ทำยังไง...ให้ไทยลีกกลับมาบูมอีกครั้ง ในปี 2018

ทำยังไง...ให้ไทยลีกกลับมาบูมอีกครั้ง ในปี 2018
ทำยังไง...ให้ไทยลีกกลับมาบูมอีกครั้ง ในปี 2018

อีกสัปดาห์เดียวฟุตบอลไทยลีก 2017 ก็จะจบฤดูกาล โดยทุกอย่างนั้นได้ข้อสรุปไปหมดแล้ว ทั้งแชมป์และทีมตกชั้น ทำให้โปรแกรมในช่วง 2-3 นัดสุดท้ายแทบจะหมดความสนุก และไม่มีอะไรที่น่าสนใจเป็นไฮไลท์ของงานเลย จากนี้ก็คงเหลือนัดชิงชนะเลิศของบอลถ้วยทั้งสองรายการที่จะชิงดำกันในสัปดาห์ถัดไป และทุกอย่างก็จะรูดม่านปิดฉากในฤดูกาลนี้

พูดถึงการแข่งขันฟุตบอลไทย ฤดูกาล 2017 นี้ อย่างที่ทราบกันดีว่ากระแสความนิยมต่างๆ นั้นลดน้อยถอยลงไปอย่างมาก ถ้าเทียบกับฤดูกาลก่อนๆ ขอออกตัวก่อนว่าคอมไม่ได้ต้องการจะเปรียบเทียบเรื่องการบริหารจัดการของสมาคมฟุตบอลฯ ชุดใหม่ กับชุดเก่า นะครับ เดี๋ยวอ่านกันไปเข้าใจคนละอย่างเอาไปตีความนู้นนี่นั้นก็จะมาดราม่ากันอีก

มันหมดเวลาแล้วครับที่เราจะไปพูดถึงสมาคมชุดนั้นดีกว่า ชุดนู้ันดีกว่า ชุดนี้แย่กว่า อะไรทำนองนี้ เราต้องยืนกันด้วยหลักแห่งความเป็นจริงและมองกันที่ปัจจุบัน ที่เขียนถึงเรื่องนี้ก็เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบปัญหา และนำไปปรับปรุงแก้ไขสำหรับฤดูกาล 2018 ที่กำลังจะมาถึง เพราะถ้าการแข่งขันยังเป็นในรูปแบบเดิมเหมือนฤดูกาลนี้ ฟุตบอลไทยก็คงจะถอยหลังลงคลองไปเรื่อยๆ และวันนึงก็คงจะไม่ต่างกับเอสลีก หรือวีลีกที่เคยเฟื่องฟูมาก่อนไทยลีกเสียอีก

ผมเริ่มเข้ามาข่าวฟุตบอลไทยอย่างจริงๆ จังๆ ตั้งแต่ปี 2009 ปีที่ฟุตบอลไทยลีกเริ่มตั้งไข่ใหม่ๆ หลังจากมีการรวมเอาลีกของสมาคม กับโปรวินเชียลลีกมารวมกันเป็นฟุตบอลไทยลีก ตั้งแต่ปี 2007 หรือ พ.ศ.2552 ตอนที่ผมเข้ามาเป็นนักข่าวฟุตบอลไทย ตอนนั้นไทยลีกก็ดำเนินการแข่งขันมาได้ 2 ฤดูกาลแล้ว นี่เป็นปีที่สาม และเป็นปีแรกที่ผมเข้ามาทำงาน

ในช่วงแรกที่มีการรวมลีก ฤดูกาล 2007-2008 ถามว่าฟุตบอลไทยลีกตอนนั้นกระแสเป็นอย่างไรบ้าง ก็ถือว่าค่อนข้างได้รับความนิยมเลยทีเดียว โดยเฉพาะทีมจังหวัด อย่างชลบุรี ที่เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ไทยลีก 2007 หลังรวมลีกกันมาก็สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ต่อด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ตอนนั้นเล่นอยู่ที่อยุธยา เรียกได้ว่าพวกบรรดาทีมต่างจังหวัดนั้นกระแสไทยลีกดีมากๆ แฟนบอลแน่นสนาม

พอมาปี 2009 ปีที่เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดจากการเป็นแชมป์ ด.2 ในปี 2007 ต่อด้วยแชมป์ ด.1 ในปี 2008 ทำให้กระแสความนิยมไทยลีกเริ่มเข้ามายังเมืองหลวง และแฟนบอลในกรุงเทพก็เริ่มหันมาสนใจไทยลีกมากยิ่งขึ้น แต่กระนั้นความนิยมส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ที่ต่างจังหวัดอยู่ดี ทีมที่เล่นในกรุงเทพถ้าไปดูในสนามแฟนบอลนับหัวได้เลย จะมีที่แฟนเยอะก็คงจะเป็นเมืองทองฯ นี่แหละจะว่าไปก็อยู่นนทบุรี ไม่ได้กรุงเทพซะทีเดียว ซึ่งก็ถือเป็นทีมที่สร้างปรากฎการณ์ต่างๆ ขึ้นมามากมาย

ปีนั้นที่ผมทำข่าวเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปดูบอลไทยลีกในสนาม และไปแทบจะครบทุกสโมสร ทุกสนาม มันรู้สึกได้ถึงความสุขบางอย่างที่ผมไม่รู้จะอธิบายมันอย่างไร คือมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เวลาไปดูบอลที่สนามโดยเฉพาะตามต่างจังหวัด ได้เห็นแฟนบอลที่มาเชียร์ทีมบ้านเกิดของตัวเอง ได้เห็นพ่อค้าแม่ค้ามาขายของหน้าสนาม ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในสนามฟุตบอล คือให้เข้าใจง่ายๆ มันคือเสน่ห์ของฟุตบอลไทยนั่นแหละ

ตอนที่ผมทำข่าวใหม่ๆ นั้น ทุกครั้งที่ไปสนามผมจะรู้สึกว่ามันสนุก อยากกลับมาดูอีกทุกๆ อาทิตย์ อยากมาทำข่าวไทยลีกอีก และผมคิดว่าแฟนบอลในยุคนั้นก็คงรู้สึกเหมือนผมที่มาสนามแล้วก็อยากไปอีก อยากไปทุกๆ นัดที่ทีมของเรามีเตะ อะไรทำนองนั้น แต่สิ่งเหล่านี้ผมไม่รู้สึกกับการไปทำข่าวไทยลีกเลยโดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ คำว่าเสน่ห์ของฟุตบอล สนามบอลไทยลีกมันหายไปไหนก็ไม่รู้ 

อาจจะเป็นเพราะผมชาชิน กับมันหรือเปล่า ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนตอนที่ทำข่าวใหม่ๆ ที่เพิ่งจะเรียบจบมา กำลังเป็นวัยรุ่นไฟแรง ก็เลยคงตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆ ที่เจอ แต่ผมว่าก็ไม่นะ เพราะผมเองก็ยังมีไฟที่จะทำข่าวอยู่ ยังสนุกกับการดูฟุตบอลทั้งไทยและเทศ เพียงแต่ความสนุกของฟุตบอลสมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง นั่นแหละคือสิ่งที่เรากำลังหาเหตุผลมันอยู่ว่าเพราะอะไร

ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ฟุตบอลไทยเงียบเหงาที่สุดแล้วผมว่า ทุกลีกตั้งแต่ ไทยลีก ยันไทยลีก 4 ไม่นับอเมเจอร์ลีกนะครับ แฟนบอลนี่โหรงเหรงมากแต่ละสนาม ไทยลีกที่เคยคึกคัก พวกบรรดาทีมใหญ่ หรือทีมต่างจังหวัดที่คนดูเยอะๆ ปีนี้เงียบกริบ ลีกรองแฟนบอลน้อยอยู่แล้วอันนี้พอเข้าใจ แต่มันก็หายไปจากเดิมเยอะอยู่ดี แต่ที่ตกใจสุดๆ ก็คือลีกรากหญ้า ปีนี้เปลี่ยนมาเป็น T3-T4 แฟนบอลแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ อีกทั้งข่าวสารทางสื่อต่างๆ ก็น้อยถึงน้อยมาก

เอาว่าแต่ก่อนฟุตบอลดิวิชั่น 2 เดิม นี่แฟนบอลต่างจังหวัดเต็มสนามแทบทุกคู่ ข่าวสารก็มีให้ติดตามมากมาย แต่มาปีนี้ข่าวน้อยมาก การถ่ายทอดสดก็ไม่มี แฟนบอลก็เลยไม่ได้รับรู้อะไร ไปเชียร์บ้างไม่เชียร์บ้าง และก็ไม่มีอารมณ์ร่วมใดๆ กับลีก กับทีมเชียร์ของตัวเองทั้งสิ้น มันก็เลยทำให้กระแสตกลงไปอย่างน่าใจหาย  

แต่เอาละปีนี้มันกำลังจะผ่านไป เราก็คงจะไปแก้ไขอะไรมันไม่ได้ จากนี้ก็คงต้องมองไปถึงอนาคตอันใกล้โดยเฉพาะฤดูกาล 2018 ที่จะมาถึงในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า เราจะทำอย่างไรให้ฟุตบอลไทยของเรากลับมาบูมเหมือนที่มันเคยเป็นอีกครั้ง ผมเองก็ลองคิดวิเคราะห์ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ก็พอจะแตกออกมาได้ประมาณ 4-5 ข้อใหญ่ๆ ซึ่งมันอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ถ้าใครมีอะไรแนะนำเพิ่มก็ว่ากันมา หรือคิดว่าอะไรที่ผมจะบอกต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ก็เสนอแนะเข้ามาด้วยเหตุและผลได้เช่นกัน 

1.ต้องมีประธานไทยลีก

ฟุตบอลไทยลีก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา มีใครรู้ไหมครับว่า ประธานไทยลีกคือใคร จริงๆ มีนะครับ ทางสมาคมฯ ก็มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะไทยลีกจัดการแข่งขันด้วย บริษัทไทยลีก ดิวิชั่น 1 จำกัด ดังนั้นต้องมีประธานบริษัทอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ปธ.ไทยลีก ที่แต่งตั้งมานั้นเหมือนจะเป็นแต่ในนามเท่านั้น แต่ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจอะไร หรือออกสื่อให้สัมภาษณ์นู่นนี่นั้น อย่างในอดีตเราคงจำกันได้ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ที่เมื่อใครมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการแข่งขันก็ต้องต่อสายตรงไปถามที่ ดร.วิชิต เราก็จะได้คำตอบ ถูกมั่ง ผิดมั่ง ก็ว่ากันไป ต่อมาก็มี ดร.องอาจ ก่อสินค้า มาเป็น ปธ.ไทยลีก ก็เช่นกัน ทุกปัญหาต้องถามไปที่ "บิ๊กเปี๊ยก"

แต่ในสองปีที่ผ่านมา ทุกๆ อย่างกลับตกไปอยู่ที่ท่านนายกสมาคมฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ไม่ว่าจะเรื่องอะไร บอลลีกเล็ก ลีกใหญ่ กรรมการ ทีมชาติ เรื่องฟีฟ่า ทุกสิ่งอย่างต้องถามไปที่ท่านนายกฯ อย่างเดียว ซึ่งท่านก็ตอบได้ทุกเรื่อง เพียงแต่ว่าบางเรื่องท่านก็ไม่ได้ดูแลจัดการเองทั้งหมด พอมีปัญหาขึ้นมาท่านก็แค่ออกมารับหน้าเท่านั้น แต่ปัญหามันก็ยังอยู่ และไม่รู้ว่าต้องไปตามต่อที่ใคร

ฤดูกาลหน้าหากต้องการให้ฟุตบอลลีก โดยเฉพาะไทยลีก 1 และ ไทยลีก 2 มันมีระบบระเยียบการจัดการที่ดีกว่านี้ ผมแนะนำว่าควรมีการแต่งตั้ง ประธานไทยลีกขึ้นมาดูแลอย่างเป็นทางการ และต้องเป็นผู้ที่รู้เรื่องฟุตบอล และทำงานจริง มีตัวตนจริง ต้องรู้ทุกเรื่องในส่วนของการจัดการแข่งขัน และก็ต้องตอบคำถามนักข่าวหรือแฟนบอลได้ ถ้ามีท่านนายกก็จะเหนื่อยน้อยลง และมันน่าจะดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอนนะผมว่า 

2.การจัดโปรแกรม

แน่นอนปัญหาใหญ่ที่สโมสรและแฟนบอลบ่นกันระนาวก็คือเรื่องการจัดโปรแกรมที่ดูจะเละเทะตุ้มเปะยังไงก็ไม่รู้ในปีนี้ ทั้งๆ ที่เรามีการวางแผนกันอย่างดี มีการวางโปรแกรมทีมชาติช่วงฟีฟ่าเดย์อย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่โปรแกรมลีกกับมั่ว มึน งง อย่างบอกไปถูก และเมื่อโปรแกรมลีกมันมั่วก็กระทบชิ่งไปยังโปรแกรมฟุตบอลถ้วยที่เรามีแข่งถึงสองรายการ และมันก็เป็นที่มาของโปรแกรมนัดชิงบอลถ้วยที่เตะกันสองถ้วยภายใน 4 วัน ที่สำคัญชิงกันกลางสัปดาห์ด้วย

ส่วนหนึ่งเข้าใจได้ว่าไทยลีกเรามันมีทีมเยอะ บอลถ้วยก็แต่กันสองถ้วย ทีมชาติก็มีบอลโลกรอบคัดเลือกอีก แต่ผมว่าจริงๆ มันจัดโปรแกรมให้ดีกว่านี้ได้ เชื่อเหอะ ซึ่งปีหน้าหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น บอลกลางสัปดาห์มีได้ แต่ไม่ควรทุกอาทิตย์ บอลถ้วยไม่ควรมากระจุกกันเตะ เก็บตัวทีมชาติก็เอาที่เหมาะสมไม่กระทบโปรแกรมลีก ถ้าปีหน้าทำได้ดี ปี 2019 นี่สบายเลย เพราะจะเหลือ 16 ทีม 

3.การประชาสัมพันธ์

เรื่องต่อมาที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และไทยลีก จะต้องเร่งแก้ไขก็คือเรื่องประชาสัมพันธ์การแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นไทยลีก หรือลีกล่างๆ รวมทั้งบอลถ้วย ปีนี้การประชาสัมพันธ์น้อยมาก คือคนที่ติดตามบอลไทยอย่างใกล้ชิดนั้นจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่สำหรับแฟนบอลทั่วไปนี่สิ แทบไม่รู้อะไรเลยว่าบอลไทยมีเตะ อะไรเมื่อไหร่บ้าง 

บอลถ้วยที่จะชิงกันในปลายเดือนนี้ เอาจริงๆ มีคนรู้น้อยมาก การประชาสัมพันธ์จากสื่อต่างๆ แทบจะไม่มี ที่เรารู้ว่าจะมีเตะก็คือการประกาศจากทางสมาคมฯ คือเรารู้แค่นั้น แต่สื่อทีวี วิทยุ ออนไลน์ ป้ายโฆษณาต่างๆ มีใครได้เห็นข่าวจากสื่อพวกนี้บ้างครับ มันเงียบกริบมากนะ บอลจะเตะกันอยู่แล้ว ตั๋วเปิดขายหรือยัง ราคาเท่าไหร่ มีใครรู้ไหมครับ นี่คือปัญหาใหญ่อีกหนึ่งอย่างที่ต้องเร่งแก้นะครับในฤดูกาลหน้า ที่เป็นห่วงเลยก็คือ T3-T4 ปีหน้าถ้าประชาสัมพันธ์อ่อนอีกก็จบเห่แน่นอน

3.ผู้ตัดสิน (ปัญหาโลกแตก)

เรื่องที่เป็นปัญหาโลกแตก ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยก็หนีไม่พ้น "กรรมการบอลไทย" คือถามว่าเรามีกรรมการบอลไทยเก่งๆ ไหม มีเยอะนะครับ ระดับฟีฟ่า ก็ตั้งหลายคน แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงยังเหมือนเดิม ผมก็ไม่รู้นะครับว่ามันจะแก้อย่างไรในเรื่องนี้ แต่ที่รู้ว่าท่านนายกฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับเรื่องผู้ตัดสิน ท่านเป็นถึงอดีตนายตำรวจใหญ่ที่อยู่กับความยุติธรรมมาทั้งชีวิต ดังนั้นเรื่องนี้ท่านก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้ไขมาตรฐานเปาไทยให้ดีขึ้น

เท่าที่เคยฟังแผนงานในฤดูหน้า ทางสมาคมฯ ก็เตรียมที่จะมีการส่งเปาไทยไปอบรมต่างประเทศที่ตุรกี มีการจะนำผู้ตัดสินที่ 5,6 หลังประตูมาใช้ในปีหน้า คือผมคิดว่าท่านนายกตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาเรื่องผู้ตัดสินให้ดีขึ้น เพียงแต่ว่าไอ้ปัญหาที่มีนั้นมันมาจากปัจจัยภายนอกที่มันควบคุมไม่ได้ ถ้าถามว่าจะแก้ยังไงก็คงต้องแก้ที่จิตใจของคนละครับ ถ้าแก้ได้วงการเปาไทยก็คงจะสูงขึ้น แฟนบอลก็ไม่ต้องบ่นอีก ปีหน้าจะดีขึ้นไหมก็รอดูเอาครับ

4.สโมสรกับแฟนบอล

ในอดีตที่ไทยลีกบูม สิ่งที่สำคัญก็คือความสัมพันธ์กันของสโมสรกับแฟนบอล ที่จะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แฟนบอลช่วยสโมสร สโมสรก็ต้องช่วยแฟนบอลด้วย แต่หลังๆ มานี้เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอลกับสโมสรมันจะห่างกันเกินไป เหมือนกับต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง สโมสรมีหน้าที่ทำทีมส่งแข่งก็แข่งกันไปตามโปรแกรม แฟนบอลใครจะมาเชียร์ก็มา ไม่มาก็แล้วแต่

มันก็เลยทำให้ความผูกพันของทีมกับแฟนบอลมันจืดจางหายไป ในฤดูกาลหน้านะครับฝากถึงทุกสโมสรเลย ต้องเอาใจใส่แฟนบอลให้มากขึ้น เคยทำเท่าไหนปีหน้าทำให้มากขึ้น ถ้าแฟนบอลกับสโมสรกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน กระแสความนิยมต่างๆ มันก็จะกลับมารับรอง

5.ทีมใหญ่ต้องช่วยทีมเล็ก

ข้อสุดท้ายนี้ก็เหมือนข้อที่ 4. คือทีมใหญ่กับทีมเล็กดูจะแตกต่างกันเยอะ และเหมือนว่าจะต่างคนต่างทำทีมของตัวเองไป จะคุยกันก็แค่ตอนจะซื้อตัว แลกเปลี่ยนนักเตะกันเท่านั้น ที่เหลือก็ต่างคนต่างอยู่ ลีกมันก็เลยดูไม่ไปด้วยกัน จริงๆ แล้วการแข่งขันระบบลีก ทีมใหญ่และทีมเล็กต้องคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทีมใหญ่ต้องคอยให้คำแนะนำช่วยเหลือทีมเล็ก 

ให้ความช่วยเหลือในที่นี้ไม่ใช่เรื่องของผลการแข่งขันนะครับ หมายถึงเรื่องของการบริหารจัดการทีม ให้ทีมอยู่ได้ด้วยความเป็นสโมสรอาชีพ ไม่ใช่พอไปกลางๆ ฤดูกาลก็เริ่มจะไม่ไหว ขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินมาจ่ายนักเตะ อันนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นทีมหญ่ก็ต้องดูทีมเล็กๆ เพื่อนร่วมลีกด้วย คอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ ถ้าทีมเล็กอยู่ได้ ทีมใหญ่ก็จะอยู่สบาย ลีกก็จะแข็งแกร่ง แต่ถ้าทีมเล็กอยู่ไม่ได้ ทีมใหญ่ก็จะลำบาก ลีกก็จะมีปัญหา

4-5 ข้อที่กล่าวมาคือสิ่งที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รวมทั้งทุกสโมสร และแฟนบอลเอง ก็ต้องช่วยกันที่จะปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้น เพื่อทำให้ฟุตบอลไทยลีกของเรากลับมายิ่งใหญ่ มีคนดูเต็มสนาม กลับมาบูมอีกครั้งให้ได้

มูซาชิ 

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
ยกที่ 4!! สงครามสุดท้ายของ กว่างโซ้ง กับ กิเลน ใคร...
รอบรั้วบอลไทย
มีอะไรใหม่??? ในศึกไทยลีก 2018
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น