มีอะไรใหม่??? ในศึกไทยลีก 2018

มีอะไรใหม่??? ในศึกไทยลีก 2018
มีอะไรใหม่??? ในศึกไทยลีก 2018

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2017 จบลงไปด้วยความเรียบร้อย นัดสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ที่ 18 พ.ย.60 ที่ผ่านมา ซึ่งก็มีทั้งทีมที่สุขสมหวัง และทีมที่ผิดหวังกับผลงานของตัวเอง อย่างไรก็ดีทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งจากนี้จะมีเวลาอีกสองเดือนกว่าๆ ที่ไทยลีก ฤดูกาลใหม่จะมาถึง และแน่นอนว่าซีซั่นใหม่ ก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน

ฟุตบอลไทยลีกที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป อาจไม่ใช่ฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จมากนักในแง่ของกระแสตอบรับจากแฟนบอล รวมทั้งเรื่องของรายได้ต่างๆ ของสโมสร ดังจะเห็นได้จากจำนวนแฟนบอลในแต่ละสนามที่น้อยถึงน้อยมากในฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างในเกมนัดสุดท้ายที่เตะกันไปเมื่อวานนี้ (18 พ.ย.60) ถ้าเป็นแต่ก่อนแฟนบอลจะแน่นเกือบทุกสนาม เพราะต้องการเข้าไปให้กำลังใจและฉลองเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 

แต่เมื่อวานนี้ผมดูแฟนบอลแต่ละสนามต้องบอกว่าเงียบเหงามากๆ ซึ่งนี่คงจะเป็นการบ้านสำคัญของสมาคมฯ ไทยลีก ฝ่ายจัดการแข่งขัน รวมทั้งทุกสโมสรจะต้องคิดอ่านเพื่อให้แฟนบอลกลับมาเข้าสนามให้ได้ในฤดูกาลหน้า

ในส่วนของฤดูกาลใหม่ 2018 ที่จะมาถึง เรื่องของกำหนดการเปิดลีกก็คงจะได้เห้นข่าวไปบ้างแล้ว ผมสรุปอีกทีนึงแล้วกัน ฟุตบอลไทยลีก ซีซั่น 2018 จะเริ่มเปิดสนามฟาดแข้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ก.พ. 2561 และจะปิดฤดูกาลนัดสุดท้าย วันที่ 21 ต.ค. 2561 ส่วนตลาดซื้อขายนักเตะ เลกแรก จะเปิดวันที่ 14 พ.ย. 2560 และจะปิดวันที่ 5 ก.พ. 2561 ขณะที่ ตลาดซื้อขายนักเตะ เลกสอง จะเปิดวันที่ 11 มิ.ย. 2561 และจะปิดวันที่ 9 ก.ค. 2561 นี่ก็เป็นกำหนดการคร่าวๆ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นตามนี้

คราวนี้เรามาว่ากันที่ฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงนี้ มันมีอะไรที่น่าสนใจ มีอะไรใหม่ๆ ที่จะให้แฟนบอลได้ตื่นเต้นหรือเตรียมรับมือบ้าง

1.บ.ไทยลีก จำกัด โฉมใหม่

เริ่มที่เรื่องของฝ่ายจัดการแข่งขัน อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก นั้นดำเนินการจัดการแข่งขันโดย บริษัทไทยลีก ซึ่งผมมาทราบชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า จริงๆ แล้วฤดูกาลนี้ ชื่อเต็มของ บ.ไทยลีก คือ บริษัท ไทยลีก ดิวิชั่น 1 จำกัด ซึ่งถามผม ผมไม่รู้ว่าใครเป็นประธานบริษัท เพราะไม่เคยออกสื่อ เห็นแต่ ท่านนายกฯ และ มร.เบนจามิน ตัน รองประธานเท่านั้น ปีหน้าหวังว่าเราจะได้รู้จักท่านประธาน บ.ไทยลีก มากขึ้น และน่าจะมีบทบาทมากกว่าในฤดูกาลนี้

ส่วนที่ว่าโฉมใหม่ก็คือ ปีหน้า บริษัทไทยลีก ดิวิชั่น 1 จำกัด ก็จะมีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทยลีก จำกัด โดยมีหน้าที่ดูแลจัดการแข่งขัน ไทยลีก 1 และ ไทยลีก 2 เป็นหลัก และน่าจะรวมถึงลีกล่างด้วย โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บ.ไทยลีก ก็คือสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ ก็จะเป็นของสมาคมฯ ทั้งหมด 98.98 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้สมาคมฯ ได้เข้ามาดูการแข่งขันแบบเบ็ดเสร็จ โดยการทำแบบนี้ก็จะอิงมาจากฟุตบอลเจลีก ที่เจ้าของเจลีกก็คือสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นนั่นเอง โดยทั้งหมดเป็นการแนะนำจากฟีฟ่า

จะอย่างไรก็ตามเรื่องการบริหารจัดการ แฟนบอลอย่างเราคงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร ท่านจะทำอย่างไรก็เชิญละครับ เพียงแต่ว่าจัดการแข่งขันให้มันสำเร็จเรียบร้อยก็พอ และที่ถือเป็นปัญหาในฤดูกาลที่ผ่านมาเลยก็คือ เรื่องการจัดโปรแกรม ไม่ว่าจะบอลลีก บอลถ้วย บอลทีมชาติ ก็ขอให้มันไม่มั่วเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมาก็แล้วกัน ส่วนเรื่องอื่นๆ ท่านว่าดี ก็คงน่าจะดีอย่างท่านว่าครับผม

2.ต้อนรับทีมน้องใหม่

และแน่นอนฤดูกาลใหม่ก็ต้องมาพร้อมกับทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจาก T2 ซึ่งประกอบไปด้วย ชัยนาท ฮอร์นบิล แชมป์,แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี และ พีที ประจวบ เอฟซี สองทีมแรก นกใหญ่ และ อินทรีทัพฟ้า เคยผ่านการลงเล่นลีกสูงสุดของเมืองไทยมาแล้ว ดังนั้นเรื่องประสบการณ์ก็คงจะมีพอตัว แต่ทีมอย่าง ต่อพิฆาต หรือ พีที ประจวบ นั้น นี่คือการขึ้นมาโลดแล่นบนลีกสูงสุดครั้งแรก ดังนั้นคงจะต้องเตรียมตัวให้มากกว่าทีมอื่นๆ หลายเท่า

สำหรับทีมน้องใหม่ สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก็คือการเสริมทัพ ไม่ว่าจะตัวไทยหรือตัวนอก คงจะต้องเลือกกันดีๆ ในช่วงปรีซีซั่น เพราะการมาเล่นลีกสูงสุดนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด หากเสริมตัวได้ไม่ดี หรือคิดว่าจะใช้ผู้เล่นตัวหลักชุดปัจจุบัน ก็อาจจะเหนื่อยหน่อย และที่สำคัญปีหน้าตกชั้น 5 ทีม นั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ทุกทีมจะต้องพยายามฝ่าฟันและเอาตัวรอดไปให้ได้ ยังไงก็เอาใจช่วยทีมน้องใหม่ทั้งสามทีมนะครับ

3.กรรมการหลังประตู

เรื่องของการตัดสินเป็นปัญหาที่แฟนบอลออกมาด่ากันทุกปี และก็เชื่อว่าปีหน้ากรรมการบอลไทยก็ต้องโดนด่าอีกเหมือนเดิม แต่กระนั้นผมก็เห็นความตั้งใจของท่านนายกฯ ที่ต้องการจะยกระดับมาตรฐานของผู้ตัดสินฟุตบอลไทยให้ดีขึ้น โดยมีการส่งผู้ตัดสินไปอบรมต่างประเทศ ไปเรียนรู้การทำหน้าที่ของเชิ้ตดำระดับโลกเพื่อมาทำหน้าที่ในไทยลีกบ้านเรา

และอย่างที่รู้กันว่าปีหน้าฟุตบอลไทยลีกจะมีการเพิ่มผู้ตัดสินหลังประตูเข้าไป หรือเรียกว่าผู้ตัดสินที่ 5 และ ที่ 6 เหมือนกับลีกในยุโรปหรือฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่เราได้ดูกัน ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นก็มักจะมาจากในกรอบเขตโทษนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นการเป่าจุดโทษ หรือลูกยิงที่ไม่ชัดเจนว่าเข้าไปแล้วหรือยังไม่เข้า การมีผู้ตัดสินหลังประตูก้คงจะมาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้

ส่วนเรื่องโกล์ไลน์ หรือ VAR ก็คงต้องรอไปก่อนละครับ เพราะถ้าจะเอามาใช้ต้องใช้เงินหลายร้อยล้านเลยทีเดียว ซึ่งก็คงจะเกินตัวเกินไป และอีกอย่างเกี่ยวกับผู้ตัดสินก็คือเราจะได้เห็นผู้ตัดสินหน้าใหม่ที่เลื่อนชั้นมาจาก T2 ลงทำหน้าที่ในลีกสูงสุดอีกหลายคน แต่ก็ไม่รู้ว่าพวกเปาหน้าใหม่นี้จะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหนก็ต้องรอดูกัน

4.ตกชั้น 5 ทีม

เรื่องที่น่าสนใจที่สุดของฤดูกาล 2018 คงหนีไม่พ้นเรื่องการตกชั้น 5 ทีม ซึ่งแฟนบอลไทยทั่วไปคงจะทราบกันดีอยู่แล้วถึงเหตุผลว่าทำไมต้องตก 5 ทีม ส่วนใครที่ยังไม่รู้ผมอธิบายสั้นๆ อีกรอบละกันว่า ในปี 2019 สมาคมฯ จะลดขนาดไทยลีกให้เหลือ 16 ทีม ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 18 ทีม ดังนั้นปีหน้าจึงต้องหาทีมตกชั้นถึง 5 ทีมด้วยกัน

ซึ่งมันก็จะทำให้การแข่งขันนั้นดุเดือนเข้มข้นและเดิมพันสูงกว่าที่ผ่านๆ มาแน่นอน โดยเฉพาะพวกบรรดาทีมน้องใหม่ หรือทีมขนาดเล็ก และบางทีพวกทีมขบาดกลางหลายๆ ทีมก็มีร้อนมีหนาวด้วยเช่นกัน ดังนั้นฤดูกาลหากทีมไกนไม่แกร่งพอก็เตรียมกลับบ้านเก่าได้เลย

5.โควต้าอาเซียน

เรื่องสุดท้ายก็คือนักเตะอาเซียน ที่ปีหน้าไทยลีกจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องโควต้าผู้เล่นต่างชาติ จากเดิมคือ 3+1 มาเป็น 3+1+1 ซึ่งก็ทดลองใช้กับ T2 เมื่อฤดูกาลก่อนไปแล้ว สำหรับคนที่ไม่ได้ดูไทยลีกเป็นประจำก็คงจะงงว่ามันคืออะไรฟระ 3+1+1 สามแรกก็คือนักเตะต่างชาติที่มาจากยุโรป,อเมริกาใต้,แอฟริกา หรือโซนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เอเชีย ทุกทีมมีได้ 3 คน ส่วน +1 แรก ก็คือนักเตะเอเชีย และ +1 สุดท้ายก็คือนักเตะอาเซียน ดังนั้นหากทุกทีมมีนักเตะตามโควต้าก็จะสามารถส่งลงสนามได้ถึง 5 คน แต่ต้องมีตัวเอเชีย และตัวอาเซียน น่าจะเข้าใจนะ

แต่เท่าที่สำรวจดูแล้วเหมือนหลายๆ ทีมจะไม่ได้สนใจโควต้านักเตะอาเซียนเท่าไหร่ เพราะถ้าจะใช้อาเซียนก็เอานักเตะไทยดีกว่า ว่ากันตามตรงนักเตะอาเซียนถ้าไม่เก่งจริงก็ไม่รู้จะไปเอามาทำไม ดังนั้นพวกแข้งอาเซียนที่จะมาค้าแข้งไทยลีกคงจะเป้นบรรดาลูกครึ่งซะส่วนใหญ่ อย่างที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ก็น่าจะมีอย่าง สเตฟาโน่ ลิลิปาลี่ กองกลางทีมชาติอินโดฯ ลูกครึ่งฮอลแลนด์ หรือไม่ก็พวกลูกครึ่งทีมชาติฟิลิปปินส์ มีหลายคนที่น่าสนใจ ส่วนพวกนักเตะเวียดนาม,เมียนมา,กัมพูชา หรือมาเลย์ ดูแล้วคงจะลำบาก แต่ก็ไม่แน่อาจจะมีสโมสรต่างๆ ดึงตัวนักเตะเหล่านี้มาเพื่อเปิดตลาดอาเซียนก็เป็นได้

นี่ก็เป็น 5 เรื่องใหม่ที่เราจะได้เห็นในศึกฟุตบอลไทยลีก 2018 แต่อีกอย่างที่ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงก็คือแฟนบอลในสนาม ที่อยากให้กลับมาเต็มสนามเหมือนแต่ก่อน แล้วฟุตบอลไทยของเราจะสนุกกว่าเดิมแน่นอน 

มูซาชิ

 

 

 

 

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
แชมป์ FA CUP จุดเริ่มต้นสู่ความยิ่งใหญ่ของ เชียงรา...
รอบรั้วบอลไทย
ยกที่ 4!! สงครามสุดท้ายของ กว่างโซ้ง กับ กิเลน ใคร...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น