงการยุวชนเยาวชนทำได้ค่อนข้างดีแล้ว

อย่างแรกเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าวอลเลย์บอลในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วโรงเรียนต่างๆทำทีมต้องเน้นไปที่ผลการแข่งขันเป็นหลัก เพราะถ้าทีมไม่มีผลงานก็จะส่งผลต่อการพิจารณาเพื่อส่งเสริมงบประมาณจากผู้บริหารของโรงเรียน 

ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วโครงสร้างของการทำทีมก็จะไปเน้นผู้เล่นให้มีทักษะในการตีให้ดีก่อนเป็นอันดับแรกๆ ยกบอลให้สูงไปที่หัวเสาแล้วก็ตีแรงๆเอาไว้ก่อน ยิ่งทีมไหนมีตัวหัวเสาที่เพิ่งพาได้สักคน โอกาสที่จะได้เข้ารอบลึกๆก็สูง 

นี่ไม่ใช่ความผิดของโรงเรียนนั้นๆ เพราะมันเป็นทางออกไม่กี่ทางที่จะทำให้ทีมมีผลงานพอที่จะเอาไปต่อรองกับผู้บริหารเพื่อจะให้งบประมาณในการส่งเสริมทำทีมยังคงอยู่

แต่ต่อให้มีงบ...โค้ชที่ทำวอลเลย์บอลแทบทุกคนก็ต้องควักเงินตัวเองเพื่อให้เด็กๆในทีมลำบากน้อยที่สุด


อีกหนึ่งสาเหตุใหญ่ และ อยากให้แฟนวอลเลย์บอลเข้าใจ เข้าใจ เข้าใจมากๆ คือการซ้อมเพื่อแข่งกับการซ้อมทักษะมันไม่เหมือนกัน

ช่วงก่อนทีมจะมีการแข่งขัน การซ้อมจะเน้นโครงสร้างการขึ้นเกมเป็นหลักๆ และ ทำให้เวลาไม่พอที่จะมาเน้นทักษะบุคคล มันจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ทักษะของเด็กไทยในการรับมันดูขัดตา

เท่านั้นยังไม่พอ บางโรงเรียนมีนักกีฬาที่ต้องดูแลมากกว่า 40 คน แล้วมีโค้ชและทีมงานรวมกันอยู่ 3 คน แบบนี้จะสอนเด็กได้ทั่วถึงอย่างไร ???

แต่บางโรงเรียนก็ได้ปรับการซ้อมใหม่ รูปแบบใหม่ จนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นว่าการรับของเด็กๆจาก 2-3 โรงเรียนนี้ดูเด่นกว่าที่อื่นๆในระดับยุวชน-เยาวชน ขอชื่นชมเลยว่าเป็นทิศทางที่ดีมากๆ

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าเรื่องนี้โทษใครไม่ได้จริงๆ เพราะมันเป็นระบบที่ถูกฝังมานาน 

ผมเคยถามนักกีฬาระดับเยาวชนอยู่บ่อยๆว่า "ซ้อมทีมชาติกับซ้อมโรงเรียนต่างกันแค่ไหน"

น้องหลายคนพูดเหมือนกันคือ "ต่างกันมาก ทักษะบางอย่างก็ไม่เคยได้ซ้อมเลย"

นั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟนวอลเลย์บอลจะตั้งคำถามเรื่องการรับบอลของไทยอยู่เป็นประจำ

___________________________________

ปัญหาพวกนี้ทางออกไม่ใช่การหาคนผิด แต่ควรมาร่วมกันหาทางออก จริงอยู่มันอาจจะมีหลายทาง แต่ถ้าทุกคนมัวแต่คิดแล้วไม่ลงมือทำก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร

จนในที่สุดสิ่งที่โค้ชส่วนกลางของสมาคมฯก็เริ่มมีแนวทางขึ้นมาบ้างแล้ว นั้นก็คือ"โครงการสุดยอดเยาวชนลูกยางไทย" Super Junior Volleyball Project

กิจกรรมนี้จัดแล้วแล้วเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา แล้วก็ลากยาวต่อเนื่องไปถึง 9 วัน

ที่มาที่ไปของโครงการนี้มันมาจากอะไร ?

มันเริ่มจากโค้ชทีมชาติสองท่านคือ โค้ชด่วน ดนัย ศรีวัชรเมธากุล กับ โค้ชชำนาญ ดอกไม้ ได้ออกไปดูพัฒนาการของนักกีฬาระดับอายุ 14-16 ปี ตามรายการต่างๆทั่วประเทศ แล้วเห็นว่ามีนักกีฬาจำนวนไม่น้อยที่มีหน่วยก้านดี มีรูปร่างน่าสนใจ และ อยากจะนำมาสานต่อ จึงเป็นที่มาของจุดเริ่มต้น

แต่โครงการนี้ไม่ได้ตกนักกีฬามาร่วมกิจกรรมเท่านั้น แต่ยังพ่วงโค้ชโรงเรียนที่เป็นเจ้าของนักกีฬาเข้ามาร่วมวงด้วย

ระยะเวลา 9 วัน นักกีฬาจำนวน 25 คนจะได้รับการสอนทักษะในด้านต่างๆ ได้ความรู้ในแง่ทฤษฎีไม่ว่าจะเป็นเรื่องแผนการเล่น,การดูแลสภาพร่างกาย,หลักการเคลื่อนที่(ชีวะกลศาสตร์) เป็นต้น

ทางตรงนักกีฬาได้ความรู้ ทางอ้อมคือกลุ่มโค้ชที่เดินทางมานั้นได้เห็นการซ้อมในระบบของทีมชาติ การวางแผนการซ้อม การกำหนดเป้าหมายการฝึก การแบ่งเวลาการฝึกระหว่างทักษะกับแผนการเล่น ความรู้เรื่องการรักษาสภาพร่างกายนักกีฬา ขอบเขตการซ้อมของนักกีฬาระดับเยาวชน 

โค้ชหลายคนที่มาครั้งนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่า"การซ้อมและความรู้ครั้งนี้นำไปปรับใช้ได้จริง เพราะมีหลายอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องทำอย่างไร" 

อย่างที่บอกเอาไว้ว่าเรื่องพวกนี้ไม่มีใครผิด และ ไม่มีใครถูกทั้งหมด การรวมมือกันต่างหากที่จะทำให้ทิศทางของวงการเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

โครงการนี้มันอาจจะไม่สามารถตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าจะพลิกวงการได้ แต่อย่างน้อยมันคือการเริ่มต้นที่ดี มันดูชัดกว่าโครงการเด็กสูงไม่น้อย เพราะหลายฝ่ายมีการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชโรงเรียน กับ โค้ชส่วนกลาง มีการแลกเปลี่ยนความรู้ และ แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน

แม้ว่าโครงการครั้งแรกจะจบไปแล้ว แต่โค้ชส่วนกลางยังคงจะติดตามการพัฒนาของนักกีฬากลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง จุดนี้ขอชื่นชมโค้ชชำนาญ และ โค้ชด่วน ที่ลงแรงไปดูเด็กด้วยตัวเองจริงๆที่สนามต่างๆ ไหนจะต้องขอบคุณกลุ่มกรรมการผู้ตัดสินที่คอยแจ้งให้กับโค้ชทราบว่ามีเด็กคนไหนที่น่าสนใจด้วย

ส่วนโครงการเด็กสูงนั้นน่าจะเหมาะกับประเภททีมชายมากกว่า จากนี้ก็รอดูว่าทิศทางหรือการปรับปรุงในปีที่ 3  ของโครงการเด็กสูงประเภทหญิงจะเป็นอย่างไร 

แต่ ณ เวลานี้มีความเห็นส่วนตัวว่ากิจกรรมใหม่ที่เริ่มทำครั้งนี้มันดูเหมาะกับวงการวอลเลย์บอลบ้านเรามาก และ ลุ้นว่าจะต่อยอดอย่างไร ครั้งที่สองจะมีตอนไหน แต่ละครั้งที่เรียกมาจะใช้เวลานานแค่ไหน ใจก็อยากให้มาอยู่กันนานๆสัก 1-2 สัปดาห์ต่อเดือนก็ดีไม่น้อย  หรือจะเปิดกว้างให้โค้ชที่สนใจเข้าไปรับความรู้ด้วยก็ดี 

สอนนักกีฬา 1 คน ได้ความรู้แค่ 1 คน
สอนโค้ช 1 คน จะมีนักกีฬาที่ได้ความรู้ไปอีกมากกว่า 100 คน

เอก ประวิตร

บทความอื่นๆ ของ เอก ประวิตร
เอก ประวิตร
Volley Talk : กำลังใจสำคัญแค่ไหน
เอก ประวิตร
Volley Talk : ใครทำเธอเจ็บ
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น