ยกที่ 4!! สงครามสุดท้ายของ กว่างโซ้ง กับ กิเลน ใครจะเข้าวิน

ยกที่ 4!! สงครามสุดท้ายของ กว่างโซ้ง กับ กิเลน ใครจะเข้าวิน
ยกที่ 4!! สงครามสุดท้ายของ กว่างโซ้ง กับ กิเลน ใครจะเข้าวิน

วันพุธที่ 22 พ.ย.นี้ ถึงเวลาที่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลลีก คัพ 2017 จะลงฟาดแข้งชิงชัยกัน แน่นอนเรารู้อยู่แล้วว่าคู่ชิง เป็นการโคจรมาพบกันครั้งที่ 4 ในฤดูกาลนี้ของ เอสซีจี เมืองทองฯ และ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งจะมีหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้ครอบครองถ้วยใบนี้ ส่วนจะเป็นใครนั้นวันพุธนี้คงได้รู้กัน

ถือเป็นครั้งแรกของทั้งเอสซีจี เมืองทองฯ และ เชียงราย ยูไนเต็ด กับการลงสนามในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลลีก คัพ สำหรับกว่างโซ้ง นั้นนี่เป็นการเข้าชิงบอลถ้วยครั้งแรกของสโมสรด้วย ส่วนกิเลนผยอง แม้จะพกดีกรีแชมป์เก่า แต่เมื่อปีที่แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ โดยเป็นแชมป์ร่วมกันกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดังนั้นวันพุธนี้จึงเป็นรอบชิงชนะเลิศลีกคัพ หนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรของทั้งคู่

พูดถึงชื่อชั้นและศักยภาพของทั้งสองทีมในปีนี้ถือว่าไม่แตกต่างกันมาก เมืองทองฯ เรารู้ดีว่าเป็นทีมใหญ่และลุ้นแชมป์เกือบทุกรายการอยู่แล้ว ขณะที่เชียงราย ปีนี้ก็เป็นทีมเจ้าบุญทุ่มที่ยกระดับสโมสรขึ้นมาเทียบชั้นกับบุรีรัมย์ และ เมืองทองฯ ไปแล้ว ทำให้การเจอกันครั้งนี้จึงเป็นเกมที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะเป็นบอลสามหน้า เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น และใครจะเป็นแชมป์

ทั้งคู่เจอกันมาแล้วในฤดูกาล 3 ครั้ง โดยในไทยลีกเป็นกิเลนผยองที่ชนะได้ทั้งไปและกลับ โดยเกมแรกที่เอสซีจี สเตเดี้ยม ชนะมา 4-2 และล่าสุดที่สิงห์ ปาร์ค สเตเดี้ยม ก็บุกชนะ 1-0 ส่วนอีกเกมเป็นรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ซึ่งเล่นกันที่ราชมังคลากีฬาสถาน เกมนั้นเตะกันดุเดือดเลือดพล่าน ใส่กันไฟแลบ ก่อนที่จะเสมอกัน 120 นาที 2-2 และต้องดวลจุดโทษตัดสิน ซึ่งก็เป็นกว่างโซ้ง ที่เฉียบคมกว่า เอาชนะไปได้

เท่ากับว่าใน 3 เกมที่เจอกัน ถ้านับเฉพาะ 90 นาที เมืองทอง นั้นมีผลงานที่ดีกว่า แต่อย่างที่รู้กันฟุตบอลเมื่อมาถึงนัดชิงชนะเลิศ เป็นบอลนัดเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งการต้องมาพบกันครั้งที่ 4 นี้น่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์แฟนบอลอย่างแน่นอน

มาว่ากันที่ความพร้อมและขุมกำลังล่าสุดของทั้งสองทีมว่าก่อนออกรบแต่ละทีมจะพร้อมแค่ไหน 

เริ่มจาก เอสซีจี เมืองทองฯ ในฐานะแชมป์เก่า ซึ่งเกมนี้ "โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน กุนซือใหญ่น่าจะปวดหัวกับการจัดทัพเล็กน้อย โดยเฉพาะเกมรับที่มีทั้งนักเตะติดโทษแบนและบาดเจ็บกันระนาว ที่แบนลงไม่ได้แน่ๆ ก็คือ เซลิโอ ซานโตส ปราการหลังร่างยักษ์ ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของทีมมาตลอดในฤดูกาลนี้ ส่วนที่เจ็บและลงไม่ได้อีกสองคน คือ อดิศร พรหมรักษ์ และ ทริสตอง โด ขณะที่แดนกลางและแนวรุกถือว่าฟิตเต็มสูบ

โดยนักเตะกำลังสำคัญของกิเลนผยอง ที่เป็นตัวชูโรงก็จะมี ธีราทร บุญมาทัน,ธีรศิลป์ แดงดา,เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดส และ เลอันโดร อัสซัมป์เซา ซึ่งทั้งหมดพร้อมลงสนามและจะเป็นตัวแปลสำคัญของแชมป์เก่าในนัดชิงชนะเลิศ

โดย 11 ผู้เล่นตัวจริงที่จะลงสนาม จากการคาดการณ์ คิดว่า "โค้ชแบน" ก็น่าจะจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตูแน่นอนว่าจะเป็น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แบ็กขวาน่าจะใช้บริการ วัฒนา พลายนุ่ม ที่ทำผลงานได้ดีในเกมลีกนัดล่าสุด แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คู่เซ็นเตอร์ นาโออากิ อาโอยามะ กับ นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ แดนหลางมี ชาริล ชัปปุยส์ เป็นตัวคุมจังหวะ โดยใช้ สารัช อยู่เย็น กับ ธีราทร บุญมาทัน คอยทำเกมรุก และสามประสานแดนหน้าก็คงเป็น ธีรศิลป์ แดงดา,เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดส และ เลอันโดร อัสซัมป์เซา

ดูจากขุมกำลังถ้าเป็นตามนี้ ปัญหาก็คงจะอยู่ที่เกมรับนั่นแหละ เพราะไม่มี เซลิโอ แต่ นุกูลกิจ เองก็ลงเล่นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ก็อาจจะจะทดแทนได้ ส่วนแบ็กขวาก็เป็นอีกตำแหน่งที่น่าเป็นห่วง หากไม่เล่นระบบนี้ ก็มีทางเลือกให้โค้ชแบนโดยการใช้หลัง 3 ซึ่งน่าจะหุบ วัฒนา ไม่ยืน 3 เซ็นเตอร์ร่วมกับ อาโอ และ นุกูลกิจ และอาจจะส่ง ปีโป้ มาเล่นวิงแบ็กขวาเหมือนในเกมรอบรองฯ แต่ดูแล้วไม่น่าจะเวิร์ค

คราวนี้มาดูกันที่ผู้ท้าชิงอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ที่มี อเล็กซานเดร กามา คุมทัพ นี่เป็นถ้วยใบแรกที่เชียงราย จะลงลุ้นแชมป์ในปีนี้ เพราะพวกเขายังมีถ้วยเอฟเอ คัพ รออยู่อีกหนึ่งใบ ก็วัดใจดูว่า อเล็กซานเดร กามา จะจัดทัพใหญ่เอาทั้งสองถ้วย หรือจะเน้นถ้วยใดถ้วยนึง ซึ่งถ้าเน้นถ้วยใดถ้วยนึ่งความเห็นผมก็น่าจะเป็นเอฟเอ คัพ เพราะจะได้สิทธิ์ไปเตะเอเอฟซี ชปล. แต่เมื่อมาถึงรอบนี้แล้วก็คงจะเอาทั้งสองถ้วยแหละครับ ถ้าเป็นผมก็ใส่เต็มไปก่อนนัดนี้ จะแชมป์ไม่แชมป์ไม่รู้ แล้วก็ค่อยไปว่ากันใหม่ในเอฟเอ คัพ ถ้าจะมาสะมะกึ๊ก สะมะกั๊ก ห่วงพะวงถ้วยนู้นถ้วยนี้เดี๊่ยวมันจะวี๊ดทั้งสองถ้วย ดูแล้วเกมนี้ก็คงใส่เต็มที่แน่นอน

เรื่องตัวผู้เล่นถือว่าค่อนข้างพร้อมและฟูลทีม จะมีก็แต่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่เจ็บไปนมนานแล้ว ตัวหลักๆ ที่ใช้ในเลกสองก็พร้อมทุกขุมกำลัง โดยนักเตะแกนหลักที่จะเป็นตัวชี้ชะตาของทีมก็จะมีอย่าง ฉัตรชัย บุตรพรม นายทวารจอมหนึบที่ทำเมืองทองฯ ตกรอบเอฟเอ มาแล้ว กัปตันทีมอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และสองคู่หูแนวรุกแซมบ้าอย่าง วานเดอร์ส หลุยส์ และ ฟิลิเป้ อเซเวโด้

โดยผู้เล่นตัวจริงที่คาด น่าจะมาในระบบ 3-4-1-2 ที่ใช้มาตลอด ผู้รักษาประตูน่าจะเป็น ฉัตรชัย บุตรพรม ที่ลงประจำในบอลถ้วย กองหลัง 3 คน เอเวอร์ตัน กอนคาลเวส,อาทิตย์ ดาวสว่าง และ ชินภัทร ลีเอาะ โดยมี ประทุม ชูทอง เป็นตัวสอดแทรก แดนกลาง 4 คน กราบขวา ปิยพล ผานิชกุล ด้านซ้าย สุริยา สิงห์มุ้ย โดยมี ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กับ พิธิวัต สุขจิตรธรรมกุล ทำเกมตรงกลาง ตัวรุกใช้ ศิวกร เตียตระกูล และคู่หน้า วานเดอร์ส หลุยส์ กับ ฟิลิเป้ อเซเวโด้

ซึ่งถ้าดูจากขุมกำลังแล้วก็ต้องบอกว่าคู่คี่สูสีกัน เมืองทองฯ อาจจะได้เรื่องชื่อชั้นเพราะมีตัวทีมชาติมากกว่า ส่วนของเชียงราย ก็เป็นระดับทีมชาติเช่นกันแต่จะเป็นดาวรุ่งซะส่วนใหญ่ แต่อย่างที่บอกเรื่องชื่อชั้นมันเอามาวัดอะไรไม่ได้ในบอลนัดชิงแบบนี้อยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้หมด อยู่ที่ว่าใครจะทำได้ดีกว่ากันในเกมวันนั้น

สุดท้ายมาว่ากุนที่ตัวกุนซือทั้งสองทีม เรื่องของประสบการณ์ก็คงจะต้องยกให้ อเล็กซานเดร กามา ที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอายุงาน ผ่านการทำทีมระดับนานาชาติมาแล้ว อีกทั้งในเมืองไทยก็กวาดแชมป์กับบุรีรัมย์ มาทุกรายการ ถ้าจะนับความสำเร็จที่ผ่านมากับบอลไทย พาทีมบุรีรัมย์ คว้าแชมป์ไทยลีก 2 สมัย 2014,2015 แชมป์เอฟเอ คัพ 2015 และ ลีกคัพ 2015 นอกนั้นก็ยังมีถ้วย ก. ฟุตบอลรายการพิเศษอื่นๆ อีก 

ขณะที่ โค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน แชมป์ระดับเมเจอร์ ก็มีไทยลีก กับเอสซีจี เมืองมองฯ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว 2016 ส่วนลีกคัพพาทีมคว้าแชมป์แต่ไม่ได้ลงเตะนัดชิง และก็ได้แชมป์ดิวิชั่น 1 กับเพื่อนตำรวจ ปี 2015 ขณะที่การคุมทีมในนัดชิงบอลถ้วยถ้าไม่นับถ้วย ก. หรือไทยแลนแชมเปี้ยนส์คัพ ก็มีแค่การคุมทีมบีอีซี เทโร ชิงเอฟเอ คัพ กับ การท่าเรือ เมื่อปี 2009 ซึ่งก็พ่ายสิงห์เจ้าท่าไป  ถ้าเทียบจากผลงานกุนซือกิเลนผยองดูจะเป็นรองนิดๆ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาก็แค่เป็นผลงานการเจอกัน และการคาดการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับตัวผู้เล่น และความพร้อมของทั้งสองทีม มันคงตัดสินไม่ได้ว่าท้ายที่สุดใครจะเป็นแชมป์ลีก คัพ ในฤดูกาลนี้ สำหรับแฟนบอลทั้งสองสโมสรก็ไปตามลุ้นตามเชียร์กันที่สนามศุภชลาศัย ในวันพุธที่ 22 พ.ย.นี้ ก็แล้วกันครับ ผมมั่นใจว่าเกมนัดนี้สนุก เข้มข้น เร้าใจ สมการรอคอยแน่นอน

มูซาชิ 

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
แชมป์ FA CUP จุดเริ่มต้นสู่ความยิ่งใหญ่ของ เชียงรา...
รอบรั้วบอลไทย
มีอะไรใหม่??? ในศึกไทยลีก 2018
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น